วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


คู่มือคนเมือง : นั่งกระเช้าไหว้พระใหญ่ หมุนกังหันวัดแชกง ขอลูกเบบี้บุดดา

หลังจากที่เคยพาไปเที่ยวแหล่งช็อปปิ้งตามถนนสายต่างๆ ของ "ฮ่องกง" กันไปแล้ว คราวนี้ขอพาไปไหว้พระ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3 วัดดังของฮ่องกง กับการอธิษฐานขอในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องสุขภาพ การปัดเป่าสิ่งไม่ดี แก้ชง หรือแม้กระทั่งการขอลูก ที่ว่ากันว่า ใครมาอธิษฐานขอ ก็มักจะสมหวังเสมอๆ

เอาเป็นว่าไม่ขอเสียเวลา สถานที่แรกที่จะพาไป อยู่ใกล้สนามบินเพียงอึดใจเดียว คือ การขึ้นกระเช้านองปิง (Ngong Ping 360) ไปนมัสการพระใหญ่ วัดโปลิน แห่งเกาะลันเตา ก่อนขึ้นกระเช้าเราก็ต้องไปซื้อตั๋วกันก่อน สำหรับกระเช้านอนปิง ก็จะมีให้เลือกทั้งแบบสแตนดาร์ด พื้นกระเช้าเป็นแบบปิด สนนราคาไป-กลับ 150 $HK แต่ถ้าอยากเร้าใจขึ้นมาอีกหน่อย แนะนำแบบคริสตัล ที่พื้นกระเช้าจะเป็นกระจก มองเห็นวิวด้านล่างไปตลอดทาง สนนราคาไป-กลับ 235 $HK


ส่วนใครที่กลัวความสูง แนะนำแบบคริสตัล 


เอ๊ะ!ยังไง... ไม่ผิดหรอก แนะนำแบบคริสตัลจริงๆ เพราะมันอาจจะเป็นยาดี ช่วงบรรเทาโรคกลัวความสูงของคุณบ้างก็ได้ เนื่องจากเราได้ทำการทดลองกับเพื่อนร่วมทิปของเรา 2 ราย ที่กลัวความสูงแบบสุดๆ (หรือมีมากกว่านั้น แต่ไม่ออกตัว) แรกๆมีกรี๊ด ปิดตา โวยวาย ดมยาดม สารพัดสิ่งที่จะมาสลัดความกลัว แต่เมื่อผ่านไปสัก 15 นาที ซึ่งก็เกือบจะถึงปลายทาง ดูทั้งหมดจะผ่อนคลายขึ้น กล้าชี้ชวนดูนั่นนี่ หรือแม้แต่ลงไปนั่งที่พื้นกระจก เพื่อแชะภาพเป็นที่ระทึก! เอาไปอวดใครต่อใครทั่วซอย ว่าครั้งนึง ฉันก็เคยพิชิตความสูง ห้อยโหนอยู่บนกระเช้า ฝากชีวิตไว้กับสายเคเบิล ที่ยาวเกือบ 6 กิโลเมตรมาแล้ว ซึ่งช่วงที่เราเดินทางไป เป็นช่วงที่มีฝนตก ทำให้เพิ่มอรรถรสในการนั่งเคเบิลเพิ่มอีก 50% เพราะจะมีลมแรงมาปะทะที่กระเช้า ประกอบกับเม็ดฝนปรอยๆ..ระทึกไม่น้อย


เมื่อลงกระเช้าแล้ว เราต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านร้านรวงต่างๆ ทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และเพราะเป็นสถานที่ที่คนไทยมาเยอะ ทัวร์คนไทยมาลงทุกวัน ร้านอาหารบางร้าน ถึงกับเขียนป้ายด้วยภาษาไทย อย่าง ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ และบัวลอยงาดำ ก็ถือเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้คนไทย เสมือนเดินไหว้พระอยู่ย่านเยาวราช


เดิมทีวัดโปลินแห่งนี้ เป็นเพียงอารามที่อยู่ห่างไกล แต่เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา ในปี 1993 เมื่อมีการสร้าง พระใหญ่ หรือ พระพุทธรูปเทียนถาน พระพุทธรูปสำริด ที่มีความสูง 34 เมตร หันพระพักตร์ไปทางเหนือเพื่อเฝ้าดูชาวจีน บนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินแม่ องค์พระมีลักษณะอ่อนโยนและสง่างามอย่างลุ่มลึก ว่ากันว่าใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 12 ปีทีเดียว ทำให้สถานที่แห่งนี้ มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของคนฮ่องกง และนักท่องเที่ยว

ใครที่ยังแข็งแรง ไม่เป็นโรคหอบ ข้อเข่าไม่เสื่อม โรคเก๊ายังไม่ถามหา ก็สามารถเดินขึ้นบันได 268 ขั้น เพื่อไปนมัสการองค์พระอย่างใกล้ๆ ได้ กลับกันใครที่ร่างกายไม่อำนวย ก็สามารถไปยืนบริเวณแท่นวงกลมด้านล่างแทน ซึ่งเชื่อว่า เป็นจุดที่พระจะได้ยินคำขอพรของเราได้ชัดเจนที่สุด ก็ทำได้เหมือนกัน


หลังจากไหว้พระใหญ่ขอพรกันไปแล้ว เราจะไปต่อกันที่ วัดกังหัน หรือ วัดแชงกง หรือที่หลายคนรู้จักว่า วัดแชกงหมิว แต่ความจริงแล้ว คำว่า "หมิว" ในภาษาจีน แปลว่า "วัด" วัดนี้ตั้งอยู่ในเขตไตหว่าย ของชาทิ่น อาจจะไกลออกนอกเมืองไปสักหน่อย แต่การเดินทางก็สามารถไปได้ทั้งรถไฟใต้ดิน ไปโผล่ที่สถานี Tai Wai หรือถ้าไปกัน 4-5 คน แนะนำบริการรถแท็กซี่

สำหรับวัดกังหันนี้ ว่ากันว่า สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ "แชกุง" แม่ทัพของราชวงศ์ซ่งใต้ ซึ่งมีอำนาจมาก สามารถสยบภัยร้ายจากพวกกบฏ และโรคระบาด นอกจากนี้ ตำนานพื้นเมืองได้เล่าขานกันว่าแม่ทัพแชกุง ติดตามจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ซ่ง เพื่อหลบหนีไปที่ไซกุง ซึ่งก็คือ นิวเทอร์ริทอรีส์ ในปัจจุบัน ความยิ่งใหญ่ของบุคคลผู้นี้ทำให้เขาได้รับการยกย่องบูชาเป็นเทพเจ้าในที่สุด


คนที่ไปครั้งแรกไม่ต้องกังวลว่า จะไหว้ถูกหลักหรือไม่ หรือจะเริ่มตรงไหนก่อนดี เพราะเมื่อเหยียบเข้าไปภายในวัด รับรองว่า มีป้ายภาษาไทยให้อ่านอยู่เป็นจุดๆ อีกทั้งพนักงานภายในวัด ยังสามารถพูดไทยได้บ้างอีกด้วย เมื่อเข้าไปในวัดแล้ว ก็จะมีการซื้อเครื่องไหว้ สนนราคา 38 $HK ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยธูป และกระดาษสำหรับเขียนสะเดาะเคราะห์ 

จากนั้น ก็จะเข้าไปในวิหารด้านใน ซึ่งมีรูปปั้น "นายพลแชกง" อยู่ ส่วนใหญ่ผู้ที่มาไหว้ที่วัดแชกงแห่งนี้ ก็จะอธิษฐานขอให้ปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากตัวเอง ทั้งเรื่องสุขภาพ ศัตรู อันตรายต่างๆ ซึ่งเมื่อเข้าไปในวิหารแล้ว ให้อธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการ พร้อมมองไปที่ใบหน้า "นายพลแชกง" อย่างมุ่งมั่น เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว ก็ให้ไปหมุน "กังหันแห่งโชคชะตา" หรือ "กังหันนำโชค" ที่อยู่ด้านข้างรูปปั้นของนายพลแชกง ส่วนวิธีการหมุน ให้หมุนกังหันตามเข็มนาฬิกา เพื่อให้ทั้งปีมีแต่ความสุข ความมั่งคั่ง และถ้าหมุนทวนเข็มนาฬิกา เชื่อว่าจะเปลี่ยนดวงชะตาร้ายกลายเป็นดี 


เมื่อหมุนกังหันเสร็จแล้ว ก็ให้ไปตีกลอง 3 ครั้งดังๆ เพื่อบอกกล่าวให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้ เพื่อให้พรทั้งหมดที่ขอเป็นไปตามที่หวัง ส่วนใครที่รู้ว่าอยู่ในปีชง ที่วัดแชกง แห่งนี้ ก็มีจุดให้ได้ทำพิธีแก้ชงกันด้วย


สุดท้ายสำหรับทริปนี้ เราจะไปกันที่ อ่าว Repulse Bay ซึ่งถือเป็นทะเลน้ำตื้นที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของฮ่องกง เพื่อไปวัดเจ้าแม่กวนอิม วัดที่ชาวฮ่องกง และนักท่องเที่ยวต่างชาติ นิยมมาสักการะพระโพธิสัตว์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะว่ากันว่า ขออะไรก็สมหวังทุกเรื่อง 

ส่วนการเดินทาง อาจจะหลายต่อสักหน่อย แต่เมื่อไปถึงที่หมายบอกเลยว่าคุ้มเหนื่อย โดยเริ่มจากการนั่งรถไฟใต้ดิน ไปที่สถานี Hongkong จากนั้นเดินไปยังทางออกตึก Exchange square ลงไปที่ชั้นล่างของตึก เพื่อไปขึ้นรถเมล์สาย 6, 6A, 6X, 66 หรือ 260 ไปลงที่ป้าย Repulse Bay Beach ถึงตรงนี้หลายคนอาจกังวลว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงป้ายหรือยัง เพราะรถเมล์ฮ่องกง ไม่มีกระเป๋ารถ ถือกระบอกตังค์หนีบแก๊บ แก๊บ ตะโกนบอกเส้นทางเป็นระยะเหมือนบ้านเรา แต่เค้ามีทีวี ที่เป็นเหมือนมอนิเตอร์บอกว่า ตอนนี้ถึงสถานีไหนแล้ว และสถานีที่จะลง อยู่สถานีที่เท่าไหร่ เมื่อถึงแล้ว ให้หันหน้าไปทางทะเล จากนั้นข้ามฝั่ง เดินเลียบหาดขึ้นไปเรื่อยๆ เพลินไปกับบีชการ์ดหุ่นล่ำ ไม่นานก็จะเจอทางเข้าวัด


สำหรับการสักการะเจ้าแม่กวนอิมนั้น ให้ไปยืนด้านหน้าองค์ท่าน แล้วจึงตั้งจิตอธิษฐาน จากนั้นกล่าวชื่อ–สกุลของเรา และอธิษฐาน สวดบทสรรเสริญพระคุณ ซึ่งมีเขียนไว้เป็นภาษาไทยให้ได้ท่องตาม จะได้ไม่พลาด 

จากนั้นเราก็จะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่อยู่ภายในวัด โดยข้าม "สะพานเพิ่มอายุ" ที่เชื่อกันว่า หากข้ามสะพานนี้แล้ว จะมีอายุเพิ่มมากขึ้นอีก 1 ปี แต่ข้ามแล้ว ห้ามข้ามย้อนกลับมาทางเดิม ไม่อย่างนั้น อายุก็จะสั้นขึ้นอีก 1 ปีเช่นกัน และในขณะที่ข้าม ก็ขอให้ทิ้งเรื่องที่ไม่ดีทิ้งไป เหมือนก้าวข้ามไปเจอสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่านั่นเอง

เมื่อข้ามไปแล้ว ก็จะเจอกับ "เทพเจ้าแห่งความรัก" ซึ่งหากสังเกตที่องค์เทพ จะเห็นหนังสือเล่มโต ที่เชื่อกันว่า เป็นรายชื่อของคนโสด ที่ท่านจะประทานให้มาเป็นเนื้อคู่ งานนี้คนโสด (สนิท) อย่ารอช้า ตั้งจิตให้มั่นแล้วอธิษฐานไปพร้อมๆ กัน โดยบอกชื่อ สกุล วันเดือนปีเกิด จากนั้นให้ไปลูบหินสีดำที่อยู่บนแท่น 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้น ซึ่งหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมทริปก็อธิษฐานอยู่นานสองนาน เชื่อว่าเทพคงเห็นใจ แล้วส่งใคร(คนนั้น)มารักนางที

ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้ว จะควงกันมา หรือมาคนเดียว ก็สามารถอธิษฐานให้รักยืนยาวได้เช่นกัน พร้อมกับเขียนชื่อเราและคนรักลงไปที่ริบบิ้นสีแดง ที่พันอยู่รอบๆ องค์เทพ เท่านี้เป็นอันเสร็จพิธีโดยไม่ต้องลูบหินแต่อย่างใด


จากนั้นเราจะวนไปบริเวณประตูทางเข้าอีกครั้ง เพื่อไหว้ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย" เทพเจ้าแห่งโชคลาภเงินทอง ตามธรรมเนียมให้หยิบธนบัตรที่เลขลงท้าย 2 ตัวหลัง เป็นเลขมงคล อาทิ เลข 5,8, และ 9 จากนั้นพับครึ่ง แล้วเช็ดไปที่องค์เทพ ตั้งแต่ใบหน้า เครา ไม้เท้า ไปจนถึงถุงเงิน แล้วเก็บเข้ากระเป๋า บางคนก็เก็บไปเป็นขวัญถุง เชื่อว่าจะมีเงินทองไหลมาเทมา เข้ากระเป๋าไม่ขาดสาย 

สุดท้าย สำหรับคนที่มีลูกยาก แล้วอยากจะมีลูก ให้เขยิบมาที่องค์ เบบี้ บุดด้า (Baby Buddha) ที่อยู่ข้างๆ กัน โดยให้ตั้งจิตอธิษฐาน พร้อมกับลูกไปที่ท้องขององค์เทพ จากนั้นใครที่อยากได้ลูกชาย ให้ลูกไปที่เด็กผู้ชายด้านซ้ายมือ ส่วนใครที่อยากได้ลูกสาว ให้ลูบไปที่เด็กสาวทีี่อยู่ด้านขวามือ งานนี้อย่าตั้งใจมากจนลูบผิด เพราะอาจจะได้ดับเบิลมาเลยก็ได้ ... เก๊าหมายถึง ได้ลูกแฝดชายหญิงมาในคราวเดียว เดี๋ยวจะเลี้ยงไม่ไหว อย่าเข้าใจผิดไป อิอิ

และก็มีใครคนหนึ่งในทริปกล่าวไว้ว่า "ขอเทพอาจได้(ลูก)ช้า แต่ขอพี่ได้(ลูก)ชัวร์" ฮา!!!


อย่างไรก็ตาม วัดทั้ง 3 วัด เป็นสถานที่ที่อยู่ห่างกันพอสมควร การเดินทาง ถ้าไม่ได้ไปกับทัวร์ ที่บริการรถรับ-ส่งถึงที่ ก็อาจจะใช้เวลาสักหน่อย วันเดียวอาจจะเหนื่อยเอาการ ใครที่อยากจะไปเที่ยว ก็ลองจัดตารางการเดินทางดีๆ จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป และมีแรงเหลือพอไว้เดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ.

หลังจากที่เคยพาไปเที่ยวช็อปปิ้งตามถนนสายต่างๆของ "ฮ่องกง" กันไปแล้ว คราวนี้ขอพาไปไหว้พระ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3 วัดดังของฮ่องกง กับการอธิษฐานขอในเรื่องต่างๆทั้งเรื่องสุขภาพ การปัดเป่าสิ่งไม่ดี แก้ชง หรือแม้กระทั่งการขอลูก... 10 มิ.ย. 2557 04:00 14 มิ.ย. 2557 13:27 ไทยรัฐ