วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าเอาทหารไปเปลืองตัวนับข้าว

เห็นภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ส่ง “นายทหาร” ไป “ตรวจนับข้าวในโกดังเอกชน” เพื่อป้องกันปัญหา “ข้าวล่องหน” ก่อนที่ ป.ป.ช. จะดำเนินคดีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระบุว่า ต้องตรวจบัญชีข้าวก่อน เพื่อพิสูจน์เรื่องการทุจริต หากมีผู้กระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ผมเห็นแล้วก็ให้เป็นห่วงอย่างยิ่ง

เรื่อง การทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ของ รัฐบาลเพื่อไทย ถือเป็นมหากาพย์แห่งการทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้ยังเป็นความลับดำมืด ข้าวหายไปจากโกดัง 3 ล้านตัน ขาดทุน 5 แสนล้านบาท จริงหรือไม่

ผมจึงไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. ผลีผลามส่งทหารไปนับข้าวในโกดังร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ จะทำให้ “เปลืองเนื้อเปลืองตัว” โดยใช่เหตุ ขนาดผู้เชี่ยวชาญบัญชีอย่าง คุณสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. คนล่าสุด สมัยเป็นประธานปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ยังตรวจหาของกลางไม่เจอ แล้วทหารที่เชี่ยวชาญการรบ จะไปทันเล่ห์เหลี่ยมพ่อค้าข้าว เจ้าหน้าที่รัฐที่สมคบกันโกงได้อย่างไร เท่ากับเป็นการเอา คสช. และ กองทัพ ไปการันตีจำนวนข้าว ซึ่งไม่มีทางรู้ว่ามีจริงครบหรือไม่

จากภาพข่าวที่ปรากฏว่า ท่านผู้บัญชาการกองพลถือบัญชีในมือและมองดูกระสอบข้าวที่กองท่วมหัวหลายช่วงตัวจนแทบจะชนเพดาน แล้วเบื้องหลังกำแพงกระสอบข้าวนั้น จะมีข้าวกี่กระสอบ ไม่อาจมองทะลุเห็นได้ และข้าวในกระสอบที่ถมทับอยู่ข้างล่าง เป็นข้าวจริงหรือข้าวปลอม ก็ไม่อาจตรวจสอบได้อีกเช่นกัน นี่คือความยากของการตรวจสอบข้าว

ทหารจึงไม่ควรเข้าไปเปลืองเนื้อเปลืองตัวในเรื่องเช่นนี้

ปัญหาข้าวหาย การทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว การทุจริตในโครงการประกันราคาข้าว ล้วนเป็นเพราะ “เอาปลาย่างไปฝากไว้กับแมว” มันเป็นอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัย จะมีแมวตัวไหนเห็นปลาย่างแล้วไม่กินมั่ง ฉันใดก็ฉันนั้น ยิ่งข้าราชการตัวเล็กๆที่เงินเดือนไม่กี่หมื่นบาท แต่ให้ไปรับผิดชอบข้าวเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท วันหนึ่งก็ตบะแตก เมื่อเห็นพ่อค้านักการเมืองและข้าราชการตัวใหญ่ ร่วมกันทำมาหากินกันต่อหน้าต่อตา การทุจริตข้าวจึงกระทำกันเป็นลูกโซ่จนยากที่จะจับมือใครดม

การแก้ปัญหาการทุจริตข้าวในอนาคต ผมจึงขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ให้คิดหาทาง “เลิกเอาปลาย่างไปฝากไว้กับแมว” อย่างที่เคยทำมา แต่ให้ใช้ระบบการจัดการธุรกิจสมัยใหม่แบบมืออาชีพ ที่มีระบบการตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน มาบริหารจัดการแทนกระทรวงพาณิชย์ที่ทำกันแบบเดิมๆ

สำหรับ การตรวจสอบจำนวนข้าว เพื่อระบายข้าวที่เหลือในโกดัง จากโครงการรับจำนำข้าวที่ทุจริตกันมโหฬารนั้น ผมขอเสนอวิธีหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องให้กองทัพเข้าไปเปลืองตัว นั่นคือการไปว่าจ้าง “เซอร์เวเยอร์ข้าวระดับโลก” มาช่วยตรวจสอบปริมาณข้าวที่เหลือในโกดัง แต่ “อย่าใช้เซอร์เวย์รายเล็กรายน้อยที่มีอยู่ในเมืองไทยเด็ดขาด” เพราะอาจจะเจอการคอร์รัปชันสองต่อ ก็ข้าวที่ว่าหายไป 3 ล้านตัน ว่ากันว่าก็เพราะฝีมือเซอร์เวย์รายย่อยเฉพาะกิจเหล่านี้ ที่มีผลประโยชน์ร่วม นับไปนับมาก็อยู่ครบทุกที

ผมจึงเสนอให้ จ้างเซอร์เวย์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพราะเชื่อถือได้ หากเกิดความเสียหายขึ้นมา บริษัทเขาก็จะเสียชื่อเสียงไปด้วย ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับนี้ เขาจะไม่ยอมเสียชื่อเสียงแน่นอน และจะไม่ร่วมทุจริตด้วยแน่นอน แล้ว “ความจริง” ทุกอย่างก็จะปรากฏให้เห็น ข้าวหาย 3 ล้านตันจริงหรือไม่ ขาดทุน 5 แสนล้านบาท จริงหรือไม่ เพื่อจะได้เสริมกับผลสอบของ ป.ป.ช.

ส่วนเรื่อง การช่วยเหลือชาวนาในระยะยาวนั้น สำคัญที่สุดคือต้อง “เลิกหมด” ทั้ง โครงการประกันราคาข้าว ของ พรรคประชาธิปัตย์ และ โครงการรับจำนำข้าว ของ พรรคเพื่อไทย แล้ว “เปลี่ยนชาวนาเป็นนายทุนนา” อย่างที่ผมเคยเล่าไปแล้วในคอลัมน์นี้

รับรองว่าชาวนาจะหายจน และร่ำรวยขึ้นแน่นอน วันหลังผมจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกว่า ทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนชาวนาไทยให้เป็นนายทุนนา และมีโอกาสที่จะร่ำรวยขึ้นได้ โดยไม่ต้องพึ่งการจำนำหรือประกันราคาข้าวอีก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

8 มิ.ย. 2557 11:00 8 มิ.ย. 2557 11:00 ไทยรัฐ