วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำนาแบบใหม่รายได้เพิ่ม 10 เท่า

ก็น่าเห็นใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ที่กำลังหัวหมุนกับข้อเสนอสารพัดฝ่ายที่กองท่วมหัว จนต้องให้โฆษกออกมาแถลงให้ใจเย็นๆ ระยะแรกจะผ่อนคลายความเดือดร้อนของประชาชนก่อน เมื่อมีคณะรัฐมนตรีแล้วจึงจะดำเนินการให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ และยืนยันว่า จะไม่แก้ไขสิ่งที่ผิด สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ด้วยการเริ่มต้นทำผิดขึ้นใหม่ หรือปล่อยให้มีการทำผิดเสียเอง

ผมขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยึดหลักการนี้ไว้ให้เหนียวแน่น รับรองว่าอยู่ได้อีกนาน

วันนี้ผมมีเรื่องราว “การเกษตรสมัยใหม่” ที่สามารถ “ช่วยเหลือชาวนาให้พ้นจากความยากจนได้” โดยไม่จำเป็นต้องมีโครงการรับจำนำข้าว โครงการประกันราคาข้าว ผลาญเงินภาษีของคนไทยทั้งประเทศอีกต่อไป อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้มีการ “ทำผิดขึ้นใหม่” อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงผ่านโฆษกไปหมาดๆ

การเกษตรสมัยใหม่นี้เป็นความคิดริเริ่มของ คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพี ที่ได้ประสบการณ์มาจากประเทศจีน แล้วนำมาทดลองที่ ศูนย์เรียนรู้เกษตรทันสมัย ข้าว–ปลา–ปาล์ม หมู่บ้านเกษตรกรรม กำแพงเพชร อ.เมืองกำแพงเพชร จนโครงการประสบความสำเร็จ วันก่อน เจ้าสัวธนินท์ เชิญผมไปเล่าให้ฟัง ให้ดูวีดิโอโครงการ ผมฟังแล้วก็ต้องนำมาเล่าสู่กันฟังต่อ เพราะเป็นหนทางช่วยเหลือชาวนาไทยที่ยากจนให้ร่ำรวยได้จริงๆ

ปัญหาปัจจุบันของชาวนาไทยก็คือ มีแปลงนาขนาดเล็ก มีต้นทุนการผลิตข้าวสูง ทำแล้วไม่คุ้มทุน ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากรัฐเป็นหลัก เมื่อเข้าสู่เออีซีในปีหน้า จะทำให้ข้าวไทยแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้

โครงการเกษตรทันสมัย จะแก้ปัญหาตั้งแต่แนวคิดการจัดการพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ เปิดโอกาสให้ชาวนาที่มีที่ดินน้อยเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 3,000–10,000 ไร่ บริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีทันสมัยผ่านดาวเทียม ทั้งการจัดการพื้นที่ การจัดการน้ำ การประหยัดพลังงาน แต่ยังปลูกข้าวเป็นพืชหลัก ด้วยเครื่องจักรสมัยใหม่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับเกษตรกรรมอื่นบนพื้นที่เดียวกัน เช่น ปลูกปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งก้ามกราม แบบผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยง

แปลงนาจะกว้าง 90 เมตร ยาว 600 เมตร หน้ากว้าง 90 เมตร คำนวณจากรถเกี่ยวข้าวไทยที่มีหน้ากว้างสุด 3 เมตร วิ่งเกี่ยวได้ 15 รอบก็หมดแปลงพอดี ความยาว 600 เมตร ก็คำนวณจากรถเกี่ยวข้าวที่มีความจุ 2 ตัน วิ่งเกี่ยวจากต้นแปลงไปท้ายแปลงได้ข้าว 2 ตันพอดี ท้ายแปลงก็จะมีรถบรรทุกขนาด 2 ตัน ไปรอรับข้าวได้เต็มคันพอดีเหมือนกัน

ส่วนคันนาก็ทำกว้าง 12 เมตร เป็นทั้งถนน และพื้นที่ปลูกปาล์มหรือมะพร้าว ที่เลือกปาล์มเพราะเป็นพืชพลังงานเป็นน้ำมันบนดิน สามารถนำไปใช้บริโภคและใช้เป็นน้ำมันเครื่องยนต์ได้ ส่วนมะพร้าวก็เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เป็นวัตถุดิบ ตามยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่ครัวโลก ซึ่งวันนี้ไทยกำลังขาดแคลนมะพร้าวอย่างหนัก ต้องนำเข้าจากต่างประเทศปีละจำนวนมากในราคาแพง

ผมไม่ขอลงรายละเอียดของโครงการมากเกินไป แต่จะสรุปผลการทดลองให้เห็นเป็นตัวเลขไปเลย ถ้าทำแบบนี้ชาวนาจะมีรายได้ต่อไร่ เท่าไร เทียบกับการปลูกข้าวปัจจุบัน

ผลการทดลอง “เกษตรทันสมัย” พบว่า ชาวนาจะมีรายได้สุทธิสูงถึง 55,000 บาทต่อไร่ต่อปี ขณะที่การปลูกข้าวแบบปัจจุบัน ชาวนามีรายได้จากการขายข้าวตันละ 6,000–7,000 บาท ต้องใช้พื้นที่ปลูกถึงหนึ่งไร่ครึ่งกว่าจะได้ข้าว 1 ตัน แค่หักต้นทุนอย่างเดียวก็ขาดทุนโขแล้ว

รายได้ 55,000 บาท มาจาก การปลูกข้าว 5,000 บาทต่อไร่ต่อปี (ปลูก 2 ครั้งต่อปี) การเลี้ยงกุ้ง 20,000 บาทต่อไร่ต่อปี (2 ครั้งต่อปี) การเลี้ยงปลา 19,000 บาทต่อไร่ต่อปี (2 ครั้งต่อปี) และ จากปาล์ม/มะพร้าว 11,000 บาทต่อไร่ต่อปี (เริ่มเก็บผลผลิตปีที่ 4)

การทำนาแบบนี้ ชาวนาไม่ต้องลงมือทำเอง แต่จ้างมืออาชีพทำแทน ชาวนาที่ขี้เกียจ ก็นั่งเอ้เต้เป็นเถ้าแก่รอแบ่งผลกำไร ชาวนาที่ขยันก็ไปรับจ้างทำงานมีรายได้เพิ่มอีก การทำนาสมัยใหม่แบบนี้ จะช่วยแก้ปัญหาความยากจนของชาวนาได้อย่างยั่งยืน ผมจึงขอนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ไว้ตรงนี้ โครงการนี้ไม่ต้องไปเริ่มต้นทำผิดใหม่ซ้ำอีกแน่นอน การันตี.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

10 มิ.ย. 2557 12:32 ไทยรัฐ