วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฟุตบอลในริโอ

ฟุตบอลในริโอ

โดย โต้ บ้านแหลม
11 มิ.ย. 2557 05:01 น.
  • Share:

บราซิลอยู่ในซีกโลกใต้ อากาศ ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาว แต่ไม่ถึงกับเย็นจัดแบบเมืองหนาว ที่ริโอ เด จาเนโร อุณภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ระหว่าง 21-27 องศาเซลเซียส เดือนมิถุนายนเฉลี่ย 23 องศา

สำหรับคนไทยแล้วถือว่า สบายๆ ใส่เสื้อยืดตัวเดียวได้ มีลมทะเลเย็นๆพัดมาตลอดเวลา แดดค่อนข้างแรงในช่วงบ่าย แต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะอยู่บ้านเราเจอแดดมาทั้งชีวิต

บอลโลกครั้งก่อนที่แอฟริกาใต้ อยู่ในซีกโลกใต้เช่นกัน แต่อากาศหนาวเย็นกว่านี้มาก บางสนามที่ผมไปดูบอลอุณภูมิติดลบเลยทีเดียว

ที่บราซิลเชื่อว่า สภาพอากาศน่าจะเป็นอุปสรรคสำหรับทีมจากยุโรปพอสมควร โดยเฉพาะแมตช์แรกของแต่ละวันเตะกัน 5 ทุ่มบ้านเรา ตรงกับที่นี่บ่ายโมง พระอาทิตย์ปล่อยแสงเจิดจ้ามาแบบเต็มๆ

ริโอ เด จาเนโร เป็นเมืองที่มีทีมบอลชื่อดังที่รู้จักกันดีหลายทีม เช่น โบตาโฟโก, ฟลูมิเนนเซ, วาสโก ดา กามา และฟลางเมงโก อดีตยอดนักเตะชื่อก้องโลกแจร์ซินโญ, ซิโก้, โรมาริโอ และโรนัลโด ล้วนเป็นคนท้องถิ่นของริโอ ในรายของโรมาริโอนั้นเคยเล่นให้ทีมใหญ่ในริโอ มาแล้วเกือบทุกทีม เว้นแต่โบตาโฟโกทีมเดียว

วันก่อนผมแวะไปดูการซ้อมของทีม “อัศวินสีส้ม” ฮอลแลนด์ ที่สนามของฟลาเมงโก เป็นเรื่องปกติที่นักข่าวสามารถเข้าไปชมการซ้อมได้ ผมก็ผ่านประสบการณ์แบบนี้มาหลายทัวร์นาเมนต์

แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษในฐานะแฟนแมนฯยู ที่จะได้เห็นหลุยส์ ฟาน กัล ตัวเป็นๆคุมลูกทีมซ้อม ก่อนที่เขาจะมารับบทผู้จัดการทีมปิศาจแดงเต็มตัวในฤดูกาลหน้า และรู้สึกสบายใจที่เห็นโรบิน ฟาน เพอร์ซี ซ้อมกับเพื่อนๆได้เต็มรูปแบบ ไม่มีวี่แววบาดเจ็บหลงเหลืออยู่

ที่ฟลาเมงโกมีรูปปั้นทองเหลืองของซิโก้ตั้งอยู่ เขาคือตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสรอย่างแท้จริง และมีภาพขาวดำขนาดใหญ่เป็นรูปนักเตะชุดแชมป์อินเตอร์ คอนติเนนตัล คัพ (โตโยต้าคัพหรือสโมสรโลกในปัจจุบัน) ที่ญี่ปุ่นในปี 1981 ตั้งอยู่ สัมผัสได้ถึงมนต์ขลังแซมบ้าในยุคทศวรรษที่ 80

ซิโก้ เป็นนักเตะที่เก่งกาจแต่ค่อนข้างอาภัพ ผ่านบอลโลก 3 สมัย (1978-86) แต่ไม่เคยได้แชมป์ ทั้งที่ตัวผู้เล่นในยุคของเขาล้วนมหากาฬ นอกจากตัวเขาแล้วยังมีโซเครติส, ฟัลเกา และจูเนียร์ ที่สร้างสรรค์เกมรุกสวยงามดุจศิลปินลูกหนัง

บราซิลชุดนั้นตกรอบ 2 บอลโลก 1982 ด้วยน้ำมือของอิตาลีที่มีเปาโล รอสซี เป็นจอมถล่มประตู ทำเอาแฟนบอลน้ำตาตกทั้งโลก
ส่วนบอลโลก 1986 ซิโก้ก็ผิดหวังอีกเมื่อบราซิลแพ้จุดโทษฝรั่งเศสที่มีมิเชล พลาตินี เป็นจอมทัพในรอบ 8 ทีม ยังจำความรู้สึกสมัยนั้นได้ ผมเองก็เศร้าไปหลายวันเหมือนกัน หลังแขวนสตั๊ดซิโก้ไปเอาดีทางโค้ช ผ่านการคุมทีมมากมายรวมทั้งทีมชาติญี่ปุ่นด้วย ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาทีมชาติบราซิล

เจอซิโก้แต่รูปปั้น แต่โชคดีที่ได้พบกับเจา บาติสตา นูเนส อดีตดาวยิงฟลาเมงโกรุ่นราวคราวเดียวกับซิโก้ ได้แชมป์สโมสรโลกปี 1981 มาด้วยกัน นูเนสพาลูกชายที่กำลังฝึกเป็นนักเตะมาดูฮอลแลนด์ซ้อมที่สโมสรด้วย นูเนสยืนยันว่าเป็นตำนานฟลาเมงโกตัวจริงด้วยการชี้ไปที่รูปขาวดำสุดคลาสสิกว่า คนนี้ล่ะคือเขาเองที่นั่งอยู่ข้างๆซิโก้

เรื่องของฟุตบอลถ้าพูดถึงต้นกำเนิดลูกหนังยุคใหม่ที่มีกติกาชัดเจน ต้องยกให้อังกฤษ แต่ถ้าพูดถึงความบ้าบอล ที่บราซิลไม่เป็นสองรองใคร พลเมืองแซมบ้าวิจารณ์เกมราวกับเป็นโค้ชได้ทุกคน เด็กเล่นบอลข้างถนนมากมาย พ่อแม่จูงลูกหลานถือกันคนละลูกเป็นภาพชินตา แต่เวิลด์คัพครั้งนี้กลับมีเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น ประเทศบ้าบอล ประท้วงบอลโลก

ผมไม่ได้หมายความว่า คนบราซิลที่ไม่พอใจรัฐบาลที่นำเงินไปเทกับการเป็นเจ้าภาพจะไม่มีสิทธิ์ประท้วง พวกเขาเป็นเจ้าของประเทศเหมือนกัน ย่อมมีสิทธิ์แสดงออก เพียงแต่มันย้อนแย้งกับควมคลั่งไคล้ในเกมลูกหนังของคนประเทศนี้เท่านั้นเอง ผมไม่รู้ว่าการชุมนุมของคนที่คัดค้านบอลโลกจะเกิดขึ้นอีกที่ไหน เมื่อไหร่ แต่เชื่อว่า เมื่อบราซิลลงสนามทุกคนเชียร์ขาดใจแน่นอน.

โต้ บ้านแหลม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้