วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มสาวรั้วแดงทองรวมพลังฟื้นฟูแผ่นดินไหว จิตอาสา...คลายทุกข์

เหตุแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ที่ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา แรงสั่นสะเทือนได้ส่งผลกระทบขยายวงกว้างไปยังหลายพื้นที่ ทำลายบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง วัดวาอาราม ถนน หนทางพังทลาย ทั้งยังสร้างความสูญเสียกับชีวิตผู้คนถึง 2 ราย และผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก หนำซ้ำยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายระลอกที่สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับชาวบ้านไม่น้อย

แต่ท่ามกลางความทุกข์ สิ่งที่ได้เห็นคือความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่างๆ ระดมกันไปสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยไม่ขาดสาย

ไม่เว้นแม้แต่นิสิตนักศึกษาจากหลากหลายสถาบันที่ได้แสดงพลังจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือ รวมถึงนักศึกษาในพื้นที่ จ.เชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ที่องค์การบริหารองค์การนักศึกษา และสภานักศึกษาได้รวมพลังวัยโจ๋ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่เข้าไปดูแลชาวบ้านที่เดือดร้อน

เห็นภาพดีๆ ของ หนุ่มสาวรั้วแดงทองที่มากน้ำใจ อย่างนี้ “ยายรหัส” ไม่อาจรีรอมัวแต่มโน ต้องขอแจ้นไปเจ๊าะแจ๊ะพูดคุยกับเหล่าผู้นำนักศึกษาที่ได้ลงพื้นที่ให้ถึงกึ๋นซะหน่อย

เริ่มที่นายกองค์การบริหารองค์การนักศึกษา มฟล. “ไนซ์” นราธิป อมรกิจวัฒนกุล เล่าว่า “หลังเกิดเหตุการณ์ ทางองค์การนักศึกษาฯ ก็ได้หารือกับสภานักศึกษาเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดย สิ่งแรกที่ทำคือการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบธรณีพิบัติภัยขึ้นเพื่อเป็นศูนย์ระดมความช่วยเหลือ ทั้งข้าวของและเงินบริจาค จากนั้นพยายามหาข้อมูลปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อหาพื้นที่ที่เห็นว่าหน่วยงานช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง ก็ได้ข้อมูลมาจากรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยส้านพลับพลา ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย แจ้งว่าหมู่บ้านห้วยส้านพลับพลาอาข่าประสบเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงเช่นกัน แต่ความช่วยเหลือยังไปไม่ถึงมากนัก จากนั้นพวกเรานักศึกษาประมาณ 20 กว่าคนก็ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อนำสิ่งของไปช่วยเหลือ รวมทั้งสำรวจและจัดกิจกรรมฟื้นฟูสภาพจิตใจ และได้รับความอนุเคราะห์จาก รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ รพ.สวนปรุง จ.เชียงใหม่ และรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยส้านพลับพลาในการจัดทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปให้บริการเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.หลังเกิดเหตุไม่นาน เมื่อไปถึงพื้นที่ได้พบว่า ชาวบ้านที่นี่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่ามีอยู่ 40–50 ครัวเรือน เกือบทุกหลังได้รับความเสียหาย เนื่องจากไม่ได้มีการวางฐานรากที่แข็งแรงรองรับแผ่นดินไหว บางหลังเพิ่งก่อสร้างเสร็จและเตรียมจะขึ้นบ้านใหม่ ยังไม่ทันได้ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ก็ต้องพังลงโดยที่ยังไม่ได้เข้าอยู่ สำหรับข้อมูลความเสียหายต่างๆ พวกเราได้รวบรวมและนำไปประสานกับ อบจ.เชียงรายรับทราบเพื่อที่จะได้ดำเนินการช่วยเหลือต่อไป”

“ผมเป็นคนกรุงเทพฯ แต่มาเรียนที่ มฟล. เพิ่งประสบกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่นี่เป็นครั้งแรก และยิ่งได้มาเห็นสภาพผู้คนที่ได้รับความเสียหาย ดูแล้วก็หดหู่ และพยายามจะหาทางช่วยเหลือเต็มที่ เพราะ ชาวบ้านที่นั่นดูเหมือนว่าจะฝากความหวังในการช่วยเหลือจากพวกเรานักศึกษาค่อนข้างมาก ต้องยอมรับว่าพื้นที่นี้อยู่สูงและห่างไกลเกือบจะติดชายแดน ทำให้ความช่วยเหลืออาจจะยังเข้าไม่ถึงเต็มที่ ขณะเดียวกันชาวบ้านเองก็ไม่รู้ช่องทางที่จะติดต่อ พวกเรานักศึกษาจึงพยายามจะช่วยเหลือให้ได้เต็มที่มากที่สุดเท่าที่กำลังมี” “ไนซ์” บอกผ่านความรู้สึกหลังรับรู้ทุกข์ของชาวบ้าน

ขณะที่ “กวาง” ปิยพร ห่วงประชากิจ อุปนายกองค์การฯ บอกว่า “กวางเป็นคน จ.พิจิตร ไม่เคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และจากการที่เราได้ลงพื้นที่ได้พบเห็นสภาพชาวบ้าน ซึ่งได้รับผลกระทบรู้สึกสงสารอย่างมาก การสูญเสียบ้านทั้งหลังก็เหมือนกับการสูญสิ้นทรัพย์สินทั้งชีวิต และได้รับแจ้งว่ามีคุณยายท่านหนึ่งหนีออกมาไม่ทันต้องเสียชีวิตจากบ้านที่ถล่มลงมาทับ ในฐานะที่เราเป็นนักศึกษาคงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ทุกคนก็พยายามให้กำลังใจ จัดหาสิ่งของช่วยเหลือ และพยายามรวบรวมข้อมูลความเสียหายเพื่อนำไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือ ต้องยอมรับว่าชาวบ้านที่นี่เป็นคนชนเผ่า การดูแลช่วยเหลืออาจจะเข้าไม่ถึง ขณะที่ชาวบ้านเองก็ไม่รู้ช่องทางติดต่อสื่อสาร ในฐานะที่กวางเรียนด้านนิติศาสตร์มาก็ อยากเน้นเรื่องสิทธิที่ทุกคนที่อยู่ในประเทศ ไทยพึงได้รับ แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่คนในพื้นที่ห่างไกลมักจะถูกลืมหรือถูกเอาเปรียบจากคนที่รู้มากกว่า”

ส่วน ณิชกานต์ จันทรภาพ “เวย์” ประธานฝ่ายวิชาการ องค์การนักศึกษาฯ เสริมว่า “การลงพื้นที่ทำให้รู้สึกเห็นอกเห็นใจชาวบ้านที่ประสบภัยพิบัติครั้งนี้ บางคนบ้านพังทั้งหลัง ต้องออกมากางเต็นท์นอนข้างนอก เพราะไม่เหลือสภาพบ้านให้สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ อย่างไรก็ตาม กลางเดือน มิ.ย.นี้ พวกเราจะเดินทางไปติดตามความช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่นี้อีกครั้ง และกำลังประสานไปยังชมรมนักศึกษาอื่นๆ เข้ามาร่วมทำกิจกรรม เช่น ชมรมอาสาพัฒนา เพื่อเข้าไปช่วยเหลือซ่อม– แซมบ้านเรือนในส่วนที่สามารถทำได้ ชมรมครูดอย เพื่อไปจัดกิจกรรมให้กับเด็กๆ เป็นต้น เวย์เองเป็นคน จ.สงขลา ไม่เคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี้มา เมื่อรู้ก็ตื่นเต้น หวาดระแวงบ้าง แต่คิดว่าไม่น่าจะเกิดอะไรได้ เพราะ มฟล.ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับมากมายกว่าเราเยอะ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้เข้าไปช่วยเหลือหรือให้กำลังใจ”

“ยายรหัส” ขอปรบมือชื่นชมความมี “จิตอาสา” ของเหล่านักศึกษา

เพราะการมีความรู้มากมาย แต่หากไม่รู้จัก “การให้” เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ก็ไม่ต่างกับการเป็น “ปัญญาชนที่ไร้คุณค่า”.

ยายรหัส / รายงาน

7 มิ.ย. 2557 10:56