วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เก็บตกย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง (Yangoon) หรือหยั่นก่ง ในภาษาพม่า แปลว่า ปราบศัตรูจนราบคาบ หรือเมืองที่ไม่มีศัตรู มีอายุยาวนานมากว่า 2,500 ปี ปัจจุบันไม่ได้เป็นเมืองหลวงแล้ว เนื่องจากพม่าได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองเนปิดอว์ ตามคติโบราณที่จะย้ายเมืองหลวงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ อย่างการเปลี่ยนราชวงศ์ และเพื่อสร้างความได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งก็สมใจพม่าเขาล่ะค่ะ เพราะเนปิดอว์กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่ทันสมัย และเพียบพร้อมไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย

ดิฉันไปย่างกุ้งในวันที่อากาศร้อนเบาๆ... ประมาณ 40 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง ดังนั้น การเปลี่ยนใส่ผ้าถุง สวมรองเท้าแตะ และทาแป้งทานาคาแบบสาวพม่า น่าจะเป็นอาวุธที่ต่อสู้กับความร้อนแรงของอากาศได้ดีที่สุด ซึ่งก็ได้ผลจริงๆค่ะ แลดูกลมกลืนกับวิถีการแต่งกายของชาวพม่า และไม่ต้องวุ่นวายกับการก้มลงถอด-ใส่รองเท้าทุกครั้งที่เข้าออกพุทธสถาน

เนื่องจากพม่าห้ามใส่รองเท้าเข้าในบริเวณพุทธสถานโดยเด็ดขาด ส่วนการทาแป้งทานาคาที่มีสรรพคุณแก้ฝ้า แก้สิว ถนอมผิวและกันแดดได้เป็นอย่างดี ก็ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากอะไร เพราะสมัยนี้เขามีเป็นแบบแป้งฝุ่น หรือแป้งแข็งวางขายอยู่ทั่วไป ไม่ต้องเอาท่อนทานาคาจากต้นมาฝนบนแท่นหินจนกล้ามโตเหมือนสมัยก่อนแล้ว

แม้ปัจจุบันย่างกุ้งจะไม่ใช่เมืองหลวง แต่ก็ยังคงบทบาทเป็นเมืองที่สำคัญ และใหญ่ที่สุดในพม่า อีกทั้งยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์มากมายให้ค้นหา มีพุทธสถานหลายแห่งให้เข้าไปสักการบูชา นอกจากเจดีย์ชเวดากองแล้ว เจดีย์สำคัญอีกแห่งที่ผู้คนมักต้องแวะไปบูชาด้วยทุกครั้ง คือ เจดีย์โบตาทอง เนื่องจากเป็นเจดีย์ที่อยู่ไม่ไกลจากเจดีย์ชเวดากองมากนัก และยังเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเทพทันใจ ซึ่งคนไทยนิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ

เจดีย์โบตาทองเป็นเจดีย์ที่สูงตระหง่าน ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือสินค้าเมืองย่างกุ้ง ได้ถูกใช้เป็นที่รับพระเกศธาตุก่อนจะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากอง โดยได้แบ่งพระเกศธาตุมาประดิษฐานไว้ที่นี่ 1 เส้น ก่อนจะนำพระเกศธาตุที่เหลือไปยังเจดีย์ชเวดากอง ดังนั้น จุดสำคัญของเจดีย์โบตาทองจึงอยู่ที่พระเกศธาตุซึ่งบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางฐานเจดีย์ ซึ่งมีช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด โดยทางเดินด้านในแบ่งเป็นห้อง 8 ห้อง ตามฐานของเจดีย์ที่มีลักษณะแปดเหลี่ยม ซึ่งพระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร รองเจ้าอาวาสวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ พระวิทยากรที่ได้ร่วมเดินทางไปกับเราในครั้งนี้ได้เมตตาอธิบายให้ฟังว่า ห้องแปดเหลี่ยมนี้เปรียบเหมือน “อัฏฐังคิก มรรคนาวา” หรือเรือที่จะพาเราข้ามพ้นสังสารวัฏอันยาวนานเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดนี้ไปได้ ด้วยมรรคมีองค์ 8 โดยมีศีลเป็นฐานเรือ สมาธิเป็นโครงสร้างเรือ ปัญญาเป็นกลไกในการเดินเรือ และสติเป็นหางเสือที่จะนำพาเรือไปสู่จุดหมาย ซึ่งก็คือ พระนิพพานนั่นเอง

นอกจากห้องอัฏฐังคิก มรรคนาวาแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าชมในอาณาบริเวณเจดีย์โบตาทองคือ พระพุทธรูปทองคำประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว ยังมีพระเขี้ยวแก้วซึ่งเก็บรักษาไว้ในตู้กระจกอยู่ใกล้ๆกับวิหารพระทองคำ และด้านซ้ายมือก็จะเป็นเทพทันใจที่ชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี

เทพทันใจ หรือ “นัตโบโบยี” เป็นเทพจิตใจดี คำว่า “นัต” หมายถึงเจ้าที่เจ้าทางหรือเจ้าพ่อเจ้าแม่ ชาวพม่ามีความเชื่อเรื่องนัตมาก และนับถือนัตเป็นที่พึ่งทางใจมาตั้งแต่ครั้งโบราณ โดยมักสร้างศาลหรือบ้านเล็กๆไว้สักการบูชานัต อันที่จริงแล้ว นัตโบโบยีมีอยู่ในบริเวณเจดีย์หลายๆแห่ง แต่นัตโบโบยีที่เจดีย์โบตาทองมีชื่อเสียงที่สุด เนื่องจากชาวบ้านที่มาอธิษฐานขอพรมักได้รับพรที่ขอกันสมใจ ก็เลยกลายเป็น “เทพทันใจ” ของคนไทยเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

คงเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของเทพทันใจ บวกกับความใจร้อนของคนไทยที่อยากได้อะไรปุ๊บก็ต้องได้ปั๊บกระมัง ถึงทำให้คนไทยแห่แหนไปขอพรจากเทพทันใจกันมากมายไม่เว้นแต่ละวัน ทำเอาแม่ค้าพม่าที่ขายเครื่องสักการะเทพทันใจอยู่ข้างๆเจดีย์โบตาทอง ขายกันได้กำไรแบบ “ทันใจ” ทุกครั้งไปที่มีทัวร์ไทยมาลง

องค์เทพทันใจอยู่ไม่ไกลจากห้อง “อัฏฐังคิก มรรคนาวา” มากนัก...การได้สักการะเทพทันใจซึ่งมีชื่อเสียงว่าสามารถให้พรได้ดังเนรมิต หลังจากที่ออกมาจากห้อง “อัฏฐังคิก มรรคนาวา” ซึ่งอุปมาเสมือนองค์ธรรม อริยมรรคมีองค์ 8 ที่จะพาเราข้ามพ้นจากวัฏสงสารอันยาวนาน ทำให้เห็นถึงความจริงที่ว่า ในชั่วชีวิตหนึ่ง

เราช่างเต็มไปด้วยความ “อยากมี อยากได้ อยากเป็น” แถมยังเป็นความอยากมีโดยเร็ว อยากได้โดยเร็ว อยากเป็นโดยเร็วอีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้ ในวันนี้เราจึงยังต้องมีเทพทันใจเป็นที่พึ่ง

ซึ่งท่านก็อาจเมตตาให้เราได้ในสิ่งที่เราขออย่างรวดเร็วทันใจ ทันตาเห็นในชาตินี้ แต่กับสิ่งที่เราจะเอาติดตัวไปในภพชาติหน้านี่สิ เราไม่อาจอธิษฐานขอจากเทพองค์ใดได้เลย ทุกสิ่งล้วนแต่เกิดจากเหตุปัจจัยแห่งการกระทำของตัวเราเองทั้งสิ้น

ฉะนั้น...อธิษฐานขอพรสำหรับชาตินี้แล้ว ก็อย่าลืมสร้างสมเสบียงที่จะติดตัวไปในชาติหน้าด้วยนะคะ.

ภัสวลี นิติเกษตรสุนทร

7 มิ.ย. 2557 11:17