วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมรักษาพระองค์

โดย บาราย

ชื่อ กรมรักษาพระองค์มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา หลังปฏิรูปการปกครองแผ่นดินครั้งใหญ่ สมัยรัชกาลที่ 5 ชื่อกรมนี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไป
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติ–วงศ์ กราบทูลสมเด็จกรมพระยาดำรงราชา นุภาพ (สาส์นสมเด็จเล่ม 6 คุรุสภาจัดพิมพ์) ว่า กรมรักษาพระองค์ กับทหารรักษาพระองค์นั้น เป็นคนละพวกกันทีเดียว

กรมรักษาพระองค์นั้น ไม่ต้องสงสัย ได้ตั้งมาแล้วแต่ครั้งกรุงเก่า แต่จะเป็นมาอย่างไรไม่ทราบ ในภายหลัง กรมรักษาพระองค์ได้แบ่งเป็น 3 พวก 6 กรม

กรมรักษาพระองค์ปืนทองปรายซ้ายขวา กรมรักษาพระองค์ปืนปลายหอกซ้ายขวา และกรมรักษาพระองค์ข้าหลวงเดิมใหม่ซ้ายขวา

กรมรักษาพระองค์ปืนทองปราย นัยหนึ่งเรียกว่า รักษาพระองค์เก่า คนในกรมนั้นจะสืบมาจากไหน ไม่มีใครทราบ และที่ได้ชื่อว่ารักษาพระองค์ปืนทองปราย ก็สืบไม่ได้ใครตั้ง ตั้งแต่เมื่อไหร่

ตัวปืนทองปรายเห็นมีพาดบันไดแก้วไว้ที่ใต้พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ 6 หรือ 8 กระบอก ปลายปากกระบอกทำเป็นปากมังกรมี 2 กระบอก ฝีมือทำไม่ต่ำกว่ารัชกาลที่ 1

นอกนั้น ปากเป็นลำโพงบ้าง ปากเหมือนปืนใหญ่อย่างฝรั่งบ้าง

ไต่สวนว่า ถือกันอย่างไร เขาบอกว่ามีท่าย่างสามขุม หาตัวคนเคยถือมาทำให้ดู ก็เหมือนรำกระบี่กระบอง แล้วก็ถืออย่างเชิญพระแสงปืนตามเสด็จ

รักษาพระองค์ปืนปลายหอก เป็นเลขข้าหลวงเดิมในรัชกาลที่ 4 ยกเข้ามาสมทบเมื่อเสวยราชสมบัติแล้ว แต่ทำไมจึงได้ชื่อ รักษาพระองค์ปืนปลายหอก ถามก็ไม่ได้ความ และปืนปลายหอกก็ไม่เคยถือ

สันนิษฐานว่า ทูลกระหม่อมจะพระราชทานชื่อ ให้ปรับเข้าคู่กันได้กับปืนทองปราย เท่านั้น

รักษาพระองค์ข้าหลวงเดิมใหม่ เป็นเลขข้าหลวงเดิมรัชกาลที่ 5 ยกเข้ามาสมทบเมื่อเสวยราชสมบัติ แบบเดียวกับรัชกาลที่ 4 แต่ไม่มีใครบอกที่มาของเรื่องชื่อกรม เป็นชื่อที่เรียกกันเองเพื่อความเข้าใจ มาอย่างไร ก็คงอยู่อย่างนั้น

หน้าที่กรมรักษาพระองค์ รักษาพระราชมณเฑียรที่ประทับ มีแผ้วกวาดจุดตะเกียงเลี้ยงนกหนู ตีตุ๊กแก รดน้ำต้นไม้ ไม่มีท่วงทีว่าเป็นทหารเลย

แม้ชื่อเจ้ากรม ปลัดกรม รักษาพระองค์เก่า มีหลวงกันภยุบาทว์ หลวงราชเสวก และ ขุนอินทรปราสาท ขุนราชพิมาน เหล่านี้มีความเป็นไปในทางรับใช้พระราชมณเฑียร ไม่เป็นไปในทางทหาร

ตกมาถึงรักษาพระองค์ในรัชกาลที่ 4 ชื่อเจ้ากรมยังปรากฏเป็นคนรับใช้ในพระราชมณเฑียรอยู่ คือหลวงอภิบาลภูวนาถ หลวงราชคฤหรักษ

แต่ปลัดกรมเป็นชื่อทหาร คือขุนอาจอัคนิกร และขุนอมรศักดาวุธ

ชะรอยจะทรงพระราชดำริตั้งให้มีชื่อขนาบคาบเกี่ยวเป็นรักษาพระราชมณเฑียรอย่างเก่าหรือฟังให้เป็นทหารตามชื่อกรม อันมีปืน

ส่วนตัวเจ้ากรม ปลัดกรม นายเวรกรมรักษาพระองค์นั้น แต่งตัวเข้าสมทบตำรวจ แห่เสด็จหมดด้วยกัน แต่ตัวไพร่ไม่ปรากฏว่าได้สมทบแห่เสด็จ มีแต่ยืนยามประตู

การประจำหน้าที่รักษาพระราชมณเฑียร ตามรูปการณ์เป็นว่า ปันกันเป็นเวร แต่ก็เปล่า

ความจริงถึงเวรใคร ก็เอาเงินมาให้นายนิด หน่อย นายจัดจ้างคนเข้าแทน และคนแทนนั้นก็คือคนรักษาพระองค์นั่นเอง มิใช่คนสำส่อนเข้ามา

เช่น ตาหว่าง อ้ายนวม อ้ายสีเหล่านั้นเป็นต้น พวกเหล่านั้นมันถือเอาพระราชฐานเป็นเรือนรับจ้าง อยู่ประจำตาปีสีตาชาด

คนเวรหนึ่งนับจำนวนด้วยร้อย นายเก็บเอาเงินมาจ้างคนนับแต่สิบ นายก็ได้กำไร แบบกินเลขอย่างเก่า อยู่ได้สบาย

ทีนี้ก็ถึงทหารรักษาพระองค์ โปรดเกล้าฯให้เกณฑ์เลือกเอาคนมารักษาพระองค์ทั้ง 6 กรม มีจำนวนจำกัด ส่งไปเข้ากองเกณฑ์หัดทหารอย่างยุโรป พวกนี้ไปขึ้นกรมทหาร ขาดจากกรมเดิมไปเลยทีเดียว

แต่ก็ยังมีชื่อกรมทหารรักษาพระองค์ปืนทองปราย ปืนปลายหอก และข้าหลวงเดิม อยู่อย่างเดิม

แต่ตั้งนายควบคุมใหม่ คือพวกตาทิม ตาพราหมณ์ ซึ่งทรงรู้จักอยู่แล้ว พวกนี้ขึ้นอยู่ในบัญชีพระยาพิชัยสงคราม อ่ำ

ในรัชกาลที่ 4 ในกระบวนเสด็จ พระราชดำเนิน ข้างหน้ามีทหารหน้าแห่ ข้างหลังมีทหารรักษาพระองค์แห่เป็นทหารหลัง ครั้นถึงรัชกาลที่ 5 มีทหารมหาดเล็ก จึงให้ทหารมหาดเล็กแห่หลัง ยกทหารรักษาพระองค์ไปสมทบทหารหน้าแห่หน้า

ต่อมา สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศฯ ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้จัดกรมรักษาพระองค์ทั้งที่เป็นทหารแล้ว และยังมิได้เป็นทหาร รวมตั้งขึ้นเป็นกรมทหารรักษาพระองค์ หน้าที่รักษาพระราชมณเฑียร ก็ให้กรมเด็กชารับไป.

บาราย