วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ค่า (ของการ) ปรับ

โดย น้าเน็ก

นักจิตวิทยากล่าวว่า…เวลามีปัญหาเข้ามากระทบกระเทือนต่อชีวิตจิตใจ ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายมีสติ ปรับตัวรับกับเหตุการณ์ได้เร็วกว่าผู้ชาย ณ จุดนี้หมายรวมถึงความชาญฉลาดในการคิดหาทางรับมือและแก้ไขด้วย

(ประมาณร้อยละเก้าสิบของวลีที่ขึ้นต้นด้วย “นักจิตวิทยากล่าวว่า” นักจิตวิทยาจริงๆ มักไม่ได้กล่าว ส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากูไม่เคยรู้เรื่องเลย แต่ถูกแปะไว้เพื่อประกอบให้ดูขลังและคมเหมือนกินหินลับมีดเป็นอาหารเฉยๆ ซึ่งก็ได้ผลมาก เพราะคนอ่านจะหูผึ่ง อ่านทวนอีกรอบด้วยความตั้งใจในบัดดล)

หากไม่ว่าที่นักจิตวิทยากล่าวนั่นจะชัวร์หรือมั่วนิ่ม ข้อความที่ว่าผู้หญิงตั้งสติ ตั้งหลักได้ไวกว่าผู้ชายก็ค่อนข้างมีส่วนถูก…ส่วนหนึ่งอาจเพราะจิตใจที่ละเอียดอ่อนกว่า ฮอร์โมนที่แตกต่างกันคงมีผลให้ผู้หญิงใจเย็น คิดคำนึงหาเหตุและผลได้ดีกว่า ไม่โผงผาง มุทะลุ ตีนไวไปก่อนสมอง หรือมองเห็นเฉพาะอะไรที่มันอยู่ภายนอกแบบผู้ชาย เช่น นักบินอวกาศหญิงก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับชั้นบรรยากาศ วิธีกินอยู่ ขั้นตอนใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่านักบินชาย (เดาว่าขณะที่นางคนนี้จับทิศเหนือทิศใต้ถูก เอาหัวตั้งขึ้นสำเร็จแล้ว นายคนนั้นยังหมุนคว้าง น้ำในหูไม่เท่ากันอยู่เลย เป็นต้น)

หรือยกตัวอย่างประสบการณ์หนึ่งซึ่งเคยได้จากคนรู้จักเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ผมล้มเลิกความตั้งใจที่จะเถียงแทนเหล่าชายชาตรี ว่าใครเหนือกว่าใครเรื่องวิชาปรับตัวไปในที่สุด

เธอเป็นผู้หญิงวัยเกือบสี่สิบครับ ทำงานบริษัทเอกชน มีลูกชายสองคนเรียนชั้นประถม อายุกำลังวุ่นวาย … สองปีก่อนสามีเสียชีวิตเพราะประสบอุบัติเหตุ ทุกวันนี้จึงรับบทบาทซิงเกิลมัมเต็มตัวและไม่ได้แต่งงานใหม่ ผมรู้จักทั้งคู่มานานหลายปี พอจะช่วยยืนยันได้ว่าเป็นสามีภรรยาที่รักกันดีเช่นคู่ชีวิตในอุดมคติพึงเป็น ครอบครัวอบอุ่นมีความสุข

กระทั่งวันที่สามีจากไปกะทันหัน ฝ่ายหญิงเสียศูนย์จนทำอะไรไม่ได้ร่วมอาทิตย์ … แต่ระยะเวลาแค่เดือนกว่าๆ ที่ขาดการติดต่อ พอเจอหน้ากันอีกหน พบว่าเธอกลับมาเป็นคนเก่าได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งสีหน้าท่าทาง ดูสดชื่น มีพลังวิ่งไล่จับลูกชายตัวเล็กที่เพิ่งรับกลับจากโรงเรียนตอนเย็นเหมือนเดิม อยู่ในชุดทำงาน มีกระเป๋าเอกสารสะพายไหล่ สู้รบกับงาน (และเพื่อนร่วมงาน) อย่างเคย เหมือนสมัยที่ครอบครัวยังอยู่กันครบ

“อยากนอนร้องไห้ เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ต้องเจอหน้าใครเหมือนกันค่ะ แต่คิดถึงลูก จะอยู่กันยังไง ไม่มีเค้าแล้ว แต่ลูกยังอยู่ ฉันยังอยู่ ตายตามเค้าไปก็คงไม่ได้ ก็ต้องสู้กันต่อ” … เธอเล่ายิ้มๆ มือก็คว้าทิชชูเช็ดปากให้เด็กหน้าเลอะสองคน ที่กำลังนั่งเลียไอติมและซนตำแย

“ไม่แน่นะคะ ถ้าคนที่หายไปเป็นฉันแทน ป่านนี้สองคนนี่อาจจะต้องเป็นฝ่ายเจียวไข่ให้พ่อกินแล้วก็ได้”

ถึงจะเอ่ยติดตลกแต่สายตาก็ยังมีแววเศร้าปนอยู่ เพิ่งไม่นานที่ชีวิตครอบครัวพลิกผันครั้งใหญ่ แต่คนเป็นแม่ก็หาทางรีเซตตัวเอง กลับมาเป็นเสาหลักให้ลูกและคนที่อยู่ข้างหลังได้อย่างรวดเร็ว

เราอาจหายใจทิ้งไปวันๆ โดยไม่เคยรู้ตัวว่าสิ่งสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ไม่ว่าสำหรับเพศไหนก็คือ “การปรับตัว” นะครับ

สากลเรียกว่า Adjustment (อันนี้นักจิตวิทยากล่าวไว้จริงๆ) หมายถึง วิธีที่มนุษย์พยายามปรับสภาพปัญหาทั้งหลายของตัวเอง จะด้านไหนก็ตาม ให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ทั้งสถานการณ์ สังคม บุคคล เพื่อให้ชีวิตสะดวกราบรื่น ไหลไปเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม ไม่ต่อต้านจนกลายเป็นอุปสรรค เพราะเราไม่สามารถโน้มทั้งจักรวาลเข้ามาหาตัวได้ เพื่อรักษาสมดุล รักษาความสงบสุขไว้ จึงควรเป็นฝ่ายขยับเขยื้อนเปลี่ยนแปลงบ้าง ใครทำได้ไว ทำได้ดีก็แปลว่าสุขภาพจิตดีงาม ถ้าตรงข้ามก็เรียกว่าบ้าครับ ง่ายนิดเดียว

การรู้สึกว่า “โลกไม่เหมาะกับเรา” หรือ “เราไม่เหมาะกับโลก” เนี่ย แตกต่างโดยทฤษฎี คือขึ้นอยู่กับจะมองใครเป็นฝ่ายผิด กูผิด หรือโลกผิด ทว่าโดยภาคปฏิบัติแล้ว สมาสสนธิออกมาเป็นนิยามเดียวครับ คือเรากับโลกนั้นเข้ากันไม่ได้ ซึ่งถือว่าแย่มาก … ยุคนี้หลายคนชอบพูดว่าโลกอยู่ยากขึ้นทุกวัน ผมเองก็ยอมรับว่าพูดอยู่บ่อยๆ ด้วยความคับแค้นใจ อารมณ์ว่าแถวนี้แม่งเถื่อน บอกตรงๆ นะ ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้

อ่าห์ … ยังไงดีล่ะ

ความจริงมันไม่ยากหรอกครับ สมัยก่อนยากกว่าเยอะ หรืออย่างน้อยก็ไม่ง่ายดายสบายเท่าปัจจุบัน ที่การสื่อสาร คมนาคมขนส่ง เทคโนโลยีเจริญตอบสนองเราได้ทุกแขนง…สิ่งที่ชักจูงให้มองว่าชีวิตลำบาก น่าจะเพราะภูมิต้านทาน บวกกับทักษะด้านการปรับตัวของแต่ละบุคคลมากกว่ารึเปล่า ที่มีไม่เท่ากัน …

ปรับตัวง่ายก็อยู่ง่าย ปรับตัวไม่ได้ อะไรๆ ก็ยากครับ

นั่งรถไฟฟ้าไปทำงานยังไงไม่ให้ตัวเองถูกมองว่าใจหมา จนโดนแอบถ่ายรูปไปประจานในเฟซบุ๊ก โทษฐานไม่ยอมลุกให้ผู้หญิงนั่ง ยามไหนควรลุก เวลาไหนควรนั่ง ต้องหัดเรียนรู้เอาไว้เสียแล้ว

ถนนเมืองหลวงปกติก็รถติดเหมือนนัดกันมาจอดคุยมากกว่ามีธุระ ยิ่งช่วงหลังมีคนขยันมาจับจองเป็นที่กินนอนร้องเพลง จะว่าเขาก็ไม่ได้ เป็นหน้าที่เราอีกที่ต้องหัดตื่นเช้า ตั้งนาฬิกาปลุกใหม่ หัดศึกษาเส้นทางเพิ่มเติม ทั้งทางลัด ทางสำรอง ทางไหนไม่เคยลองก็ลองดู ชีวิตมันไม่สะดวกโยธินเท่าเก่าให้ทำไง (ทำใจน่ะเซ่)

ปกติเสร็จงานดึก กลับบ้านตีสามตีสี่ เดี๋ยวนี้สี่ทุ่มต้องถึงหน้าบ้าน ก็มาฝึกบริหารเวลากันใหม่ …

ห้ามออกไปไหนหลังสี่ทุ่มและก่อนตีห้า ก็ต้องปรับทั้งตัวทั้งกิจวัตร นิสัยเดิมเป็นพวกชอบหิวดึกๆ ดื่นๆ จงกักตุนเสบียงอาหารไว้ให้พอเพียง ข้าวปลาอาหารหาซื้อเก็บเหมือนทางการสั่งว่าโลกจะแตก ร้านเขียวแดงปกติไม่ค่อยเห็นคุณค่า พอเขาประกาศว่าจะไม่ 24 ชั่วโมงแล้วนะเว้ย หูย อยากเข้าขึ้นมาซะอย่างงั้นอ่ะ! อยากกินขนมจีบซาลาเปาฟุตลองมาก…ถือเป็นเรื่องราวดีๆ เรียนรู้ที่จะเห็นความสำคัญของสิ่งใกล้ตัว

ธรรมดาขับรถออกจากบ้าน จะสะดุ้งกับพี่ตำรวจ สับสนระหว่างตำรวจจริงกับจ่าเฉยอยู่บ่อยๆ เสียบุคลิกจนติดเป็นนิสัย ตอนนี้ไม่ละ ตำรวจกลายเป็นแรร์ไอเทม เพราะได้เจอคุณทหารแทน ชอบซุ่มอยู่แถวใต้ทางด่วน ข้างเสาตอม่อ แอบพรางตัวให้กลมกลืนไปกับสี่แยก แต่ไม่ค่อยสำเร็จเพราะชุดเด่นมาก เขียวตั้งแต่หัวจรดเท้า…เห็นแรกๆ ก็ตกใจ ทำไปทำมาเริ่มชิน เพราะพี่แกยืนเฉยๆ บอกตัวเองว่าอย่าพิรุธ อย่าลนลาน ในมือคุณทหารไม่มีเล่มใบสั่งกับปากกานะแก

ก็นับว่าน่าดีใจที่คนบ้านเราเก่งในการปรับตัว ไม่ค่อยเดือดร้อนใจกับอะไรนานๆ ดราม่าแต่พองาม ยึดหลักการถ้าไม่อยากบ้า กูฮาไว้ก่อน สังเกตจากแฮชแท็ก #ทหารหล่อบอกด้วย ที่แม้รถถัง รถจี๊ปจะมีผลต่อความเครียดได้ถ้าพบว่ามาทีละเยอะๆ แต่จัดเป็นคนละส่วนกับปริมาณทหาร กรมไหน กองร้อย กองพันไหน มาเยอะไม่ว่า ได้ขึ้นเป็นเน็ตไอดอลโดยทั่วกัน

รู้อย่างนี้แล้ว ก็ปรับเถอะครับ จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน…

น้าเน็ก

นักจิตวิทยากล่าวว่า…เวลามีปัญหาเข้ามากระทบกระเทือนต่อชีวิตจิตใจ ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายมีสติ ปรับตัวรับกับเหตุการณ์ได้เร็วกว่าผู้ชาย ณ จุดนี้หมายรวมถึงความชาญฉลาดในการคิดหาทางรับมือและแก้ไขด้วย ... 9 มิ.ย. 2557 13:48 11 มิ.ย. 2557 06:25 ไทยรัฐ