'ประยุทธ์'ปรามปชป.-กปปส. เตือนระวังปาก

ข่าว

    'ประยุทธ์'ปรามปชป.-กปปส. เตือนระวังปาก

    ไทยรัฐออนไลน์

      10 มิ.ย. 2557 07:05 น.

      เลิกพล่ามดิสเครดิต! วอนใจเย็นๆกำลังแก้ นัดเคลียร์มหาอำนาจ ยันลากตั้ง70%ไม่จริง

      “บิ๊กตู่” ปราม ปชป.-กปปส.ให้ระวังปาก ลดละเลิกพล่ามทำลายเครดิต คสช. เบื้องต้นแค่ขอความร่วมมือยังไม่ขึ้น บัญชีเรียกตัวมารายงาน วอนคนไทยใจเย็นสักนิดทุกปัญหากำลังแก้ไขอยู่ เมื่อมีรัฐบาลใหม่จะลุยทำงานจนเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย หัวหน้า คสช.เปิด บก.ทบ.เคลียร์เหตุทำรัฐประหารต่อเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประเทศมหาอำนาจ 23 ประเทศ “วินธัย” ออกมายันโมเดลสภาผู้แทนฯมี ส.ส.ลากตั้ง 70 เลือกตั้ง 30 ไม่จริง เตือนให้ใช้วิจารณญาณในการฟังข่าว “ประยุทธ์” ควบอีกเก้าอี้ ปธ.กพช. ส่ง “บิ๊กจิน” บัญชาการบอร์ดพลังงานเล็งปรับโครงสร้างขนานใหญ่

      ท่ามกลางความหวังที่ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะแก้ปัญหาต่างๆได้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วหลังยึดอำนาจ ความหวังดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะฯ โดยล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกทีมโฆษกฯให้เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการทำงานต่างๆ

      “บิ๊กตู่” ขู่ที่ไหนป่วนจะเคอร์ฟิว

      เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันของ คสช.เพื่อรับฟังการปฏิบัติงานส่วนต่างๆ โดยฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมซึ่งมี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้ารับผิดชอบฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้ชี้แจงในที่ประชุมถึงกรณีการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวในแต่ละพื้นที่ว่า จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดชกล่าวเสริมว่า ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ภายหลังการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวไปแล้ว หากพื้นที่ใดมีปัญหาก็จะกลับมาพิจารณาเพื่อเปลี่ยนแปลงต่อไป

      สั่งโฆษกฯแจงการทำงานชาวบ้าน

      ต่อมาเวลา 10.30 น. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช. กล่าวภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ขอทำความเข้าใจว่า ทุกเรื่องที่ คสช.ได้คิดและพิจารณาเกิดจากการรับฟังมาจากหลายกลุ่ม หลายฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนประกอบด้วย ประชาชน ข้าราชการ กลุ่มที่ปรึกษา รวมทั้งจากสื่อมวลชน และจากข้อร้องเรียนของประชาชน ซึ่งทั้งหมดได้ถูกรวบรวมมาดำเนินการแก้ไข แต่ในบางเรื่องอาจมีผลกระทบในข้อกฎหมายจะรีบดำเนินการไม่ได้ อาทิ โครงสร้างระบบการเงินการคลังของประเทศ รายได้ของภาครัฐ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องของผู้ลงทุนผู้ถือหุ้น เป็นต้น

      รับรอง รบ.ใหม่ผลงานจุใจแน่

      พ.อ.วินธัยกล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไขโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และด้านพลังงาน รวมถึงเงินชดเชยต่างๆเรื่องภาษี และรายได้เกษตรกรในระยะแรกนั้น คสช.พยายามผ่อนคลายความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก ซึ่งระยะต่อไปเมื่อมีรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีจะได้นำเข้าไปดำเนินการให้ถูกต้องจนเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

      “ขอให้มั่นใจว่า คสช.บริหารแผนโครงการและงบประมาณภายใต้ความถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบได้ จะไม่มีในเรื่องทุจริตหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ระบบการจัดซื้อจัดจ้างในทุกโครงการสามารถเข้าแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม ไม่มีระบบผูกขาดใดๆ” พ.อ.วินธัยกล่าว

      วอนใจเย็นสักนิดช้าหน่อยแต่ชัวร์

      พ.อ.วินธัยกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ปัญหาหรือความเดือดร้อน ข้อข้องใจได้รับทราบครบถ้วนเพียงแต่ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา ทั้งนี้การเร่งรัดมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อประเทศชาติในอนาคต หัวหน้า คสช.ต้องการแก้ปัญหาให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรม ขจัดเรื่องผลประโยชน์ ธุรกิจทับซ้อนให้หมดไปโดยทันที แต่เนื่องจากปัญหาสะสมมานาน ทำให้มีเรื่องราวหลายอย่างที่ข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ทำให้ประชาชนสับสน โดยเฉพาะข้าราชการที่ไม่ดี ก็ไม่มีการแก้ไขทำให้เกิดความยุ่งยากมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่า คสช.มีความตั้งใจจริงโดยไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างที่หลายกลุ่มและหลายฝ่ายได้กล่าวอ้าง ขอยืนยันว่า คสช.จะแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องและจะไม่ให้ความผิดเกิดขึ้นใหม่ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาของ คสช. จะทำให้ทุกคนได้รับผลประโยชน์ตามสิทธิที่พึงมี โดยเงินงบประมาณของประเทศจะต้องไม่รั่วไหล

      ฮึ่มนักการเมือง–บิ๊กม็อบระวังปาก

      “หัวหน้า คสช.เข้าใจดีว่า คนไทยหลายคนใจร้อนและรักความยุติธรรม ซึ่งทุกอย่างกำลังดำเนินการให้ดีที่สุด เราไม่สามารถแก้ปัญหาที่สะสมมาเป็นสิบๆปีได้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่วัน เว้นแต่เรื่องที่ติดขัดนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาถูกบิดเบือน แต่เราต้องทำให้กฎกติกาเหล่านั้นทำงาน ทำให้ทันสมัยขึ้น ส่วนกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง แกนนำของคู่ขัดแย้งที่กล่าวถึงขอให้ระมัดระวังการกล่าวหา คสช.ในลักษณะที่ไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อมั่นเพราะเรากำลังทำงานที่ทุกคนทำมาหลายสิบปีแล้วไม่สำเร็จให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ใครที่มีส่วนร่วมในการบริหารราชการในอดีตถือว่าต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น” พ.อ.วินธัยกล่าว

      ยัน ส.ส.ลากตั้ง–ยุบ อบจ.ข่าวมั่ว

      พ.อ.วินธัยกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทางคสช.ได้แต่งตั้งรัฐบาลชุดใหม่พร้อมปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทย โดยยกเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เหลือเพียงเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงและให้กำนันผู้ใหญ่บ้านขึ้นตรง โดยลดบทบาทนักการเมืองและเลือกตั้ง ส.ส.เพียง 30% จากจังหวัด 1 คน และใช้วิธีคัดสรร 70% และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งแต่ละจังหวัดแบ่งโซนมีสมาชิกสภาพลวัฒน์ คสช.ขอยืนยันข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับฟังข่าวสารทางโซเชียลมีเดีย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้จากทาง คสช.เท่านั้น

      บี้แล้ว กปปส.–ปชป.หยุดพล่าม

      ต่อมาเวลา 14.00 น. พ.อ.วินธัยให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ว่า คสช.ได้ดำเนินการตรวจสอบหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (ไอพีแอดเดรส) ของผู้สนับสนุน กปปส. ที่ยังมีการแสดงความเห็นทางการเมืองโจมตีฝ่ายตรงข้ามเพื่อทำความเข้าใจ ร่วมสร้างบรรยากาศความปรองดองความสมานฉันท์ ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงแถลงข่าวแสดงความเห็นทางการเมืองต่อเนื่อง คสช.จะขอความร่วมมือไปยังพรรคประชาธิปัตย์หยุดวิพากษ์วิจารณ์ และวันที่ 11 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้นัดทูตกงสุลใหญ่ประเทศในแถบยุโรปและเอเชีย 23 ประเทศ พูดคุยทำความเข้าใจกับสถานการณ์การเมือง คาดว่าจะใช้กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน เป็นสถานที่ชี้แจง

      จัดคิว “บิ๊กตู่” เคลียร์มหาอำนาจ

      นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 11 มิ.ย.จะเชิญเอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ ที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐฯ เยอรมนี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อิตาลี สเปน ญี่ปุ่น เข้าพบหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อทบทวนและวางท่าทีไทยต่อการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศกับประเทศนั้นๆ เนื่องจากภายหลัง คสช.เข้าควบคุมการบริหารราชการ บางประเทศได้มีมาตรการต่อไทย ขณะที่บางประเทศได้มีการผ่อนปรน โดยการพบปะครั้งนี้เพื่อกำหนดท่าทีเพิ่มเติมและเสริมการดำเนินการบางส่วนในด้านยุทธศาสตร์ให้เดินหน้าต่อไปได้

      ศิษย์เมลเบิร์นจี้ออสซี่เปลี่ยนท่าที

      เมื่อเวลา 10.30 น. ที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กลุ่มศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเมลเบิร์นออสเตรเลียนำโดย นางพรทิพย์ อัษฎาธร รวมตัวชุมนุม มายื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียทบทวนความสัมพันธ์ทางการทหาร ตามที่รัฐบาลออสเตรเลียประกาศลดความสัมพันธ์ทางการทหารกับประเทศไทย หลังจาก คสช. เข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลรักษาการ ของพรรคเพื่อไทย โดยมีนางซูซานนาร์ แพททรู เลขานุการโท ประจำสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนในการรับหนังสือ ทั้งนี้ นางพรทิพย์กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลออสเตรเลียเข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทย ว่าการเข้าควบคุมอำนาจของ คสช. แม้จะไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดการนองเลือด และสถาบันการเงินต่างๆ ก็ไม่ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของประเทศไทยลง จึงขอให้ออสเตรเลียทบทวนการลดความสัมพันธ์ด้วย

      บีบีซีวิพากษ์เกมรัฐประหาร

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. สำนักข่าวบีบีซีโดยนายโจนาธาน เฮด รายงานบทวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยหลังมีรัฐประหาร พาดหัวเรื่องว่า “ความพยายามของกองทัพไทยเพื่อเชื่อมประสานประเทศที่แบ่งฝักฝ่าย” ว่าหมู่บ้านเสื้อแดงใน จ.อุดรธานี ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สัญลักษณ์สีแดงไม่ว่าธงและแผ่นป้ายไม่มีพบเห็น ประตูและตึกสีแดงก็ถูกทาทับด้วยสีอื่น ทั้งนี้ เป็นคำสั่งจากฝ่ายทหารที่ทำรัฐประหารเมื่อเดือนที่แล้ว และกำลังพยายามสร้างศูนย์สมานฉันท์เพื่อโน้มน้าวให้คนเลิกแนวคิดการเมืองโดยใช้สีเป็นสัญลักษณ์ แต่อีกทางก็ดูเหมือนว่ามุ่งสลายบทบาทและอิทธิพลของพรรค การเมืองที่ชนะเลือกตั้งทุกครั้งในรอบ 14 ปี หลังและขจัดอิทธิพลตระกูลชินวัตร ขณะที่ดีเจวิทยุของคนเสื้อแดงคนหนึ่งที่ถูกทหารบุกปิดสถานีวิทยุ ต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆเพราะกลัวถูกจับ ถ่ายทอดข้อกล่าวหาที่ได้ยินในแถบ จ.อุดรฯว่ากองทัพเลือกข้าง และมีคนตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่ช่วยรัฐบาลตอนที่ถูกกลุ่มคนเสื้อเหลืองเล่นงานจนทำงานไม่ได้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาผลักดันโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่อดีตรัฐบาลถูกกล่าวหาว่าผลักดันให้เกิดขึ้น

      เอเอฟพีวิจารณ์เพลง “บิ๊กตู่”

      สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” ที่เขียนเนื้อร้องโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ที่สัญญาจะนำความสุขคืนสู่ประเทศไทยกำลังได้รับความนิยม มีผู้คลิกเข้าชมและฟังทางเว็บไซต์ยูทูบแล้วมากกว่า 200,000 ครั้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามครั้งล่าสุดของทหารเพื่อที่จะสร้างมุมมองด้านบวกให้การทำรัฐประหาร อย่างไรก็ดี ชุมชนโลกไซเบอร์ต่างมี ทั้งกดไลค์ (ชอบ) และดิสไลค์ (ไม่ชอบ) ต่อเพลงนี้ บางคนที่เห็นต่าง โพสต์แสดงความคิดเห็นว่าคืนความสุขให้กลุ่มหนึ่งแต่ข่มขู่อีกกลุ่ม ควรพยายามจัดเลือกตั้งและถามประชาชนว่าต้องการอะไรมากกว่า

      จี้ คสช.ตั้ง คตส.ยึดทรัพย์ 5 รมต.ข้าว

      ที่รัฐสภา นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว. สรรหา กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ คสช.ตั้งคณะตรวจสอบเรื่องการทุจริตในลักษณะเดียวกับการตั้ง คตส. เพื่อตรวจสอบนักการเมืองที่มีพฤติกรรมทุจริต เช่น กรณี 5 รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากเป็นปัญหาที่ประชาชนอยากให้แก้ไขมากที่สุด เบื้องต้นต้องการให้อายัดทรัพย์สินของรัฐมนตรีกลุ่มดังกล่าวก่อน หากสามารถชี้แจงที่มาทรัพย์สินได้ ก็นำทรัพย์สินคืนไปได้ ไม่หวังพึ่งการทำงานของ ป.ป.ช. เพราะบ้านเมืองอยู่ในสภาวะไม่ปกติ อีกทั้งการทำงานของ ป.ป.ช.ช้า มีขั้นตอนมาก อาจไม่ทันเหตุการณ์ ทันใจประชาชน

      ปชป.ชูธงปฏิรูป ก.ม.เลือกตั้ง

      นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ในเฟซบุ๊กหัวข้อ “ยาแรงหรือ ไม่กินยา” ว่า หากใครไม่พูดเรื่อง “การปฏิรูป” คงถูกกล่าวหาว่าตกยุค หรือไม่ก็เป็นพวกล้าหลัง ตนก็อาจตกอยู่ในกลุ่มพวกล้าหลังหรือตกยุค วันนี้ขอยกตัวอย่างเรื่องที่พูดกันมากคือเรื่องการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพราะมีการพูดกันเยอะว่ากฎหมายเมืองไทยมันอ่อน ล้าสมัย เลือกทีไรก็ได้คนโกง คนซื้อเสียงเข้าสภาทุกที ความจริงแล้ว ประเทศไทยมีกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่มีโทษรุนแรงติดอันดับต้นๆ เช่น 1.การยุบพรรคการเมือง ในโลกนี้มีไม่กี่ประเทศแล้วที่ยังมีโทษยุบพรรคการเมือง ไทยมีโทษยุบพรรคและก็ยุบได้ง่าย ถือเป็นยาแรง 2.โทษการตัดสิทธิเลือกตั้ง มีไม่กี่ประเทศที่มีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เป็นยาแรงอีกเช่นกันเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะสกัดคนโกงไม่ให้เข้าสภา จึงต้องปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งกันก่อนเที่ยวหน้าจะได้ ส.ส.บริสุทธิ์ผุดผ่องเข้าสภาฯ

      กระโจนเชียร์รางคู่–ไฮสปีดเทรน

      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ปัญหาชลประทานและการเกษตร ควรเป็นหัวใจในการดำเนินการ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนไม่ใช่คะแนนนิยมทางการเมือง หรือผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้อง เช่น โครงการรถไฟไม่ว่าจะเป็นรางคู่ หรือความเร็วสูง ซึ่งในส่วนรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสำคัญที่ควรทำ คือ กรุงเทพฯ-หนองคาย ที่จะเชื่อมจีนมาสู่ประตูอาเซียนคือประเทศไทย ซึ่งคิดว่าจะมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โดยหากติดต่อกับรัฐบาลจีนเพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้โดยไม่ต้องใช้เงินกู้

      ยังไม่เคาะภาษี–เมกะน้ำ–2 ล้าน ล.

      ที่ บก.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจได้เชิญปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์และปลัดกระทรวงการคลัง เข้าหารือเพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจและรับทราบความคืบหน้าในการดำเนินงาน ทั้งนี้พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช. กล่าวภายหลังการประชุมว่าขณะนี้การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องภาษี โครงสร้างราคาพลังงาน มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร การบริหารจัดการน้ำและสาธารณูปโภคยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนของแต่ละฝ่ายกำลังศึกษาผลกระทบ เพื่อพิจารณาหาข้อตกลงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ยังไม่มีข้อยุติหรือมีคำสั่งใดๆเพราะงานเร่งด่วนปัจจุบัน อาทิ การเร่งใช้จ่ายงบประมาณปี 57 ในทุกส่วนราชการจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อไม่ให้ เกิดการทุจริตและให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้ มากที่สุด รวมถึงต้องสอดคล้องกับการใช้จ่ายงบประมาณปี 58 ที่สำนักงบประมาณกำลังดำเนินการอยู่ให้มากที่สุด

      12 มิ.ย.ลุ้น คสช.สรุปแก้ปัญหาข้าว

      นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยหลังร่วมประชุมคณะกรรมการข้าว เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาของชาวนาและเกษตรกรว่า ที่ประชุมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องการแก้ปัญหาข้าว ทั้งอธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมการข้าว ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดย คสช.เปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานเสนอแผนการช่วยเหลือชาว-นาแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ แต่ยังไม่มีการลงมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการ เนื่องจากมอบหมายให้บางหน่วยงานกลับไปทบทวนแผนกลับเข้ามาเสนอที่ประชุมอีกครั้งในการประชุมวันที่ 12 มิ.ย.

      “บิ๊กตู่” ควบอีก ปธ.ใหญ่ กพช.

      เมื่อเวลา 13.00 น.คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 54/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อให้การบริหารนโยบาย แผนพลังงาน และมาตรการด้านพลังงานของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงออกคำสั่งให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังนี้ องค์ประกอบ 1.หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ 2.รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ) รองประธาน 3.รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่ชาติ กรรมการ 4.ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการ 5.ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ 6.ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ 7.ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ 8.ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ 9.ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ 10.ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ 11.ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ 12.ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ 13.ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการ 14.ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ 15.เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ 16.เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ 17.ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการ 18.ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและเลขานุการ

      ตั้ง “บิ๊กจิน” คุมบอร์ดพลังงาน

      ต่อมามีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 55/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานแห่งชาติ ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มอบหมายให้รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ) กำกับดูแลการแก้ไขปัญหาและเสนอแนวทางในการกำกับนโยบายการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศให้มีความเหมาะสมและมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย จึงให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ดังนี้ 1.รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ) 2.ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ 3.ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ 4.ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ 5.ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ 6.ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ 7.เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ 8.เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ 9.ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรรมการ 10.ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและเลขานุการ 11.ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

      กรรมการกองทุนอนุรักษ์พลังงานอีก 14

      จากนั้น คสช.ได้มีคำสั่ง ที่ 56/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ดังต่อไปนี้ 1.เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ 2.ปลัดบัญชีทหารบก 3.ปลัดกระทรวงการคลัง 4.ปลัดกระทรวงพลังงาน 5.เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 6.เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 7.อธิบดีกรมบัญชีกลาง 8.อธิบดีกรมพัฒนางานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 9.อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 10.อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม 11.ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 12.นายกสภาวิศวกร 13.นายกสภาสถาปนิก 14.ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและเลขานุการ

      คดีเลือกตั้ง ส.ส.–ส.ว.ให้ลุยต่อไป

      ต่อมาเวลา 15.20 น. ประกาศ คสช. ที่ 57/2557 เรื่องให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป ดังต่อไปนี้ ข้อ 1.ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไปโดยมิได้สะดุดลงจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก แต่ให้งดเว้นการเลือกตั้ง ส.ส.การเลือกตั้งและการสรรหา ส.ว.ไว้เป็นการชั่วคราวก่อน ให้ กกต.มีอำนาจกำหนดหรือขยายระยะเวลาในการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ว.ในการเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2557 ได้ตามที่เห็นสมควร ข้อ 2.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไปโดยมิได้สะดุดลงจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วดำเนินการประชุมหรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง และการดำเนินการเพื่อการจัดตั้งหรือจดทะเบียนพรรคการเมืองให้ระงับไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งให้ระงับการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่พรรคการเมืองของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองไว้เป็นการชั่วคราวด้วย ข้อ 3.ให้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไปจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มหรือยกเลิก ข้อ 4.บรรดาคำร้อง สำนวน อรรถคดี หรือการใดที่ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญตามข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 ที่อยู่ระหว่างดำเนินการของ กกต. นายทะเบียนพรรคการเมือง หรือศาลก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 ให้ กกต. นายทะเบียนพรรคการเมือง และศาลยังคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณาและวินิจฉัยต่อไป ข้อ 5.ให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว.ทั้งนี้ วิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีให้เป็นไปตามระเบียบที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากำหนด โดยต้องใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว ในกรณีที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้าเห็นควรให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ว.ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 เป็นต้นไป

      นักธุรกิจหาดใหญ่ขอบคุณเลิกเคอร์ฟิว

      ที่โรงแรมหรรษาเจบีหาดใหญ่ สมาคมต่างๆและผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ จัดแถลงข่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ที่ยกเลิกประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ นำโดยนายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา รวมทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยว ทั้งภาคเอกชนและประชาชนใน อ.หาดใหญ่ ต่างรู้สึกดีใจและมอบดอกไม้ในเชิงสัญลักษณ์ขอบคุณคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่

      ไกด์ร้อง คสช.ซิวมัคคุเทศก์เถื่อน

      เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายแสงทอง ไพลินวิจิตร รองประธานชมรมมัคคุเทศก์จีนกลางแห่งประเทศไทย นำตัวแทนมัคคุเทศก์จากทั่วประเทศเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องปัญหาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศที่ต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพสงวน (มัคคุเทศก์) ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว โดยมีพ.ท.เพิ่มเกียรติ จุฑาเทศ หัวหน้าแผนกส่วนสนับสนุนกองทัพบกเป็นตัวแทนรับหนังสือไว้

      นายแสงทองกล่าวว่า ที่มายื่นหนังสือเพื่อขอให้ คสช.แก้ปัญหาการท่องเที่ยว เพราะตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกครอบงำจากนักการเมืองที่ครอบงำวงการการท่องเที่ยว ทำให้อาชีพมัคคุเทศก์ได้รับผลกระทบ และมีนักต้มตุ๋นอ้างตัวเป็นมัคคุเทศก์เข้ามาหลอกลวงนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ซึ่งปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากจะขอร้องให้ คสช. ช่วยแก้ปัญหาด้วย จากนั้นกลุ่มตัวแทนมัคคุเทศก์ได้มอบดอกไม้ให้ทหารเพื่อเป็นกำลังใจด้วย

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 12:38 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์