วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ชู3นิ้ว-ปิดปาก' ไล่สกัดวุ่น อลหม่านทั่วกรุง

ปิดสนามหลวง-สวนจตุจักร กลุ่มต้านผลุบโผล่แล้วเผ่น! ทหาร-ตร.ตามรวบได้7คน

ม็อบต่อต้านรัฐประหารกร่อยนัดชู 3 นิ้ว 5 จุดรวมตัวไม่ติด โดนทหาร-ตำรวจ สกัดกั้น กระจายกำลังปิดทั้งสวนจตุจักร สนามหลวง จน นศ.มธ.ต้องย้ายกิจกรรมใช้สิทธิรวมตัวไปกินแซนด์วิชหน้ามหาวิทยาลัยแทนปิกนิกในสนามหลวง “จักรทิพย์” นำกำลังคุมพารากอนด้วยตัวเอง ทหาร-ตร.ติดตามจับกุมได้ 7 คน “ผู้พันสู้” ประกาศยุติบทบาทตามสัญญากับครอบครัว ภูมิใจป่วนได้ทั้งกองทัพ หวังมีตัวแทนตัวตายทำหน้าที่แทน แนวร่วมชักแหยงโพสต์แค่นิ้วไม่โชว์หน้าตา ด้านเสื้อแดงเชียงใหม่คล้อยตาม คสช.สลายสีเสื้อเลิกทะเลาะ

จากกรณี “ผู้พันสู้ ตัวจริง” อาสาเป็นตัวแทน “สมบัติ บุญงามอนงค์” บก.ลายจุด ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กนัดรวมตัวต่อต้านรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ตามจุดต่างๆในกรุงเทพมหานคร จน คสช.ต้องระดมทหารและตำรวจสนธิกำลังเข้าคุมพื้นที่นัดหมาย ท้ายที่สุดกลุ่มคัดค้านไม่สามารถรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนได้

ตร.วางแผนคุมจุดนัดม็อบต้าน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่ห้องประชุมศปก.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม ศปก.ตร. ติดตามสถานการณ์การชุมนุมและคดีอาชญากรรมสำคัญที่เกิดขึ้นในรอบ 24 ชั่วโมง โดย พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า วันนี้อาจมีการชุมนุมตามแยกสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร บก.จร. และตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องจะจัดเจ้าหน้าตำรวจให้พร้อมรองรับการอำนวยการจราจรในทุกจุด และเน้นการประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ทราบตามสื่อต่างๆอย่างทั่วถึง รวมถึงดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ชุมนุมและประชาชนในบริเวณใกล้เคียงด้วย

ใช้ซีซีทีวีบันทึกฟ้องเอาผิด

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รรก.ผบช.น.ตรวจความพร้อมการวางกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจในจุดที่นัดชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐประหารที่วงเวียนใหญ่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้างสรรพสินค้าพารากอน รวมทั้งประสานกล้องซีซีทีวีใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พล.ต.อ.สมยศให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ชุมนุมและประเมินด้านการข่าวไม่มีอะไรหนักใจ ไม่มีแกนนำออกมาเคลื่อนไหว คิดว่าจะมีคนบางส่วนออกมาแสดงสัญลักษณ์จำนวนไม่มาก เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ไม่อยากให้มีอะไรรุนแรง มีการเผชิญหน้า จะทำให้สุ่มเสี่ยงเกิดความสูญเสีย

ชี้ฝืนคำสั่ง คสช.มีความผิดติดตัว

รอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า การชุมนุมหรือแสดงสัญลักษณ์เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่อยากจับกุมเนื่องจากบางคนไม่เข้าใจกฎหมายในสถานการณ์ขณะนี้ ฝากนักศึกษาหรือประชาชนการกระทำใดๆที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายไม่อยากให้ทำ ทุกคนอาจไม่เข้าใจกฎหมายในคำสั่งประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งเป็นความผิดติดตัวโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขณะนี้ประเทศกำลังเข้าสู่โหมดปรองดอง มีการสลายสีสลายกลุ่ม ไม่มีฝ่ายไหนที่ขัดแย้งกัน ลืมอดีตตั้งต้นกันใหม่ มีแต่ประเทศชาติคนไทยสีเดียวกันเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. พยายามทำทุกอย่างเพื่อลดความขัดแย้ง ทำให้เกิดความปรองดองของคนในชาติ เป็นหน้าที่พี่น้องคนไทยต้องมาคิดช่วยเหลือเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเกินไปกว่านี้

ม็อบ “ผู้พันสู้” กระพือข่าวนัด 5 จุด

สำหรับปฏิบัติการชู 3 นิ้วต่อต้านการรัฐประหาร ของกลุ่มผู้เห็นต่างกับ คสช.ที่นำโดย น.ต.ชนินทร์ คล้ายคลึง อดีตหัวหน้าฝ่ายกรมช่างทหารอากาศ ที่ใช้นามแฝงในเฟซบุ๊กว่า “ผู้พันสู้ ตัวจริง” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ากระแสข่าวการนัดหมายชู 3 นิ้ว ในโลกไซเบอร์ถูกโหมกระพืออย่างหนัก โดยเพจค้านรัฐประหารในเฟซบุ๊กหลายเพจ นำข้อความนัดหมายของผู้พันสู้ มากระจายข่าวเผยแพร่ให้แนวร่วมทั้งหลายได้รับทราบ ระบุเป้าหมาย 5 จุด คือ 1.สนามบินสุวรรณภูมิ 2.ร้านแมคโดนัลด์
ราชประสงค์ 3.อนุสาวรีย์ชัยฯ 4.สยามพารากอน 5.วัดพระแก้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งถึงสถานที่รวมตัวอย่างเป็นทางการให้ทราบ อ้างว่าต้องให้ถึงเวลาบ่าย 2 โมง เพื่อหวังสร้างความสับสนให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ซึ่งระดมกำลังเต็มพิกัด เข้าตรึงพื้นที่ทั้ง 5 จุดล่วงหน้าเพื่อสกัดขัดขวางปฏิบัติการครั้งนี้ให้จงได้

ชักหงอโพสต์แค่นิ้วไม่เห็นหน้า

กระทั่งเวลา 14.00 น. ถึงเวลาที่นัดหมายของการแจ้งสถานที่รวมตัวชู 3 นิ้ว เฟซบุ๊กของ น.ต.ชนินทร์จึงได้ประกาศสถานที่นัดหมาย ทางข้อความส่วนตัวให้สมาชิกในเพจทราบ โดยแจ้งให้ไปรวมตัวกันที่หอนาฬิกา ภายในตลาดนัดสวนจตุจักร พร้อมกำชับว่า หากไม่ปลอดภัยก็ให้ไปรวมตัวกันที่อื่นที่มีคนมากๆ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าการส่งข้อความนัดหมายครั้งนี้กลับไม่ได้รับกระแสตอบรับจากมวลชนมากนัก อย่างไรก็ตาม ราว 1 ชั่วโมงถัดมาในโลกไซเบอร์เริ่มมีแนวร่วมค้านรัฐประหารส่งถ่ายภาพชู 3 นิ้ว จากสถานที่ต่างๆที่ผู้พันสู้นัดไว้ อาทิ สนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เข้าโพสต์ภาพเข้ามาแชร์ในเฟซบุ๊ก แต่ภาพต่างๆส่วนใหญ่ถ่ายมาเฉพาะนิ้วสามนิ้ว ไม่ให้เห็นหน้าผู้ถ่ายให้เห็นสัญลักษณ์ของสถานที่ต่างๆที่นัดหมายเท่านั้น

“จักรทิพย์” นำกำลังคุมพารากอน

ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน พล.ต.ท.จักร-ทิพย์ ชัยจินดา รักษาการ ผบช.น. พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ บช.น. นำกำลังตำรวจกว่าร้อยนาย เข้าตรึงกำลังพร้อมรถห้องขัง เตรียมเข้าจับกุมผู้เห็นต่างที่นัดจะมาชู 3 นิ้วไปดำเนินคดี โดยเฉพาะบนลานสกายวอร์ก และในตัวศูนย์การค้า มีการจัดตำรวจหญิงชายหลายสิบนาย แต่งกายคล้ายนักท่องเที่ยว กระจายปะปนกับผู้มาเดินจับจ่ายซื้อสินค้า พุ่งเป้าสอดส่องและถ่ายภาพผู้มีพฤติกรรมน่าสงสัยเก็บไว้ ที่ลานน้ำพุชั้นลอยของสยามพารากอน ส่วนที่ทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสมีกำลังตำรวจในเครื่องแบบตั้งแถวหน้ากระดานเตรียมพร้อม ขณะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เกษร-พลาซ่ามีเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบไปซุ่มอยู่จำนวนมากเช่นกัน

ไล่ประกบตัว 6 หญิงกล้าชู 3 นิ้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนถึงเวลานัดหมายประมาณ 13.00 น. ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ซุ่มอยู่ในศูนย์การค้าได้ควบคุมตัวชาย 1 คน และหญิง 1 คน ขณะกำลังพยายามชู 3 นิ้ว เพื่อถ่ายภาพ ส่งตัวให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารไปตรวจสอบประวัติทันที จากนั้นมวลชนต้านรัฐประหาร ที่ผู้พันสู้นัดไว้เริ่มทยอยเดินทางมารวมตัวกันแบบจรยุทธ์มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีการแสดงสัญลักษณ์ใดๆ เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างเฝ้าดูท่าทีกันห่างๆ จนถึงเวลา 15.30 น. หญิงสูงอายุกลุ่มหนึ่งราว 6 คน ปฏิบัติการกล้าตายเดินชู 3 นิ้ว ปิดปาก ปิดตา เดินผ่านลานน้ำพุจะเข้าไปในศูนย์การค้าท่ามกลางตำรวจ แต่ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ให้เข้า เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบกรูกันวิ่งตามประกบตัว พร้อมกองทัพสื่อมวลชน หญิงกลุ่มดังกล่าวตะโกนว่า “ชู 3 นิ้วผิดอะไร หยุดคุกคามประชาชนซักที” หลังจากนั้นพยายามเดินหนีไปขึ้นรถไฟฟ้า แต่ยังถูกติดตามจากเจ้าหน้าที่จึงลงไปขึ้นแท็กซี่ ตำรวจนอกเครื่องแบบตามไปไม่ลดละ ทั้งสั่งไม่ให้แท็กซี่รับ จนหญิงกลุ่มนั้นหมดหนทางต้องกลับไปขึ้นรถไฟฟ้าอีกรอบ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตามประกบตัวไปถึงบนรถไฟฟ้า และจับกุมได้ 2 ราย ประกอบด้วย นางพิชามญช์ สุขโข อายุ 41 ปี และนางสุมณฑา ปรีชาสุวรรณ อายุ 44 ปี นำตัวส่งที่ สน.ลุมพินี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ทหารมารับตัวไปในที่สุด

ทหาร-ตร.รวบ 7 คนต้าน รปห.

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า สรุปผลการปฏิบัติควบคุมผู้ทำความผิดฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ออกมาแสดงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านการควบคุมอำนาจปกครองประเทศของ คสช.เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ทั้งสิ้นจำนวน 7 ราย และได้ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ทหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ถูกจับกุม 7 ราย ประกอบด้วย นายสุรสิทธิ์ น่วมศิริ อายุ 57 ปี นางพรวิดา บูเทียร์ อายุ 36 ปี จับกุมได้ที่ลานน้ำพุศูนย์การค้าสยามพารากอน นางสุมณฑา ปรีชาสุวรรณ อายุ 44 ปี นางพิชามญช์ สุขโข อายุ 41 ปี จับกุมตัวได้ที่สถานีบีทีเอสสยาม และ น.ส.ดารณี สายอุบล อายุ 58 ปี นางอารีย์ นามเอี่ยม อายุ 54 ปี และนางพลอยดาว วงศ์บูลย์ชัย อายุ 62 ปี ติดตามไปจับกุมตัวได้ที่สะพานควาย

“ผู้พันสู้” ประกาศยุติบทบาท

จากนั้นเวลา 17.00 น. “ผู้พันสู้ ตัวจริง” จึงได้ประกาศยุติบทบาทแกนนำค้านรัฐประหารบนหน้าเพจเฟซบุ๊ก ข้อความว่า “ตามสัญญาที่ให้ไว้กับครอบครัว เพื่อไม่ให้พี่ๆ เดือดร้อน ผมทำภารกิจ พลนำสาร เสร็จสิ้นแล้วจึงขอหยุดการเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงเวลานี้ ไปก่อน หวังว่าจะมีคนอื่นมาสานต่อหน้าที่แทนผมขอบคุณ ความตั้งใจ ผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน ไม่น่าเชื่อว่าคนแบบผมจะทำให้ป่วนไปทั้งกองทัพ และ สตช.อย่างว่า ทำแบบนี้ภาคใต้ถึงไม่สงบซักที”

โดนสกัดที่จตุจักรรวมตัวไม่ติด

ที่หอนาฬิกา ตลาดนัดสวนจตุจักร เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ วางกำลังตั้งแถวรอบหอนาฬิกา สกัดกั้นผู้ที่จะชุมนุมต่อต้านไม่ให้รวมตัวชุมนุมกันได้ ท่ามกลางความงุนงงสงสัยและตกใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังขอความร่วมมือกับประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินจับจ่ายซื้อสินค้าให้ออกจากพื้นที่รอบหอนาฬิกาอ้างว่าสถานการณ์ไม่ปกติ ทำให้แม่ค้าบางคนไม่พอใจโวยวายต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้นกลุ่มที่จะชุมนุมได้พากันย้ายจากหอนาฬิกาตลาดนัดสวนจตุจักรไปชุมนุมกันที่หอนาฬิกา ภายในสวน สาธารณะจตุจักร แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไปสกัดกั้นก็ย้ายมาที่หอนาฬิกาตลาดนัดจตุจักรเช่นเดิม จนเจ้าหน้าที่ต้องประสานกับทางเทศกิจกรุงเทพมหานครให้ปิดสวนสาธารณะจตุจักร และไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปเด็ดขาด ทำให้ผู้ที่จะชุมนุมเดินกระจัด กระจายอยู่ภายในตลาดนัดจตุจักร และไม่สามารถชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ได้ แต่ก็มีบางส่วนขึ้นไปชู 3 นิ้ว บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต ก่อนที่จะสลายตัวไป

ระดมทหาร-ตร.ดูแลสุวรรณภูมิ

ที่อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบร่วมกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานฯร่วมตรวจตราความสงบเรียบร้อย หลังมีกระแสข่าวในโซเชียลเน็ตเวิร์กว่าจะมีกลุ่มต้านรัฐประหาร นัดรวมกันในเวลา 15.00 น. เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้ว แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่มีวี่แววของกลุ่มดังกล่าว โดยนางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้การให้บริการผู้โดยสาร และเที่ยวบินยังคงเป็นไปตามปกติ เพื่อให้การดำเนินงานในด้านต่างๆช่วงนี้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจึงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาความปลอดภัยทุกด้าน โดยประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดทั้งจากตำรวจจาก สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 รักษาพระองค์ฯ (ป.พัน.21.รอ.) ซึ่งเป็นหน่วยดูแลพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คอยตรวจตราพื้นที่ต่างๆอย่างใกล้ชิด

ปิดสนามหลวงห้ามคนเดินผ่าน

ที่ท้องสนามหลวง มีเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจของ กทม.ร่วมกันดูแลพื้นที่ประจำการอยู่บริเวณสนามหลวง และอีกส่วนหนึ่งดูแลอยู่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงตำรวจนอกเครื่องแบบกระจายกำลังรอบพื้นที่ ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารได้ร่วมดูแลเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เตรียมความพร้อมอยู่ในที่ตั้ง ทั้งนี้ได้มีการปิดประตูรั้วรอบสนามหลวงกั้นไม่ให้ประชาชนเดินผ่านเข้าพื้นที่ได้ โดยมีรถผู้ต้องขังจอดเตรียมไว้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีมวลชนมาแสดงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้วที่วัดพระแก้ว ตั้งแต่เวลา 14.00-16.00 น. ไม่ปรากฏว่ามีประชาชนรวมตัวกันประท้วงตามที่มีการนัดหมายกันแต่อย่างใด โดยยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวที่วัดพระแก้วตามปกติ

กินแซนด์วิชแทนปิกนิกสนามหลวง

ต่อมาเวลา 16.15 น. กลุ่มศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.) ประกอบด้วย นักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัย ร่วมกับประชาชนจำนวนหนึ่ง ไปรวมตัวกันที่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถนนหน้าพระธาตุ เพื่อจัดกิจกรรม “ปิกนิกสนามหลวงคืนความสุขให้คนไทย” ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานเนื่องจากว่ามีการปิดไม่ให้ใช้พื้นที่สนามหลวง ทั้งนี้นักศึกษาและประชาชนได้ร่วมกันรับประทานแซนด์วิชจำนวน 50 ชิ้น จากนั้นได้อ่านบทกวีและเปิดกล่องรับบริจาคเพื่อเป็นทุนการจัดกิจกรรมต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ กระทั่งเวลา 16.40 น.จึงแยกย้ายกันกลับ ขณะที่นายสิรวิชญ์เสรีธิวัฒน์ นักศึกษาจากกลุ่มสภาหน้าโดมตัวแทน ศนปท. เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อแสดงออกถึงสิทธิเสรีภาพภายใต้ภาวะอันจำกัดว่าเรามีสิทธิที่จะมาปิกนิกกินแซนด์วิชได้

กลุ่มผู้รักชาติสวดขอความสงบ

ขณะที่กลุ่มคนไทยผู้รักชาติ นำโดยแพทย์หญิงเชิดชู อริยะศรีวัฒนา ได้พากันไปแจกเอกสารทั้ง ภาษาไทย จีน อังกฤษ และเยอรมันชี้แจงสถานการณ์ในประเทศไทยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) โดยเนื้อหาระบุถึงความจำเป็นที่ทหารต้องออกมารักษาความมั่นคง และจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อเข้าสู่การปฏิรูปและการเลือกตั้งเพื่อให้มีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จากนั้นได้ร่วมกันสวดมนต์เพื่ออธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทย และดวงวิญญาณของบรรพบุรุษปกป้องประเทศไทยให้มีความสงบสุข ปราศจากความวุ่นวาย ทั้งนี้กลุ่มดังกล่าวได้ไปยื่นหนังสือที่สำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อขอให้ยูเอ็นเตือนประเทศต่างๆไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์ และยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทย

ค้นรังอดีตกำนันเมืองสามหมอก

ด้านบรรยากาศในพื้นที่ต่างจังหวัด เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 8 มิ.ย. พ.อ.อำนาจ ศรีมาก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 กองกำลังนเรศวร นำกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน และ ตชด.336 ปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 3 หลังที่บ้านทุ่งกองมู ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หลังพบพฤติกรรมเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด และลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ขณะที่ทหาร ร.721 ฐานปฏิบัติการกุงไม้สักและ กกล.รส.พล.ร7 สย.2 นำกำลังผสมปิดล้อมบ้านเป้าหมาย 3 หลังที่บ้านห้วยผา หมู่ 1 ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จุดแรกบ้านเลขที่ 54 ของนายบรรยง ลอก๊ะ หรือพ่อเลี้ยงจิตร อดีตกำนันตำบลห้วยผา พบปืนยาว .22 มม. และปืนพก .45 มม. จุดที่ 2 บ้านเลขที่ 123 ของนายสืบพงค์ ลอก๊ะ บุตรชายพ่อเลี้ยงจิตร พบปืนลูกซองยาว ปืน 9 มม. ปืน.38 และปืนลูกกรด รวม 4 กระบอก และจุดที่ 3 เป็นโกดังของนายบรรยง แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

ตั้งศูนย์ปรองดองชายแดนตาก

ที่สำนักงานเทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก พ.อ.เทอดศักดิ์ งามสนอง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แถลงข่าวจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป 5 อำเภอชายแดน จ.ตาก ประกอบด้วย อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง อ.พบพระ และ อ.อุ้มผาง มีผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มเสื้อสีต่างๆเข้าร่วมจำนวนมาก พ.อ.เทอดศักดิ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากพื้นที่ จ.ตากแบ่งออกเป็นสองซีกคือซีกตะวันตกและซีกตะวันออก จึงต้องแบ่งเป็นสองศูนย์เพื่อสะดวกต่อการดำเนินการและในวันที่ 10 มิ.ย.ศูนย์ฯ 5 อำเภอชายแดนจะจัดกิจกรรมละลายสีเสื้อสร้างความปรองดองคืนความสุขให้กับคน 5 อำเภอชายแดนให้หันมารวมกันเป็นปึกแผ่นเดียวกันทั้งหมด

รับมีคนอ้างทหารยึดของชาวบ้าน

พล.ต.นคร สุขประเสริฐ ผบ.จทบ.ร้อยเอ็ด ในฐานะ ผบ.กกล.สร.จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่ามีกลุ่มคนอ้างเป็นทหารตำรวจเข้ายึด ทรัพย์สินสิ่งของชาวบ้าน ล่าสุดมีชาวบ้านตัวจริง ร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อว่ามีกระบวนการทำลายความเชื่อถือ กกล.สร. ทหารตำรวจ โดยมีกลุ่มคนกว่าร้อยคนไม่ได้สวมเครื่องแบบทหาร หรือตำรวจอ้างเป็นทหารและตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าตรวจค้นบ้านของชาวบ้านใน ต. ภูเขาทอง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ยึดเครื่องตัดหญ้า เลื่อยยนต์และปืนแก๊ปที่ใช้ยิงหนูนา จึงประสานนายสมศักดิ์ จังตระกูล ผวจ.ร้อยเอ็ด และ พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.2 รรก.ผบก.ภ.จ.ร้อยเอ็ด ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบสวน หากจับกุมได้ก็จะถูกส่งขึ้นดำเนินคดีในศาลทหารเพื่อพิจารณาลงโทษในขั้นสูงสุดต่อไป

ทหารตรวจโกดังจำนำข้าวลพบุรี

สายวันเดียวกัน พ.อ.ดุสิต ประพฤติดีพร้อม หก.กกบ.มทบ.13 จ.ลพบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรชัย พวงทอง ผกก.สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และนายสิทธิศักดิ์ แย้มพรายภิรมย์ ปลัดอาวุโสอำเภอชัยบาดาล จ.ลพบุรี ร่วมกันตรวจสอบโกดังเก็บข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปีผลิต 2555 องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่ อ.ชัยบาดาล จุดแรกที่โกดังเก็บข้าวจิ้นหลี่จั่น หมู่ 5 ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล ที่เคยมีเหตุโกดังพังถล่มหลังคา และฝาโกดังพังถล่มลงมา และอีกไม่กี่วันก็เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้โกดังได้รับความเสียหายเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา หลังตรวจสอบเสร็จได้ไปตรวจโกดังในพื้นที่อีกหลายแห่ง โดยนายสิทธิศักดิ์กล่าวว่า เป็นการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโกดัง และติดตามตรวจสอบโกดังที่เคยมีปัญหาพังถล่มและถูกไฟไหม้ว่าได้ก่อสร้างแก้ไขปรับปรุงซ่อมแซมให้มั่นคงแข็งแรงหรือยัง เบื้องต้นพบ ว่าโกดังทุกแห่งมีสภาพที่มั่นคงแข็งแรงปลอดภัยดี

“เพชรวรรต” ยอมสลายเสื้อแดง

นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 เปิดเผยภายหลังถูกเรียกเข้าไปทำความเข้าใจถึงแนวทาง คสช.ในค่ายทหารแห่งหนึ่งและออกมาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ว่า ประเทศไทยในอดีตไม่เคยมีสีเสื้อ เมื่อมีเสื้อสีต่างๆทำให้คนไทยทะเลาะกัน และเมื่อคณะ คสช.ออกมาสลายสีเสื้อต่างๆ เห็นว่าเป็นเรื่องดีมากๆเพราะที่ทะเลาะกันที่ผ่านมาๆ เป็นความคิดเห็นที่แตกต่างกัน หวิดจะฆ่าฟันทำสงครามกลางเมืองกัน ตนจึงเห็นด้วยที่ทหารออกมาในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม พี่น้องคนเสื้อแดงคงจะเฝ้าติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ก็ยังคงอยู่ แต่จะทำกิจกรรมด้านการกุศล และคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองแล้ว ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณคงเห็นด้วยกับแนวคิดทหารที่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ และสลายสีเสื้อในครั้งนี้

9 มิ.ย. 2557 07:59 ไทยรัฐ