วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
3กรมนัดถกคสช.ปฏิรูปโครงสร้างภาษี คงแวต7% อีก1ปี

3กรมนัดถกคสช.ปฏิรูปโครงสร้างภาษี คงแวต7% อีก1ปี

  • Share:

"สรรพากร" เผยอังคารนี้ นัดถกปฏิรูปโครงสร้างภาษีร่วมกับ คสช. ชงมาตรการด่วน คงแวต 7% ออกไปอีก 1 ปี ยืดเวลาลดภาษีนิติบุคคล 20% และบุคคลธรรมดา 35% มั่นใจผ่านฉลุยเก็บรายได้เข้ารัฐปีนี้ได้ตามเป้า 1.89 ล้านล้าน...

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร จะมีการหารือเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างภาษีในระยะเร่งด่วน ร่วมกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. โดยในการประชุมดังกล่าว ทั้ง 3 กรมดังกล่าว จะเสนอ 4 เรื่องเร่งด่วน ได้แก่ 1. การขยายเวลาการคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% ต่อไปอีก 1 ปี 2. การขยายระยะเวลาการลดอัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ 20% 3. การขยายระยะเวลาการลดอัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่อัตราสูงสุด 35% และ 4. รายงานผลการลงนามความร่วมมือกับสหรัฐฯ เรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายให้รายงานธุรกรรมทางการเงินบุคคลสัญชาติสหรัฐฯ ที่อยู่นอกประเทศ ซึ่งมีผลประโยชน์ทางภาษี (FATCA)

สำหรับการหารือร่วมกับสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว โดยหลังจากนี้ต้องมีการเสนอให้ คสช. พิจารณา ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาผู้แทนราษฎรต่อไป เพื่อให้สามารถออกมาเป็นข้อกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ได้ ซึ่งจะส่งผลทำให้บริษัทที่ทำธุรกรรมกับสหรัฐฯ ไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 30% เหมือนที่ผ่านมา ส่วนแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษีใหม่ จะเน้นการปฏิรูปภาษีกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อลดการทุจริตคอร์รัปชันระหว่างการติดต่อประสานงานกับภาครัฐ

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2558 กรมสรรพากร ตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท บนสมมติฐานของการจัดเก็บรายได้จริงในปีนี้ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้ในปี 2557 ได้ตามเป้าหมายที่ 1.89 ล้านล้านบาท บนพื้นฐานที่ว่า คสช. จะพิจารณาต่ออายุมาตรการภาษีเร่งด่วนที่ได้เสนอไปทั้งหมด อาทิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นต้น

ส่วนกรณี คสช.แต่งตั้งให้กรมสรรพากรเป็นหนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล หรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น กรมสรรพากรพร้อมที่จะร่วมทำงาน โดยขณะนี้ต้องให้ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) วางแนวทางในการตรวจสอบ และมอบมาให้กรมสรรพากรว่าจะตรวจสอบใครบ้าง ซึ่งจะเน้นว่ามีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ สำหรับบุคคลที่ไม่ยอมมารายงานตัวกับ คสช.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้