วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ข้าวยำประชาธิปไตย

ข้าวยำประชาธิปไตย

  • Share:

อาการท้องเสีย ถ่ายไม่หยุดตั้งแต่ตีห้า สองโมงเช้าผมก็ยอมเข้าโรงพยาบาล หมอว่าอาหารเป็นพิษ ลำไส้อักเสบ จับนอนให้น้ำเกลือคืนหนึ่ง ก็ไล่กลับบ้าน

โรคพื้นๆ หมอรู้ต้นเหตุ รักษาง่าย ก็แค่บ่ายผมกินปลาส้มทอด... ค่ำกินข้าวยำ เจอเข้าสองขนาน คนที่เคยธาตุแข็ง ก็กลายเป็นธาตุอ่อน ที่จริงก็ยังมีปัจจัยเสริม ผมกินอาหารไม่ตรงเวลา วันนั้นมื้อเที่ยง ปาเข้าไปบ่ายสามโมง มื้อค่ำสามทุ่ม

ทั้งผิดอาหาร ทั้งผิดเวลา...นี่ก็เป็นอีกบทเรียน...สอนใจ

ทบทวน...การป่วยของตัวเองแล้ว ค่ำวันศุกร์ ผมฟังพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกทีวี...พูดถึงเหตุที่ทหารต้องเดินออกมา...เพราะประเทศไทยเป็นไข้การเมือง เมื่อ 9 ปีที่แล้ว อาการหนัก-เบา เบา-หนัก...จนถึง 22 พ.ค.อาการเข้าขั้นโคม่า

ต้นเหตุของโรคร้าย...ผมลองลำดับ...เอาเอง...ไปขึ้นต้นที่ระบอบทักษิณ ก็ดูจะไม่ยุติธรรมกับคุณทักษิณ ขึ้นต้นที่ท่านกำนัน ก็ไม่เป็น

ธรรมกับคุณสุเทพ ต้องขึ้นต้นกลางๆ ที่เพราะผู้นำไม่เก่งพอ เกิดปัญหาความยากจน ชาวบ้านมีข้าวไม่พอกิน...

รัฐบาลไหนๆเข้ามา ชาวนาก็ยังจนซ้ำซาก...ประชาธิปัตย์มา ใช้ประกันราคาข้าว ทักษิณมา ใช้จำนำข้าว

ที่จริงเจตนาก็เพื่อชาวนา...แต่วิธีการไม่เหมือนกัน ผลของการประกัน...ชาวนาพออยู่ได้ ผลของการจำนำ ชาวนาดีใจ ขายข้าวได้ราคาเกวียนละหมื่นห้า...ไม่ช้า...ก็รู้ว่า เกวียนละหมื่นห้า เป็นราคาข้าวในฝัน ขายข้าวได้จริง แต่ไม่ได้เงินจริง

เจตนาของฝ่ายจำนำข้าว กลายเป็นซ้ำเติมชาวนา เรื่องแบบนี้ ในทางการเมือง ยอมกันไม่ได้ ฝ่ายประกันข้าว...ก็โหมประโคมซ้ำ ที่จริง ในทางการเมือง ยังมีเหตุปัจจัยซ้ำซ้อนอีกหลายเรื่อง ผมขอยกเป็นตัวอย่างเรื่องเดียว

พอมีชาวนาที่ขัดสนจนคับแค้น เพราะถูกเจ้าหนี้ทวงหนี้...

ฆ่าตัวตาย เรื่องชาวนาฆ่าตัวตาย...ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ ฝ่ายรัฐบาล พลาดท่าที่ประกาศลาออก หมดเครดิตสั่งแบงก์ เอาเงินมาใช้หนี้ชาวนา

มีบางแบงก์ทำท่าจะให้ ก็มีการชุมนุมกดดัน เล่นกันตั้งแต่ปิดถนนปิดศูนย์ราชการ ไม่ยอมให้ข้าราชการทำงาน ปิดกรุงเทพฯแล้วก็มาถึงขั้นจะปิดแบงก์ ระดมคนถอนเงิน ฝากเงิน เอาเป็นเอาตายกัน ประเทศไทยเหมือนเป็นง่อย

ที่เคยทำสงครามกันสอง-สามรอบที่แล้ว เจ็บ-ตายไปกี่คน ผมไม่อยากจำ จำได้แต่ตัวเลขครั้งล่า ตายไป 28 เจ็บ 800 กว่าๆ

อาการโรคหนักขนาดนี้ ไม่อยากปล่อยออกไป ตายเจ็บคงเพิ่ม

ที่จริง มีคนไทยที่ไม่เอาไหน คือคนที่ไม่รักไม่ชังทั้งสองฝ่าย จะรักจะชังฟังที่เหตุผลอยู่ไม่น้อย คนไม่เอาไหนพวกนี้...จึงดีใจ ที่ได้เห็นทหารออกมา เหมือนอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย...ในนาทีสุดท้าย

พวกไม่เอาไหน พวกนี้มีผมคนหนึ่ง ที่เห็นว่า เหตุที่เผลอรักทหาร... ก็เพราะเบื่อนักการเมือง ที่นับวันก็ยิ่งขาดเหตุผล...หาเหตุตั้งแง่ จับเงื่อนทะเลาะได้ทุกเรื่องงาน ประท้วงช่วงหลัง ผมดูข่าวพอรู้เค้าลาง...แล้วก็ปิดทีวี ฟังซ้ำจนเบื่อเต็มที

บ้านเมืองเรา เริ่มต้นเพราะเรื่องข้าว...เรื่องชาวนาลุกลามบานปลาย ลงท้ายกลายเป็นสงคราม นำพาให้ทหารเขายึด

อำนาจ...เรื่องข้าวเป็นพิษ เหมือนเอาข้าวมายำ แต่น้ำบูดูไม่สะอาด...ก่อเชื้อโรค...ต้องหามประเทศไปให้หมอทหารรักษา

หมอทหาร โชว์ความเป็นมืออาชีพ เมื่อชาวนาไม่ได้เงินค่าข้าว มีอำนาจเต็มมือก็สั่งแบงก์จ่ายเงิน

ทหารรู้จักทุกข์ของชาวนา รู้จักต้นเหตุทุกข์ชาวนา รู้วิธีรักษาทุกข์ให้ชาวนา และที่จะต้องทำต่อไปก็คือ หาวิธีป้องกัน ไม่ให้ชาวนา...มีทุกข์เพราะเรื่องข้าว...อีก

วิธีนี้ ก็คืออริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ของพระพุทธเจ้า อริยสัจ รักษาได้ทั้งโรคทางกายและโรคการเมือง ปัญหามีเพียงว่า ผู้นำมีปัญญา และใช้ปัญญาเป็น

และปัญญา ที่หมอทหารจะต้องใช้ต่อไป ก็คือทำตามคำมั่น จากเสียงเพลง...เราจะขอทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา

ตอนนี้ ผมรู้แต่ว่า เผลอรักทหารเข้าเต็มหัวใจ แล้วจะรักมากขึ้นไปอีกเท่า เมื่อถึงเวลานั้น เวลาที่แผ่นดินไทยงดงามเหมือนเดิมแล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้