วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โค้กคัพ-จูบิโล

โค้กคัพ-จูบิโล

  • Share:

เรียงหน้าชนฉบับนี้เป็นฉบับส่งท้ายก่อนจะปรับเปลี่ยนเข้าสู่คอลัมน์พิเศษที่ ใช้ชื่อว่า “จ่าแฉ่ง แกว่งปากกา ผ่าบอลโลกบราซิล” เพื่อเข้าสู่โหมดของฟุตบอลโลก 2014 ที่กำลังจะมาถึงอย่างเต็มตัว

ผมปั่นคอลัมน์ฉบับนี้ อยู่ที่เมืองอิวาตะ ซึ่งอยู่ในเขตของจังหวัดชิสึโอกะ ทางภาคกลางของประเทศญี่ปุ่น โดยการเดินทางมาในครั้งนี้ได้รับเชิญจาก บ.ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่ม “โค้ก” ในประเทศไทย ให้มาติดตามความเคลื่อนไหวนักเตะเยาวชนของทีมสโมสร “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโค้กคัพ และได้สิทธิ์มาฝึกปรือทักษะลูกหนังกับสโมสรจูบิโล อิวาตะ อดีตทีมยิ่งใหญ่แห่งแดนอาทิตย์อุทัยเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม

ว่ากันถึงจูบิโล อิวาตะ หลังจากที่พวกเขาครองความยิ่งใหญ่นานนับสิบปี คว้าแชมป์ลีกสูงสุด หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “เจ ลีก” มาแล้ว 3 สมัย แต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาทีมกำลังอยู่ในช่วงที่ผลัดเปลี่ยนทำให้ผลงานไม่ค่อยดีจนร่วงหล่นลงมาสู่ลีกที่ต่ำกว่าอย่าง “เจ 2” ล่าสุดพวกเขากำลังทำผลงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้กลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันเขารั้งอยู่อันดับที่ 3 บนตารางของ “เจ 2”

แม้จะเป็นทีมยิ่งใหญ่มาก่อน แต่สนามของพวกเขาที่มีชื่อว่า “ยามาฮ่า สเตเดียม” มีความจุแค่ 15,000 ที่นั่งเท่านั้น ซึ่งจุดเด่นของสนามแห่งนี้อยู่ที่แฟนบอลจะได้ใกล้ชิดกับนักเตะแบบชนิดเกือบถึงเนื้อถึงตัวกันเลยทีเดียว ผู้จัดการของสนามบอกว่า ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินปรับปรุงเพิ่มความจุของสนามนะครับ แต่เขาให้เหตุผลว่าจำนวนเท่านี้เป็นจำนวนที่พอเหมาะพอเจาะ อย่างไรก็ตาม ตอนที่ทีมรุ่งๆมีแฟนบอลล้นทะลัก ในการแข่งขันบางแมตช์จึงจำเป็นต้องย้ายสนามไปแข่งขันกันอีกที่ ซึ่งมีความจุกว่า 30,000 ที่นั่ง

ข้อมูลที่ผมตกใจเอามากๆก็คือ ปัจจุบันสโมสรแห่งนี้มีบรรดาสปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนอยู่ทั้งหมดประมาณ 400 ราย ผมไม่ได้เขียนผิดนะครับ เขาบอกว่า 400 รายจริงๆ ไม่รวมกับสปอนเซอร์หลักที่แปะอยู่บนเสื้อและกางเกงของนักเตะเวลาลงแข่งขันอีก 4 รายใหญ่ๆ

ปัจจุบันทีมมีรายได้จากสปอนเซอร์ที่เข้ามาสนับสนุนประมาณ 200 ล้านเยน หรือประมาณ 65 ล้านบาทต่อปี และนี่ยังไม่รวมกับรายได้จากการขายตั๋วเข้าชม ซึ่งเฉลี่ยในแต่ละนัดจะมีแฟนบอลเข้าสนามประมาณ 8,000 คนด้วย ต้องถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับทีมที่ไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุดของประเทศ

ลองคิดดูเล่นๆหากพวกเขากลับขึ้นสู่ “เจ ลีก” ได้อีกครั้ง รายได้น่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีกเกือบ 10 เท่าตัวเลยทีเดียว

การเดินทางมาครั้งนี้ทีมเยาวชนของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ฝึกซ้อมภายใต้การควบคุมของโค้ชมากประสบการณ์ของจูบิโล อิวาตะ และได้มีแมตช์อุ่นเครื่องกับทีมเยาวชนของจูบิโลด้วย ซึ่งผลปรากฏว่า ทีมจากประเทศไทยเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-0 ไม่เสียชื่อแชมป์โค้กคัพ ประเทศไทยจริงๆ

ผมเองเมื่อได้มาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ได้รู้ได้เห็นระบบการทำงานของสโมสรในญี่ปุ่นแล้วรู้สึกทึ่ง ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบไปหมด ที่สำคัญเขาทำทุกอย่างไม่เกินตัว ค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆเติบโตไปเรื่อยๆ อย่างยั่งยืน

มองย้อนกลับไปที่ฟุตบอลลีกของบ้านเรา เหล่าบรรดาทัพผู้สื่อข่าวที่ บ.ไทยน้ำทิพย์พาเดินทางมาด้วยในครั้งนี้เกือบทั้งหมดก็เอ่ยปากไปในทำนองเดียวกันว่า ฟุตบอลลีกของบ้านเราเติบโตเร็วเหลือเกิน แต่ก็ยังมีคำถามต่อไปอีกว่า “เร็วเกินไปหรือไม่” เกรงว่าอาจจะเกิดวิกฤติ “ฟองสบู่แตก” ตรงนี้เป็นข้อควรพึงระวังอย่างยิ่ง

เอาล่ะครับร่ายมายาวขนาดนี้เนื้อที่ก็มีจำกัด ผมสรุปเอาว่าการเดินทางมาในครั้งนี้ของเยาวชนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด น้องๆจะต้องได้ประโยชน์กับตัวเองแน่นอนไม่มากก็น้อย คงต้องขอขอบคุณ บ.ไทยน้ำทิพย์ จำกัด โดยเฉพาะตัวแทนอย่าง “บิ๊กปู๋” ดร.ศราวุธ ดิษยะวรรธนะ ผจก.สายงานกิจกรรมพิเศษและกีฬาฯ ที่สานต่อกิจกรรมดีดีเพื่อวงการกีฬามาอย่างต่อเนื่อง

ฟุตบอล “โค้ก คัพ” นอกจากจะเป็นความใฝ่ฝันของนักเตะในระดับเยาวชนที่ต้องหาทางร่วมลงฟาดแข้งรายการนี้ให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิตแล้ว “โค้ก คัพ” ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลไทยมาโดยตลอดในช่วงระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมานี้ ต้องยกเครดิตให้ บ.ไทยน้ำทิพย์ ด้วย

หลังจากนี้ สำหรับแฟนๆคงต้องอดตาหลับขับตานอนกันอีกครั้งเพื่อเฝ้ารอดูฟุตบอลโลก 2014 ที่กำลังจะเปิดฉากฟาดแข้งกันแล้ว และพื้นที่ตรงนี้ก็จะปรับเปลี่ยนมาเป็นคอลัมน์พิเศษ “ผ่าบอลโลก บราซิล” อย่างที่เกริ่นไว้ขั้นต้น ซึ่งจะนำรายละเอียดเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย รวมไปถึงข้อมูลเชิงลึกมาให้แฟนๆได้รับทราบกัน นำเสนอโดย “จ่าแฉ่ง” คอลัมนิสต์ผู้มากประสบการณ์

รอคอยติดตามเสพกันได้ และที่สำคัญขอให้ชมฟุตบอลโลกกันอย่างมีความสุขครับ.

พาวเวอร์บอมบ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้