วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'รังสิมา' แฉ เลขาฯสภาฯ จัดทัวร์นอก ซอยงบ 1.9 ล้านเลี่ยงประมูล

"รังสิมา" แฉ เลขาฯสภาฯจัดทัวร์นอก ตั้งข้อสังเกตซอยงบ 1.9 ล้าน หลบเลี่ยงประมูล ชง คสช.ตั้ง กก.สอบการทุจริตใช้งบฯในสภาช่วง 3 ปีหลัง ลั่นคำนักการเมืองโกงไม่ได้ถ้า ขรก.ไม่ชงให้สมรู้ร่วมคิด 

วันที่ 7 มิ.ย. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการดีๆ ในสภาผู้แทนราษฎรหลังจากที่ยุบสภาฯไปแล้ว กรรมาธิการทั้ง 35 คณะ มีงบประมาณเหลือจ่ายจากการศึกษาดูงานจากต่างประเทศ ประมาณ 600 ล้านบาท

ซึ่งนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ใช้อำนาจโยกงบดังกล่าวและเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพข้าราชการสำนักงานเลขาธิการ สภาฯเพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยจะนำข้าราชการสภาฯ ลูกจ้าง พนักงานทั้งหมด 2,245 คน ไปดูงานในประเทศกลุ่มอาเซียน โดยได้ดำเนินการไปแล้วรุ่นที่ 1 และ รุ่น 2 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 57 ส่วนรุ่นที่ 3 และ 4 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 57

นางสาวรังสิมา กล่าวต่อว่า จนกระทั่งมีการยุบสภา และคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.).เข้ามากุมอำนาจบริหาร แต่นายสุวิจักขณ์ได้อนุมัติให้ข้าราชการ 211 คนไปดูงาน ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยซอยเป็น 6 คณะ คือ คณะที่ 1 ระหว่างวันที่ 3-6 มิ.ย.57, คณะที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-12 มิ.ย., คณะที่ 3 ระหว่างวันที่ 10-13 1มิ.ย., คณะที่ 4 ระหว่างวันที่ 16-19 มิ.ย คณะที่ 5 ระหว่างวันที่ 17-20 มิ.ย. และคณะที่ 6 ระหว่างวันที่ 23-26 มิ.ย. โดยอนุมัติงบเดินทางรวม 11,681,800 บาท แต่ซอยงบประมาณคณะละ 1,940,000 บาท รวมระยะเวลาดูงานแต่ละชุด 4 วัน

จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า หลังมีข่าวปรากฏในสื่อ นายสุวิจักขณ์ ได้สั่งยกเลิกโครงการนี้ลงทันที แต่คณะดูงานชุดที่ 1-2 ในเดือนมิ.ย.ระงับไม่ทัน เพราะมีการจ่ายเงินบริษัททัวร์ไปแล้ว ในส่วนของคณะที่ 3-6 ขอให้ระงับชั่วคราว แต่เกิดคำถามว่า ทำไมในการอนุมัติงาน จึงซอยงบประมาณอยู่ที่ 1.9 ล้านบาท โดยจำนวนเงินไม่ถึง 2 ล้านบาท เป็นการเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างไปใช้วิธีพิเศษหรือไม่ เพราะไปอินโดนีเซีย 4 วันใช้เวลาเดินทาง 2 วัน ดูงานจริงแค่ 2 วัน เฉลี่ยรายจ่ายต่อหัวละ 4 หมื่นบาท ถือว่าแพงเกินจริงไปหรือไม่ และการศึกษาดูงาน ที่จริงแล้วคือไปเที่ยวหรือไม่

อีกทั้งหลังการยกเลิกโครงการนี้ได้มีการสั่งเก็บเอกสารรายละเอียดในโครงการทั้งหมด ซึ่งตนในฐานะอดีตกรรมาธิการฯ ในสภาฯ ได้จับตาการใช้จ่ายงบประมาณมาตลอด แต่ขณะนี้เมื่อไม่ได้เป็นกรรมาธิการแล้ว ก็ต้องขอให้ คสช. ติดตามเรื่องนี้ด้วย

นางสาวรังสิมา กล่าวต่อว่า ตนขอให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการใช้งบประมาณในสภาฯ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากในยุคที่นายสุวิจักขณ์เข้ามาเป็นเลขาธิการสภาฯ มีข้าราชการสภาเข้ามาร้องเรียนกรรมาธิการชุดต่างๆ ถึงการใช้งบประมาณที่มากกว่าปกติ บางรายการไม่สมควรใช้จ่าย ก็ยังใช้งบประมาณในลักษณะผลาญหรือใช้ให้หมด เช่น การจัดซื้อชุดเก้าอี้รับแขก ราคาชุดละกว่าล้านบาทหลายชุด และซื้อนาฬิกาเทวดาติดผนัง รวม 200 เรือน งบประมาณทั้งสิ้น 15 ล้านบาท

ส่วนการปรับปรุงห้องนักข่าว 5 ล้านบาท สำหรับเครื่องทำน้ำดื่มราคา 7.5 หมื่นบาท จัดซื้อทั้งหมด 13 ล้านบาท และปรับปรุงห้องแลกบัตรบุคคลเข้า-ออกสภา ใช้งบประมาณ 4.8 ล้านบาท ขณะที่การจัดดอกไม้รับรองแขกในสภาครั้งละ 3 แสนบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมงบฯสร้างอาคารโรงพักของตำรวจรัฐสภา และงบสร้างห้องยุทธศาสตร์หรือวอร์รูมสภา อีกเกือบ 100 ล้านบาท หรืองบฯติดตั้งกล้องซีซีทีวีในห้องประชุมกรรมาธิการอีกกว่า 30 ล้านบาท ทั้งที่มีโครงการจะก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ สร้างมาไม่กี่ปีก็ต้องทุบทำลายทิ้ง จึงขอถามว่าการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อหวังกินเปอร์เซ็นต์หรือไม่อย่างไร และทำตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่

อดีต ส.ส.ปชป. กล่าวอีกว่า คสช.ต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด เพราะเลขาธิการสภาฯ คนนี้กล้าสนองการเมืองโดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกรับโทษหรือไม่ และยังกล้าทุจริตคอร์รัปชันอีก หากคสช.ระบุว่า จะทำการปราบปรามการทุจริตจริง ก็จำเป็นต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ฉะนั้นอย่าบอกว่านักการเมืองขี้โกง เพราะถ้าข้าราชการประจำไม่ชั่ว ไม่ชงงาน รับสนองงานตามคำสั่งให้นักการเมืองโกง นักการเมืองก็โกงไม่ได้ แต่นี่มันสมรู้ร่วมคิดกันโกงงบฯแผ่นดิน บ้านเมืองจึงฉิบหายอย่างที่เป็นอยู่

อย่างน้อยที่สุดต้องย้ายเลขาธิการสภาฯคนนี้ออกจากตำแหน่งไปก่อน เพราะไม่เช่นนั้นสภานิติบัญญัติจะเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน พร้อมทำการสอบสวนและลงโทษตามวินัยข้าราชการด้วย หากมีการหมกเม็ด เพื่อให้เซ็นเอกสารบางอย่าง เรื่องนี่ข้าราชการดีๆในสภาอึดอัดใจมาก เพราะไม่ทำก็โดนหัวหน้าฝ่าย หัวหน้ากองขู่ว่าจะถูกลงโทษ แต่ถ้าทำก็ติดคุก เพราะมีการโยกย้ายข้าราชการที่เป็นพวกพ้อง ให้ข้ามหัวระบบอาวุโส ขึ้นมาเป็น ผอ.กอง หรือผอ.สำนัก เล่นพรรคเล่นพวก เพื่อสนองงานการเมือง

"หาก คสช.จะปราบปรามการทุจริตจริง จะต้องล้างบางการทุจริตในสภาให้เสร็จก่อน เพระยังมีงบฯ ปี 57 อีกมาก เช่น งบฯการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่ย่านเกียกกายอีกนับหมื่นล้าน และข้อมูลเหล่านี้ก็เคยมีการอภิปรายฯในสภามาแล้ว แต่ฝ่ายการเมืองก็ปกป้อง จึงขอฝากให้ คสช.ดำเนินการเป็นการบ้านด่วน" นางสาวรังสิมา กล่าว