วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับแก๊งพม่าแสบ ลวงเพื่อนร่วมชาติ ทำงานเรือประมง

ปคม.แถลงจับ 5 พม่าแก๊งค้ามนุษย์ ร่วมกันหลอกเพื่อนร่วมชาติไปเป็นลูกจ้างโรงงานขนมปังที่มหาชัย แต่สุดท้ายเอามากักขังบังคับเป็นแรงงานในเรือประมง สารภาพจ้องเหยื่อที่เข้าเมืองไม่ถูกต้อง เพราะหลอกง่าย แฉได้ค่าหัวรายละ 1 หมื่นบาท

จับพม่าหลอกพม่าครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน ผกก.1 บก.ปคม. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายอองยา อายุ 30 ปี นายธาน กวาย เหท แอท โจ หรือโจ อายุ 44 ปี นายอ่อง เนียง หรือชาย อายุ 29 ปี นายมิน เมือง ขิ่น แอท อา ขิ่น หรือเคน อายุ 46 ปี และนางมะ ชาน หรือ ดอชาน อายุ 45 ปี โดยกล่าวหาว่า สมคบกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปกระทำการค้ามนุษย์ โดยแสวงหาประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย หลังทั้งหมดร่วมกันหลอกชาวพม่าด้วยกันไปขายแรงงานบนเรือประมง

พล.ต.ต.กิติศักดิ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชมรมชาวพม่าแห่งประเทศไทย นำนายไปล่ อายุ 18 ปี ชาวพม่า เข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังถูกนายอองยา กับพวกรวม 5 คน หลอกลวงนายไปล่ เเละเพื่อนชาวพม่าอีก 2 คน คือนายฮุยอ่อง อายุ 20 ปี และนายตะกูลุย อายุ 19 ปี ว่าจะพาไปทำงานที่โรงงานขนมปังใน อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร แต่เมื่อไปถึงกลับบังคับให้นายฮุยอ่อง และนายตะกูลุย ไปเป็นลูกเรือประมง ขณะเดียวกัน นำนายไปล่ ไปกักขังเพื่อไปเป็นลูกจ้างเรือประมงลำอื่น ต่อมานายไปล่หลบหนีออกมาได้ ติดต่อญาติและชมรมฯเข้าแจ้งความและขอความช่วยเหลือให้ช่วยเพื่อนอีก 2 คน ซึ่งถูกจับไปใช้แรงงานก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนกระทั่งจับกุมนายอองยา ได้ที่ห้องพักย่านแสมดำ เขตบางขุนเทียน ก่อนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือได้ที่บ้านเช่าใน จ.สมุทรสาคร อีกทั้งยังช่วยเหลือนายฮุยอ่อง และนายตะกูลุย ออกมาได้ด้วย ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง เน้นหลอกชาวพม่าด้วยกันที่เข้ามาอย่างไม่ถูกกฎหมาย เพราะคนกลุ่มนี้กลัวถูกจับ สามารถหลอกลวงได้ง่าย โดยจะได้ค่าหัวคนละ 10,000 บาท จากนั้นนำเงินมาแบ่งกัน

ขณะที่ พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รอง ผบก.ปคม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวพม่าจะไม่ชอบทำงานบนเรือประมง เนื่องจากเป็นงานที่ใช้แรงงานหนัก ได้ผลตอบแทนน้อย อีกทั้งยังต้องออกเรือนานครั้งละ 7-10 วัน การดำรงชีวิตบนเรือยากลำบากกว่าบนบก ดังนั้นหากชาวพม่าเหล่านี้เข้ามาถูกกฎหมาย จะเลือกไปทำงานอย่างอื่นมากกว่า เช่นเป็นแม่บ้าน หรือลูกจ้างตามร้านอาหาร ได้ค่าตอบแทนที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม กรมจัดหาแรงงาน ได้ร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชน จัดตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมงโดยการนำร่องไป 7 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร ระยอง ตราด สงขลา ระนอง ชุมพร และสตูล เพื่อรวบรวมข้อมูลคนต่างด้าวที่เข้ามาใช้แรงงานประมงโดยเฉพาะ ป้องกันแรงงานหนีไปประกอบอาชีพอื่น นอกจากนี้จะมีกฎระเบียบ สวัสดิการสำหรับดูแลผู้ใช้แรงงานประมงทุกคนอีกด้วย ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการ และแรงงานประมงไปลงทะเบียนได้ตามจังหวัดเหล่านั้น

8 มิ.ย. 2557 05:56 8 มิ.ย. 2557 05:57 ไทยรัฐ