วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่าตัดใหม่ 3 มิติ เอาอยู่...สู้มะเร็ง

โดย

ศ.นพ.เสวก  -  นพ.อรรถ

เทคโนโลยี 3 มิติ เข้ามามีบทบาทในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเกม ภาพยนตร์ งานพิมพ์ รวมถึงโฆษณาแบบ 3 มิติ ไม่เว้นแม้แต่ในทางการแพทย์...ก็เพิ่มศักยภาพการรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องแบบ 3 มิติ

ศ.นพ.เสวก วีระเกียรติ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชโรงพยาบาลกรุงเทพ บอกว่า การผ่าตัดผ่านกล้อง 3 มิติ เป็นพัฒนาการต่อจากการผ่าตัดส่องกล้องแบบดั้งเดิม 2 มิติ...เหมือนดูทีวีระบบ 3 มิติ ทำให้การที่เราจะดูเนื้อเยื่อ รายละเอียดต่างๆ... จะจับ... จี้...ตัด...เข้าไปหาได้ง่ายขึ้น แม่นยำมากขึ้น ทำให้เกิดความปลอดภัยต่อคนไข้ แล้วก็ทำให้หมอทำงานง่ายขึ้น ใช้เวลาผ่าตัดสั้นลง

เทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก 3 มิติ สามารถผ่าตัดรักษาโรคทางนรีเวชได้ทั้งภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ช็อกโกแลตซีสต์ เนื้องอกในมดลูก ถุงน้ำหรือซีสต์รังไข่ เลาะพังผืดในอุ้งเชิงกราน การฉีดสีตรวจดูท่อนำไข่ การผ่าตัดในกรณีตั้งครรภ์นอกมดลูก ประจำเดือนมากผิดปกติจากเยื่อบุโพรงมดลูกหนา และการผ่าตัดทำหมัน ฯลฯ ซึ่งแนวทางการรักษาโรคเหล่านี้จะใช้การผ่าตัดรักษา

ศ.นพ.เสวก สรุปภาพรวมให้เข้าใจง่ายๆว่า การผ่าตัดแบบใหม่ระบบ 3 มิติ ดีกว่า 2 มิติ ในทางสูตินรีเวชก็ใช้ แล้วเราก็เริ่มนำมาใช้ในการผ่าตัดมะเร็งนรีเวช ที่ยังไม่กระจายมาก ยังอยู่ในมดลูกอยู่ก็ใช้เทคโนโลยีนี้ผ่าตัดได้...มะเร็งมดลูก มะเร็งปากมดลูก หรือว่ามะเร็งของรังไข่ระยะแรกก็ทำได้

“เมื่อมีความแม่นยำมากขึ้น มองเห็นเป็นระบบ 3 มิติ แน่นอนว่าการเข้าถึงในการผ่าตัดจุดที่เคยผ่าตัดได้ยากก็สามารถทำได้ เนื้องอกมดลูกด้านหลัง เห็นภาพชัดก็ผ่าตัดได้”

ถามถึงความเสี่ยงมีมากน้อยแค่ไหน? ถ้ามองในแง่เทคโนโลยี การใช้เครื่องมือไม่ได้แตกต่างกับระบบการผ่าตัด 2 มิติ แต่ภาพที่เห็นในระบบ 3 มิติ ชัดเจน ฉะนั้น การไปเลาะหรือแยกชั้นต่างๆจะชัดมาก ละเอียดมากจนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ก้อนที่ซับซ้อนขึ้น มีพังผืดที่มีการติดกันของอวัยวะภายในจะช่วยได้มาก

นพ.อรรถ นิติพน ผู้อำนวยการคลินิกศัลยกรรมทั่วไป โรงพยาบาลกรุงเทพ เสริมว่า การผ่าตัดแบบดั้งเดิมเป็นการผ่าตัดแบบเปิด ไม่ได้ใช้กล้องแผลจะใหญ่ วิวัฒนาการต่อมาก็เป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ทำให้เกิดแผลเล็ก คนไข้เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว ใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น

แล้วก็มาถึงการผ่าตัดส่องกล้องในยุคแรก ยุคก่อนหน้านี้เป็นการผ่าตัดแบบกล้อง 2 มิติ ก็เหมือนกับเราดูทีวี 2 มิติ...ธรรมดา ก็เห็นความกว้างกับความยาว ไม่เห็นความลึก ความแม่นยำในการผ่าตัดก็ต้องใช้ความชำนาญของศัลยแพทย์เป็นหลัก เหมือนเราดูทีวีเราก็เห็นว่าตรงไหนเล็ก ตรงไหนไกล ตรงไหนใกล้ ตรงไหนลึก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปอีกขั้น เป็น 3 มิติ มีความกว้าง ความยาว ความลึก เหมือนดูทีวี 3 มิติ

“ฉะนั้นในการผ่าตัดก็จะง่ายขึ้น เราเห็นความลึกเวลาเราผ่าตัด...

ทุกทีจะใช้ความชำนาญควรจะลึกเท่าไหร่ก็ใส่เครื่องมือให้ลึกหน่อย แต่ตอนนี้ระบบการผ่าตัด 3 มิติ ทำให้รู้ว่าลึกแค่ไหน ทำให้การทำงานทำได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น นั่นก็คือคนไข้ก็ปลอดภัยมากขึ้น”

ส่วนใหญ่การผ่าตัดที่ยากๆ ยุ่งยาก เทคโนโลยีใหม่ 3 มิติ จะทำให้ระยะเวลาการผ่าตัดลดลง เพราะศัลยแพทย์สามารถมองได้ชัดเจนขึ้น ทำได้แม่นยำขึ้น เวลาผ่าตัดก็ลดลง

“การใช้ในการรักษาโรค ไม่ได้เพิ่มขึ้น...เป็นการผ่าตัดรักษาโรคแบบเดิม ตัดกระเพาะ ตัดลำไส้ ตัดต่อมหมวกไต หรือทางสูตินรีเวชก็เป็นการนำไปใช้ในการผ่าตัดมดลูก ตัดรังไข่ได้ ใกล้เคียงกับแบบ 2 มิติ”

รู้ให้ลึกกันอีกสักนิด เทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กแบบ 3 มิติ สามารถใช้ผ่าตัดได้กับการรักษาโรคต่างๆ อาทิ ผ่าตัดโรคทางช่องท้อง ผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดไส้เลื่อน ผ่าตัดต่อมหมวกไต ผ่าตัดลดความอ้วน โรคทางนรีเวชและโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ อาทิ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไต ก้อนที่ต่อมหมวกไต ฯลฯ โดยอาศัยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ผ่าตัดผ่านกล้องเป็นผู้ทำหัตถการ

โดยเจาะรูเล็กๆประมาณ 3-4 รู เพื่อนำอุปกรณ์กล้องและเครื่องมือผ่าตัดทำการรักษาให้กับผู้ป่วย ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำให้แพทย์เห็นรายละเอียดเชิงลึกได้ชัดเจน นอกจากนี้ นพ.อรรถ ทิ้งท้ายว่า เรายังมีความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ทุกรูปแบบ ทุกระยะของโรค ตั้งแต่วินิจฉัยจนถึงการรักษา

“มะเร็ง”...เป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตประชากรโลกไปมากที่สุด สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ในปี 2554 พบว่ามีผู้เสียชีวิตถึงวันละ 156 ราย หรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 ราย

นอกจากนั้นยังคาดว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 118,600 ราย ในปี 2573...อีก 19 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยใหม่ 21.3 ล้านคน และจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 13 ล้านคน

มะเร็งที่ผู้ชายป่วยมาก...มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเม็ดเลือดขาว ส่วนในผู้หญิง ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ในประเทศไทยสาเหตุการตายจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักพบเป็นอันดับสาม รองจากมะเร็งตับ มะเร็งปอด แม้ว่าอุบัติการณ์พบน้อยกว่า แต่ผลการรักษาและการป้องกันไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์นรินทร์ วรวุฒิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บอกว่า ความจริงแล้วมะเร็งลำ–ไส้ใหญ่และทวารหนักสามารถป้องกันได้และรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจำนวนมากที่เสียชีวิตจากโรคนี้ก่อนวัยอันควร เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก

“โรคนี้ในระยะแรกจะไม่มีอาการใดๆที่แสดงออกมาให้เห็นชัดเจน ต่อมาเมื่อมีอาการเลือดออกปนกับมูกและอุจจาระ หรือมีอุจจาระก้อนเล็กลง หรือมีอาการลำไส้ใหญ่อุดตัน ก็มักจะมีการกระจายของโรคมะเร็งออกไปสู่ต่อมน้ำเหลืองหรือไปที่ตับแล้วทำให้ผลการรักษาให้หายขาดอาจไม่สามารถทำได้ทุกราย”

ผู้ที่เป็นโรคนี้ไม่น้อย ไม่มีอาการในระยะแรก จนกว่าก้อนมะเร็งจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ หากตรวจพบก้อนมะเร็งในระยะเริ่มแรก หรือพบในขณะที่เป็นติ่งเนื้องอก ผลการรักษาจะดี มีโอกาสหายขาดได้...

โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ อาการถ่ายอุจจาระมีมูกปนเลือด ถ่ายอุจจาระผิดปกติ เช่น ท้องผูกสลับกับท้องเสีย อาการอื่นๆที่อาจจะพบได้ คือ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร

คุณหมอนรินทร์ บอกอีกว่า เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่มีความแตกต่างไปในแต่ละบุคคล การรักษาตามแนวทางเดิมอาจมีข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง หรือมีการตอบสนองต่อการรักษาได้ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก แนวทางการรักษายุคใหม่ จึงเน้นความจำเพาะต่อบุคคลมากขึ้น

อย่างที่รู้กันว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ระยะเริ่มแรกมักไม่แสดงอาการให้เห็น การตรวจ “Biomarker ยีนบ่งชี้” จึงมีความสำคัญต่อการวางแผนการรักษา จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการคาดคะเนผลการรักษาได้ล่วงหน้า ช่วยให้เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน ตอบสนองต่อยาได้ดีขึ้น

แน่นอนว่าจะทำให้ผลการรักษาดีขึ้นหรือยืดอายุผู้ป่วยให้ยาวนานขึ้นได้ ตอนนี้ในประเทศไทยสามารถทำได้ในโรงเรียนแพทย์แล้วทุกแห่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ Chula GenePRO รพ.จุฬาลงกรณ์

ใครที่มีความเสี่ยง มีอาการเข้าข่าย...อย่านิ่งนอนใจ “มะเร็ง” ถึงจะเป็นคำสั้นๆ แต่เป็นภัยร้ายต่อชีวิตมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวที่สุด.

8 มิ.ย. 2557 10:09 ไทยรัฐ