วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักษาได้! โรคเหงื่อออกเป็นเลือด ไม่เกี่ยวพันธุกรรม

"กรมการแพทย์" ชี้ เหงื่อออกเป็นเลือด รักษาได้ และยังไม่มีรายงานคนเสียชีวิตจากโรคนี้ เผยสาเหตุเส้นเลือดฝอยบริเวณต่อมเหงื่อเปราะบาง-ปริแตก ไม่เกี่ยวพันธุกรรม เกิดในเพศหญิงมากกว่าชาย...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยถึงกรณีพบเด็กชายที่มีอาการเลือดซึมออกตามผิวหนังหลายจุด เช่น ใบหน้าใกล้ตา ขา และบนศีรษะ ว่า อาการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นโรคเหงื่อออกเป็นเลือด หรือศัพท์ทางด้านการแพทย์ เรียกว่า "Hematidrosis" ซึ่งเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก โดยอาการผู้ป่วย คือ จะมีเลือดออกบริเวณผิวหนัง และเยื่อบุอวัยวะอื่นๆ โดยเลือดจะไหลออกเป็นพักๆ

สำหรับโรคเหงื่อออกเป็นเลือด เกิดจากเส้นเลือดฝอยรอบๆ บริเวณต่อมเหงื่อเปราะบาง เกิดการปริแตก และมีเลือดไหลออกมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และส่วนมากจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งในเพศหญิงจะอยู่ในช่วงอายุก่อนจะมีประจำเดือน พบมากระหว่างอายุประมาณ 11-14 ปี อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคนี้

ทั้งนี้ ในช่วงอากาศร้อนจะพบว่า ร่างกายมีเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และรักแร้ ซึ่งการที่มีเหงื่อออกเกิดจากความร้อน หรืออารมณ์และจิตใจที่ถูกกระตุ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ หรือเรียกว่า "ภาวะหลั่งเหงื่อมาก หรือภาวะเหงื่อท่วม" เป็นภาวะที่เหงื่อออกมากผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุที่พบได้บ่อย คือ โรคอ้วน เพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่หนาขึ้น จะส่งผลให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี จึงต้องเพิ่มการระบายความร้อนออกทางเหงื่อ

อย่างไรก็ตาม การขาดฮอร์โมนเพศหญิงในวัยหมดประจำเดือน หรือภาวะวัยทอง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน หรือโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคเบาหวานที่มีความผิดปกติในการใช้พลังงานและการอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อต่างๆ การติดเชื้อโรคที่ส่งผลให้เกิดอาการไข้เรื้อรัง เช่น โรคมาลาเรีย และวัณโรค โรคหัวใจวายเรื้อรัง เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานเพิ่มในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายให้เพียงพอ ความร้อนในร่างกายจึงสูงขึ้น ซึ่งต้องกำจัดออกโดยการเพิ่มภาวะเหงื่อออก นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาพาราเซตามอล หรือยาที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน ยาโรคความดันโลหิตสูง ยาโรคเบาหวาน ยาด้านจิตเวช โรคมะเร็งบางชนิด เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งในโรคมะเร็งอาการเหงื่อออกมากผิดปกติทั่วตัว มักเกิดในช่วงกลางคืน

นพ.สุพรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับโรคที่เกิดจากเหงื่อที่พบบ่อย คือ ผด ซึ่งในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง จะเกิดจากการอุดกั้นที่ชั้นนอกสุดของผิวหนัง ทำให้เหงื่อไม่สามารถไหลซึมออกมาได้ จะเกิดเป็นตุ่มพองน้ำใสๆ เล็กๆ ตื้นๆ โดยมากจะเป็นบริเวณที่ถูกแดด หรือถูกความร้อน ซึ่งมักเรียกว่า "ผดแดด" ถ้ามีเหงื่อออกมากก็จะยิ่งเป็นมากขึ้น และจะยุบหายไป เมื่อไม่มีเหงื่อออก รังแค เกิดจากการทำงานที่มากขึ้นของต่อมไขมัน มีลักษณะเป็นสะเก็ดบางๆ หรือขุยละเอียดอ่อนบนหนังศีรษะ พบมากในวัยหนุ่มสาวและจะน้อยลงในวัยชรา

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ "สิว" ที่เกิดจากการขับถ่ายไขมันออกมาผิดปกติ ขึ้นอยู่กับวัย ส่วนมากพบในวัยหนุ่มสาว และเกิดจากความเครียดทางจิตใจ สภาวะแวดล้อม ซึ่งรวมทั้งอากาศร้อน การเสียดสี สารเคมีในเครื่องสำอาง การรับประทานยาและพันธุกรรม ส่วนใหญ่บริเวณใบหน้า แผ่นหลัง หน้าอก และหัวไหล่มากน้อยตามลำดับ

ดังนั้น การป้องกันการเกิดโรคจากเหงื่อ คือ การรักษาสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดโรคอ้วน ลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน หวาน และเค็ม เพิ่มผักและผลไม้ ที่สำคัญ คือ ควรรักษาและควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคที่เกิดจากเหงื่อ เพื่อส่งผลดีคุณภาพชีวิต.

"กรมการแพทย์" ชี้ เหงื่อออกเป็นเลือด รักษาได้ และยังไม่มีรายงานคนเสียชีวิตจากโรคนี้ เผยสาเหตุเส้นเลือดฝอยบริเวณต่อมเหงื่อเปราะบาง-ปริแตก ไม่เกี่ยวพันธุกรรม เกิดในเพศหญิงมากกว่าชาย... 7 มิ.ย. 2557 11:42 7 มิ.ย. 2557 12:54 ไทยรัฐ