วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ทหารวืดม็อบ

มีแต่กินแซนด์วิช ไม่พูดการเมือง! เพจใหม่ท้าคสช. มาแทน-ลายจุด

เผยคุมตัว “บก.ลายจุด” ไว้ค่ายทหาร ร.21 รอ.ชลบุรี “วินธัย” ชี้ต้องอยู่พื้นที่พิเศษ ฐานมีพฤติกรรมก่อกวน คาดใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นขึ้นศาลทหาร ด้านชาวโลกไซเบอร์แห่เกาะติดข่าวสารหลังคลิปโผล่ยูทูบฝากมวลชนฟื้นฟูประชาธิปไตย แกนนำคนใหม่นัดบ่ายวันที่ 8 มิ.ย. เตรียมพร้อมสถานีรถไฟฟ้าใกล้บ้าน รอส่งสัญญาณแจ้งจุดหมาย เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าเคลียร์คลองเปรมประชากรรอบทำเนียบฯ พบอาวุธอื้อทั้งระเบิด-ปืน-ประทัด หลายจังหวัดจัดกิจกรรมปรองดองสมานฉันท์ “ขวัญชัย” จับมือแกนนำ กปปส.อุดรฯ ยันให้ความร่วมมือ คสช.กลุ่มนิสิตนักศึกษาปล่อยข่าวลวงชุมนุมคัดค้านรัฐประหารที่ ม.เกษตรฯ กำลังทหารตำรวจไปเก้อ ไร้แววม็อบ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ได้ที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรีได้เมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้โลกไซเบอร์คึกคักประกาศยังคงชุมนุมต้านรัฐประหารต่อ ด้าน คสช.เดินหน้าโครงการคืนความสุขให้ประชาชน ตั้งศูนย์ปรองดองทั่วประเทศ พร้อมประกาศไม่ให้มีการชุมนุมอย่างเด็ดขาดนั้น

คสช.รายงานรวบ “บก.ลายจุด”

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 6 มิ.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ประจำวันและการทำงานในแต่ละส่วนงาน ซึ่งในที่ประชุมมีการชี้แจงผลการปฏิบัติงานในส่วนต่างๆที่สำคัญ โดยกลุ่มงานรักษาความสงบเรียบร้อยได้กล่าวรายงานที่ประชุมถึงการควบคุมตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุดให้ที่ประชุมได้รับทราบ

เผยควบคุมตัวที่ ร. 21 รอ.ชลบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจับกุมตัวนายสมบัติ เมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสมบัติไปส่งที่หน้ากรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21รอ.) จังหวัดชลบุรี โดยมีทหารเข้ามารับตัวเข้าไปที่บ้านพักนายทหารในศูนย์ฝึกภายใน ร.21 รอ.และจะมีการควบคุมตัวไว้ระยะหนึ่ง นอกจากนี้ มีรายงานว่า ทาวน์เฮาส์ที่นายสมบัติพักอยู่ขณะถูกรวบตัวที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี นั้น เป็นของภรรยานายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำ นปช.

คลิปโผล่ยูทูบหลังโดนรวบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวกลุ่มต้านการรัฐประหาร ที่รวมกลุ่มกันในโลกไซเบอร์ หลังแกนนำคนสำคัญคือนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุดถูกควบคุมตัวเข้าค่ายทหารเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เฟซบุ๊กเพจค้านรัฐประหารของนายสมบัติ ได้ยุติการส่งข้อความ โดยข้อความสุดท้ายของนายสมบัติเมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 5 มิ.ย.คือ “ผมถูกจับแล้ว” อย่างไรก็ตาม ในช่วงสายวันเดียวกันนี้ มีการเผยแพร่คลิปเสียงที่ถูกบันทึกไว้ก่อนหน้านี้ โดยโพสต์ในเว็บไซต์ยูทูบมีใจความว่า “สวัสดีครับพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยทุกท่านครับ ผมสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด หากท่านได้ยินข้อความนี้ ก็แสดงว่าผมถูกควบคุมตัว หรือไม่สามารถหาตัวผมเจอ ขอให้เราเชื่อว่าอำนาจอธิปไตยนั้นเป็นของปวงชน หมายถึงอำนาจสูงสุด นั้นเป็นของประชาชน ด้วยหลักการนี้เป็นสิทธิอันโดยชอบธรรม ในการที่เราจะออกมาแสดงออกว่าการทำรัฐประหารเป็นการทำลายหลักการดังกล่าว ไม่ใช่แค่ประเด็นทางการเมือง แต่เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะนี่เป็นสิทธิพื้นฐานทางการเมืองของประชาชน ในการที่จะยืนยันว่าเราเป็นหุ้นส่วน เป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้”

ฝากมวลชนเคลื่อนไหวฟื้น ปชต.

นายสมบัติกล่าวด้วยว่า “ผมจะถูกเรียกให้ไปรายงานตัว และถูกประกาศในการจับตัว ควบคุมตัว ถูกข่มขู่ในรูปแบบต่างๆ ผมขอเรียนว่าไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ร้าย แต่ผมรู้สึกว่าผมเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย นี่คือสิ่งที่ถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะเกิดอะไรนั่นไม่ใช่ความผิดของผม แต่การยืนยันในเรื่องสิทธิของตนเองนั้น จำเป็นที่จะต้องยืนหยัดถึงที่สุด แม้ว่าจะติดคุก ถูกทำร้ายหรือใดๆก็ตาม นั่นไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ผมต้องจ่าย แต่เป็นเรื่องของการประกอบอาชญากรรมทางการเมือง กับประชาชนที่ใฝ่หาเสรีภาพ เสมอภาคในประเทศนี้ โปรดสานต่อภารกิจทางประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการประชาธิปไตยให้เติบใหญ่แข็งแกร่งเรื่อยไป แม้ผมจะไม่สามารถออกมาเคลื่อนไหวได้ ด้วยเหตุใดก็ตาม ขอให้พี่น้องจงยึดมั่นแสวงหาแนวทางที่เป็นสันติวิธี และสร้างสรรค์ เพื่อจะฟื้นฟูระบบประชาธิปไตย ที่เราถูกทำลายไปครั้งแล้วครั้งเล่าขึ้นมาให้จนได้”

เปิดเฟซบุ๊กใหม่แทนทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า กลุ่มที่ค้านการรัฐประหาร ในโลกไซเบอร์ ได้ปฏิบัติการท้าทาย คสช.ต่อ โดยทำการจัดตั้งเพจใหม่ในเฟซบุ๊กเพื่อใช้ในการสื่อสารขึ้นทันที ใช้ชื่อว่า “พวกเราคือสมบัติ บุญงามอนงค์” โดยใช้ภาพเดิมที่เคยปรากฏอยู่ในหน้าเพจของนายสมบัติมาเป็นโลโก้ และเริ่มมีคนทยอยกดไลค์เพื่อติดตามข่าวสารมากขึ้น โดยผู้ดูแลเพจดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความว่า “บก.ลายจุดยังมีอีกหลายล้านคน การต่อต้านเผด็จการทหาร ยังจะคงดำเนินต่อไป หลักการของเพจคือเราทุกคนคือแกนนอน เราทุกคนคือ บก.ลายจุด” ทั้งนี้ยังมีการออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ระบุว่า “เชื่อว่าใครๆก็ทำแบบ บก.ลายจุดได้ มันทำได้ง่าย ไม่ต้องมีใครพาทำก็ได้ แต่มีคำถามอยู่ว่าประชาชนกำลังกลัวจนเกินไปอยู่หรือเปล่า ทำไมไม่ออกมาช่วยกันทำอะไรง่ายๆ ซึ่งใครๆก็ทำได้ เพื่อยืนยันในหลักการประชาธิปไตย จึงมีข้อเสนอว่า ทุกคนออกมาลองทำดู อย่ามัวนั่งอึดอัดอยู่ ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง เลือกตั้งคือทางออก ไม่เอานายกฯคนกลางประชาชนคือคนกลาง ประชาชนไม่ได้โง่ ประชาชนเลือกเองได้ ฟังเขาบ้าง เขาคือประชาชน”

ย้ำวันนัด 8 มิ.ย.เหมือนเดิม

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นาวาอากาศตรีชนินทร์ คล้ายคลึง อดีตหัวหน้าฝ่ายกรมช่างทหารอากาศ หนึ่งในผู้ต้องหาความผิดอาญา ม. 112 ที่ใช้นามแฝงในเฟซบุ๊กว่า “ผู้พันสู้ ตัวจริง” ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศเป็นแกนนำในการต้านรัฐประหารคนใหม่แทนที่ บก.ลายจุดแล้ว โดยนาวาอากาศตรีชนินทร์ ระบุว่า ขณะนี้ได้เดินทางออกนอกประเทศเป็นที่เรียบร้อย และอาสาจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้กลุ่มที่เห็นต่างกับการรัฐประหาร ตอนนี้ บก.ลายจุด โดนรวบไปแล้วให้ทำใจยอมรับมัน และสิ่งที่ผิดพลาดจากการนัดหมายครั้งที่ผ่านมา คือจุดนัดพบเป็นจุดเดิม แจ้งเวลานัดเร็วไป ทั้งนี้ในวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ให้ไปเตรียมพร้อมกันอยู่ที่สถานีบีอาร์ที เอ็มอาร์ที แอร์พอร์ตลิ้งก์ ใกล้บ้านท่าน เราจะแจ้งจุดรวมพลในเวลานั้น จุดหมายที่วางไว้ คือ 1.สนามบินสุวรรณภูมิ 2.แมคราชประสงค์ 3.อนุสาวรีย์ชัยฯ 4.สยามพารากอน 5.วัดพระแก้ว เราจะรอจนเพื่อนเราพร้อม ในเวลา 15.30 น. แสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ

จนท.เคลียร์คลองเปรมประชากร

เมื่อเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกับกรมสรรพาวุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจากหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดุสิต สำนักระบายน้ำและประปา กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยรถเก็บขยะ รถยก และชุดประดาน้ำจากหน่วยกู้ชีพ สนธิกำลัง 180 นาย เข้าจัดเก็บลวดหนามและตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยในคลองเปรมประชากร ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วัดเบญจมบพิตรถึงสะพานอรทัย เชื่อมคลองผดุงกรุงเกษม รวมระยะทางประมาณ 150 เมตร เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

หาหลักฐานโยงคดีฆาตกรรม

พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น.กล่าวว่า ในส่วนตำรวจจะเน้นหาวัตถุหรืออาวุธที่ผิดกฎหมาย รวมถึงค้นหาพยานหลักฐานที่อาจจะเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม พ.อ.นฤดล ท้าวฤทธิ์ ผบ.ป.1 รอ. กล่าวว่า กรณีดังกล่าว เป็นไปตามโครงการคืนความสวยงามให้สถานที่ราชการและคืนความสุขให้กับประชาชน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างทหาร ตำรวจ กทม. และมูลนิธิร่วมกตัญญู วันนี้ได้นำทหารจากกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ กทม.และนักประดาน้ำ มูลนิธิร่วมกตัญญู ในการรื้อถอนลวดหนาม และค้นหาวัตถุต้องสงสัยที่อาจหลงเหลืออยู่ภายในคลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นคลองที่อยู่โดยรอบทำเนียบรัฐบาล และเชื่อมต่อกับคลองผดุงกรุงเกษม ทั้งนี้ เป็นการค้นหาต่อเนื่องจากครั้งที่แล้วที่มีการพบอาวุธและศพบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์

ประดาน้ำพบอาวุธทิ้งในน้ำเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่รื้อลวดหนามในคลองเปรมประชากรเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ลงค้นหาวัตถุต้องสงสัยใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง รวมระยะทางประมาณ 150 เมตร พบแก๊สน้ำตาชนิดขว้างมีควันใช้แล้วจำนวน 3 ลูก ชนิดขว้างแบบไม่มีควันใช้งานแล้ว 6 ลูก กระสุนแก๊สน้ำตาชนิดใช้เครื่องยิง 3 ลูก ประทัดยักษ์พันกับขวดด้วยเทปกาวสีดำจำนวน 7 ลูก ยังไม่ใช้งาน แฟลชแบงก์ หรือระเบิดเสียง 3 ลูก ระเบิดปิงปองพันเทปกาวติดกับหัวนอต หรือไข่ก๊อง จำนวน 6 ลูกใช้งานไม่ได้ โครงปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 ชิ้น โล่ตำรวจ 4 อัน กรองหน้ากากกันแก๊สน้ำตา 7 ชิ้น ถังดับเพลิงขนาด 2.2 ปอนด์ จำนวน 1 ถัง ระเบิดเพลิงทำเอง 2 ขวด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการค้นหาต่อบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ จนถึงหน้าวัดเบญจมบพิตร ก่อนสรุปยอดวัตถุต้องสงสัยที่พบแล้วส่งให้ทหารดำเนินการต่อไป

ยังไร้เบาะแสศพคลองผดุงฯ

พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวกรณีที่มีการพบชิ้นส่วนมนุษย์ ภายในคลองผดุงกรุงเกษม เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ว่า กรณีดังกล่าวยังไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้ตายเป็นใครมาจากไหน เนื่องจากสภาพศพเน่าเปื่อยและไม่มี หน้าตา จึงต้องรอรายละเอียดจากทางนิติวิทยาศาสตร์ เรื่องผลตรวจกระดูกและฟันของศพ ก่อนนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลคนหายในแต่ละพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่มีญาติมาแจ้งว่ามีคนหายระหว่างชุมนุม ส่วนกรณีที่มีการพบบัตรพนักงาน ธ.ก.ส.ตอนนี้เจ้าหน้าที่พบตัวเจ้าของบัตรแล้วยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะหาข้อมูลจากคดีพบศพใต้สะพานผ่านฟ้าที่ถูกจับใส่ถุงผ้าใบมัดด้วยเชือกไนลอน และใช้กระสอบทรายผูกถ่วงน้ำในพื้นที่ สน.นางเลิ้ง เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อดูว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพราะวัสดุที่ใช้คล้ายคลึงกัน ก่อนทำการ รวบรวมหลักฐาน อย่างไรก็ดี จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า กล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) บริเวณโดยรอบพื้นที่ชุมนุม ถูกผลักหน้ากล้องขึ้นฟ้าทั้งหมด จึงไม่สามารถจับภาพการชุมนุมได้

วอนญาติคนหายแจ้งนิติเวช

พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงกรณีพบศพที่คลองผดุงกรุงเกษมว่า โครงกระดูกที่ตรวจสอบพบขณะนี้พบร่องรอยแตกที่บริเวณสันจมูกเท่านั้น ส่วนบริเวณอื่นยังไม่พบร่องรอยแตกหัก ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบโครงกระดูกให้ละเอียดขึ้นว่าจะพบร่องรอยอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้ว่าเสียชีวิตจากอะไร ทั้งนี้หากท่านใดที่มีพี่น้องที่หายไปตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป ให้เข้ามาสอบถามได้ที่สถาบันนิติเวช และควรจะมีข้อมูลมาให้เจ้าหน้าที่ หากได้ประวัติการทำฟันมาด้วยก็จะดีมาก แต่ถ้าไม่ได้ต้องขอให้ญาติพี่น้องพ่อแม่มาด้วย เพื่อตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

จ่อถกประเมินม็อบต้าน

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการชุมนุมต่อต้านรัฐประหารในวันที่ 8 มิ.ย.ว่าเบื้องต้นยังคงต้องดูสถานการณ์และจุดที่คาดว่าจะชุมนุม จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามหาพื้นที่ใหม่ที่สามารถชุมนุมได้สะดวก ลงจากรถไฟฟ้าแล้วเดินเข้าห้างสรรพสินค้าได้เลย เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจะร่วมกันตรวจตราจุดเข้าออกและบนขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อคอยตรวจสอบผู้ชุมนุมคัดค้าน คสช. หลังจากนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุดถูกควบคุมตัวได้ที่ จ.ชลบุรี คาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจไม่มีการรวมตัวกัน ซึ่งวันที่ 7 มิ.ย. จะประชุมความมั่นคงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

“บิ๊กตู่” หวั่นถูกโวยสองมาตรฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมกับหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ของหน่วยราชการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. แสดงความกังวลว่า วันนี้คนสงสัยกรณีการออกคำสั่งเชิญตัว นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ เพราะข่าวที่เสนอออกมาเหมือน คสช.ไล่บี้เช็กบิลแค่คนกลุ่มเดียว จึงให้ทีมโฆษก คสช.เอาตารางคดีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และแกนนำ กปปส.มาเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วยว่า มีคิวที่จะขึ้นศาลเมื่อไร มีคดีอะไรที่เกิดก่อนและหลังวันที่ 22 พ.ค.และทีมโฆษก คสช.ต้องนำเสนอการดำเนินคดีกับทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อบอกสังคมว่า คสช.เป็นกลาง ไม่ต้องการไล่บี้ใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนใครยังไม่มารายงานตัว จับได้ก็จับและทั้งหมด คสช.ได้สั่งให้ระงับธุรกรรมทางการเงินและออกหมายจับแล้ว และให้กระทรวงการต่างประเทศดูกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินการ

ย้ำไม่ยุ่งกระบวนการยุติธรรม

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล รอ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงถึงผลการประชุม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายกิจการพิเศษ หน่วยราชการที่ขึ้นตรงหัวหน้า คสช. และฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า หัวหน้า คสช.ได้เน้นย้ำว่า คสช.จะไม่เข้าไปก้าวก่ายการปฏิบัติราชการของฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่มอบนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่จะมีผลกระทบในวงกว้าง และให้บังคับใช้กฎหมายปกติเป็นอันดับแรก ส่วนการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกให้ทำเท่าที่จำเป็น ให้โอกาสทุกฝ่ายเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ปรับปรุงหน่วยงานของตนเองให้มีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายให้ใช้กระบวนการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายของทหารเป็นตัวแบบ นอกจากนี้ เห็นควรให้มีการขยายผลการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริในภูมิภาคต่างๆอย่างต่อเนื่อง

ชี้ “ลายจุด” โดนอ่วมฐานก่อกวน

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงมาตรการในการควบคุมตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด หลังสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ว่า ในช่วงแรกแล้วแต่ดุลพินิจของเจ้าพนักงานทหาร ซึ่งเป็นผู้ที่ใช้อำนาจในการขอควบคุมไว้ในพื้นที่พิเศษ เพราะอาจจะเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมในการพยายามก่อกวนอย่างที่ผ่านมา การตั้งข้อกล่าวหาต่างๆเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนอาจจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะจะต้องมีการปรับทัศนคติกัน จากนั้นจะมีการสอบสวนตามกฎหมายและขึ้นศาลทหาร ต่างจากกรณีของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ที่ถูกจับกุมตัวและดำเนินคดีโดยศาลทหาร ส่วนการนัดรวมตัวของกลุ่มต่อต้านรัฐประหารในหลายจุดของ กทม. วันที่ 8 มิ.ย.นั้น เราใช้วิธีทำความเข้าใจ พยายามที่จะสื่อสารผ่านสื่อว่าไม่อยากให้มีการกระทำในลักษณะนี้ ยังยืนยันว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวผิดกฎหมาย จึงอยากขอความร่วมมือให้ช่วยกันห้ามปราม แต่หากยังมีการฝ่าฝืนต้องดำเนินการตามขั้นตอน

แข่งทำความเข้าใจประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีมาตรการในการจับกุมตัวนายจักรภพ เพ็ญแขอย่างไร เพราะปัจจุบันยังให้ข่าวกับสื่อต่างประเทศ พ.อ.วินธัย ตอบว่า ลักษณะการพูดอยู่นอกเหนือการควบคุมเป็นเรื่องของส่วนบุคคล แต่อยากทำความเข้าใจว่านายจักรภพไม่เคยทุกข์ร้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับประชาชนในปัจจุบัน ไม่ได้มารถติด ไม่ได้เป็นเกษตรกรที่เดือดร้อน ฉะนั้นอาจจะมองในมุมของตัวเอง ส่วนแนวทางการดำเนินการของ คสช.นั้นเราจะทำความเข้าใจกับประชาชนในประเทศถึงเหตุผลความจำเป็น แนวทางแก้ปัญหา เราจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนแข่งกัน โดย คสช.นำเสนอในเรื่องจริง ไม่ใช่สิ่งที่เพ้อฝัน นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศคงขอความร่วมมือกับประเทศต่างๆไม่ให้สนับสนุนการกระทำแบบนี้ ถ้ามีการสนับสนุนให้กระทำแบบนี้บางครั้งอาจถือได้ว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในกันได้

“ปนัดดา” ปลื้มคนตื่นตัวปรองดอง

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าแผนการปรองดองในจังหวัดต่างๆว่า ตอนนี้มีหลายจังหวัดได้รายงานกลับเข้ามาว่ามีความตื่นตัวกันมาก เป็นการแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นที่อยากจะให้ศูนย์ในระดับจังหวัดและอำเภอเป็นแหล่งเรียนรู้ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ไม่มีการแบ่งแยกฝ่าย และข้าราชการจากนี้ไปจะต้องเป็นมิตรกับทุกฝ่าย ไม่เป็นศัตรูกับใคร การสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจก็คือความสุจริตยุติธรรม ความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล เมื่อถามว่าแนวทางปรองดองคิดว่าจะเข้าถึงประชาชนในต่างจังหวัดทุกพื้นที่ได้หรือไม่ เนื่องจากยังมีประชาชนบางส่วนจัดตั้งกลุ่มต่อต้าน คสช.อยู่ ม.ล.ปนัดดาตอบว่า ที่ผ่านมาเราตามใจตัวเองกันมามากพอแล้ว ต่างชาติมองประเทศไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ ดังนั้นจะต้องเปลี่ยนให้เป็นระบบเห็นอกเห็นใจ เสียสละ ให้อภัย

ปชป.จี้ล่าผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดำเนินการตามกฎหมายกับขบวนการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงว่า แม้ว่า คสช.จะแสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินการอย่างจริงจัง แต่ยังมีหลายกรณีที่คนในขบวนการนี้หลบเลี่ยงโทษ โดยการหลบหนีคดีไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ เช่น กัมพูชาและอังกฤษ และยังคงมีพฤติกรรมเดิมไม่เปลี่ยน ซึ่งทั้งสองประเทศมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย จึงขอให้ คสช.สั่งดำเนินการ โดยกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสามารถทำเรื่องร้องขอผ่านไปยังสถานทูตไทยประจำประเทศดังกล่าว เพื่อขอความร่วมมือต่อรัฐบาลในประเทศนั้นให้จับกุมตัวตามฐานความผิด และขอตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายไทย เพราะเรามีสนธิสัญญารับรองซึ่งสามารถทำได้โดยถูกต้อง โดยเชื่อว่าน่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเนื่องจากทั้งสองประเทศก็มีสถาบันพระมหา–กษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นเดียวกัน

“ขวัญชัย” จับมือสมานฉันท์ กปปส.

ด้านการดำเนินนโยบายปรองดองสมานฉันท์นั้น พล.ต.สิทธิ จันทร์สมบูรณ์ ผบ.มทบ.24 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ จ.อุดรธานี พร้อมด้วยนายสิทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.อุดรธานี พ.ต.อ.จักฎ์กฤษณ์ จันทร์รัตน์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ได้เชิญนายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร แกนนำคนเสื้อแดง นายดนุท ตันเทอดทิตย์ และนายรังษี ศุภชัยสาคร แกนนำกลุ่ม กปปส.ร่วมดื่มกาแฟ ทานอาหารเช้า พูดคุยปรับความเข้าใจกันในโครงการ “ชาวอุดรธานี ร่วมสร้างความสุขอย่างยั่งยืน เดินหน้าประเทศไทย” ที่ร้านอาหารบน ถ.ประจักษ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ทั้งนี้ พล.ต.สิทธิได้พูดคุยกับทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นกันเอง และขอให้ทั้งสองฝ่ายลืมอดีต หันมาพูดคุยปรับความเข้าใจกัน โดยนายขวัญชัย นายดนุท และนายรังษี ได้หันหน้ามาคุยและจับมือกัน พร้อมให้สัมภาษณ์ว่ายินดีให้ความร่วมมือกับ คสช.อย่างไม่ขัดข้อง

อุบลฯเร่งกำหนดแนวปรองดอง

ที่กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีการจัดการประชุมเสวนาเพื่อกำหนดแนวทางในการปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป โดยมี พล.ต.วิษณุ ไตรภูมิ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 นายเสริม ไชยณรงค์ ผวจ.อุบลราชธานี ผู้แทนมหาวิทยาลัยในจังหวัดทั้ง 4 สถาบัน หัวหน้าส่วนราชการ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนเข้าร่วมการประชุม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในทิศทางเดียวกันกับคณะ คสช. โดยกำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 2-3 เดือนนี้ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง ให้บ้านเมืองสงบสุขโดยเร็ว

ทภ.2 จัดชุดมวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา พ.อ.ชินกาจ รัตนจิตติ รองเสนาธิการกองทัพภาคที่2 โฆษกกองทัพภาคที่ 2 และโฆษกศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป กอ.รมน.ภาค 2 (ศปป.กอ.รมน.ภาค 2) พร้อมด้วย พ.อ.ชาญชัย ติกขะปัญโญ รอง ผอ.รพ.ค่ายสุรนารี นายประภาส รักษาทรัพย์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.ขุนศึก เศรษฐชัย รองโฆษก ตร.ภ.3 ร่วมกันแถลงสรุปผลการปฏิบัติงานว่า ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือ ศปป.กอ.รมน.ภาค 2 เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในทุกจังหวัดเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้จะต้องจัดชุดมวลชนสัมพันธ์ เพื่อลงพื้นที่พบปะประชาชน และจัดกิจกรรมต่างๆ โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้มีการจัดทำแผนการคืนความสุขให้กับประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการทะเลาะแตกแยก แบ่งกลุ่มต่อต้าน พ.อ.ชินกาจกล่าวว่า สำหรับการ ต่อต้านที่มีการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เราก็มี 3 นิ้วเหมือนกัน คือ ปรองดอง ปฏิรูป เลือกตั้ง

ลำพูนทำพิธีสลายขัดแย้ง

ที่กองพลทหารราบที่ 7 ส่วนแยก 1 จ.ลำพูน ได้มีการเชิญแกนนำกลุ่ม นปช.และ กปปส.ร่วมหารือเพื่อยุติความขัดแย้งและร่วมกันสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยมีนายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผวจ.ลำพูน เป็นประธาน พร้อมด้วย พ.อ.บุญยืน อินกว่าง เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 7 จ.เชียงใหม่ ในฐานะผู้บัญชาการ กองกำลังรักษาความสงบ กองพลทหารราบที่ 7 ส่วนแยก 1 จ.ลำพูน พ.อ.จิตติวัศร์ ศรสุวรรณ์ รอง ผอ.รมน.จ.ลำพูน และ พ.ต.อ.ปิติวัตต์ วงษ์ชัยภวัฒน์ รอง ผบก.ภ.จ.ลำพูน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ในการสนับสนุนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน ส่วนนายอุดมศักดิ์ พรมสิทธิ์ แกนนำกลุ่ม นปช.ลำพูน กล่าวว่า ยินดีที่จะยุติความขัดแย้งแต่จะต้องสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นก่อนอย่างเท่าเทียมกันทุกกลุ่มทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติเสมอกัน จากนั้นแกนนำทั้งสองฝ่ายได้เดินทางไปที่อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี เพื่อทำพิธีสลายความขัดแย้งและคืนธงสัญลักษณ์ทางการเมืองของทั้งสองฝ่าย

ขอผู้นำชุมชนช่วยคุยชาวบ้าน

ที่ที่ว่าการอำเภอสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ศรายุธ รังษี ผบ.มทบ.33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะนายทหารได้เดินทางไปพบกำนันผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนผู้นำชุมชนของ อ.สันป่าตอง พล.ต.ศรายุธกล่าวในที่ประชุมว่าขอความร่วมมือให้ผู้นำชุมชนซึ่งมีความใกล้ชิดกับชาวบ้านไปพูดคุยเพื่อให้เกิดความปรองดอง ขอให้ทำความเข้าใจว่าทหารยึดอำนาจเพื่อให้ประเทศเดินไปได้ หลังจากที่มีการชุมนุมยืดเยื้อยาวนาน จากนี้ไปขอให้อย่าแบ่งแยกสีแยกฝ่าย

ปูพรมจัดกิจกรรมทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบกว่า สำหรับกิจกรรมคืนความสุขให้คนในชาติ สนับสนุน นโยบายปรองดองสมานฉันท์ของ คสช.ในช่วงวันที่ 6-8 มิ.ย. ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ อาทิ วันที่ 6 มิ.ย. จ.นครราชสีมา ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรม “คืนความสุขสู่ประชาชน” ที่ลานนวมินทร์ บุ่งตาหลั่ว กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา จ.พิจิตร จัดงาน “จังหวัดพิจิตรเพิ่มความสุขให้กับประชาชน” ที่พื้นที่ตลาดนัดวันศุกร์ศาลากลาง (หลังเก่า) อ.เมืองพิจิตร วันที่ 7 มิ.ย.กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ร่วมกับเขตหนองจอก จัดกิจกรรม “คืนความสุขให้กับประชาชน” ที่สวนสาธารณะหนองจอก จ.นครสวรรค์จัดโดย มณฑลทหารบกที่ 31 บริเวณตลาดนัดหน้าค่าย อ.เมืองตาก ทางจังหวัดทหารบกตากจัดงาน “คืนความสุขให้คนตาก” บริเวณ ถนนคนเดิน ริมแม่น้ำปิง อ.เมืองเชียงใหม่ จัดกิจกรรมในวันที่ 6-8 มิ.ย ที่บริเวณข่วงท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่

สตช.จัดคืนความสุขที่สวนลุมฯ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการรอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานคืนความสุขให้ประชาชน พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า จะจัดงานคืนความสุขสู่ประชาชนวันที่ 15 มิ.ย.ที่สวนลุมพินี เวลา 15.00-19.00 น.โดยมีการแสดงของวงดนตรีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นักร้อง ศิลปินจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆพร้อมอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการประชาชนตลอดงาน

ทหาร–ตร.บุกคุมพื้นที่ ม.เกษตรฯ

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กลุ่มนักศึกษาที่ใช้ชื่อว่า ธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD) และศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.) นัดหมายผ่านโซเชียลมีเดีย เชิญชวนผู้ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ร่วมงาน “ปิคนิคใต้ร่มนนทรี อ่านบทกวี ฉายหนังรัฐประหาร” ลานหน้าหอประชุมใหญ่ ฝั่งประตูถนนพหลโยธิน โดยเป็นการนัดหมายรวมพลครั้งที่ 2 หลังเคยชุมนุมมาแล้วหนแรก ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ผลปรากฏว่าก่อนถึงเวลานัดหมาย ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนนับร้อยนาย พร้อมกำลังทหารจาก ร. 11 รอ. และเทศกิจ สนธิกำลังควบคุมพื้นที่โดยรอบบริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรฯ มีการตั้งฐานปฏิบัติการส่วนหน้าที่ศาลแปดเหลี่ยม ฝั่งพหลโยธิน พร้อมนำรถห้องขัง และตำรวจหญิงมาเตรียม ก่อนปิดถนนไม่อนุญาตให้รถผ่านเข้าออกในบริเวณพื้นที่จัดกิจกรรม และปิดประตูทางออกฝั่งพหลโยธิน ผู้ที่จะเดินผ่านไปมา ก็จะถูกตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบจำนวนเกือบร้อยนาย ที่กระจายกำลังกัน คอยสอดส่องจับตาใกล้ชิด แม้แต่สื่อมวลชนที่เข้ามาทำข่าวในพื้นที่ก็ต้องถูกนำมาลงทะเบียนตรวจบัตรประจำตัวด้วย

วืดไม่มีม็อบโผล่ทำกิจกรรม

กระทั่งเวลานัดหมายประมาณ 16.50 น.ไม่ปรากฏว่ามีการจัดกิจกรรมต้านรัฐประหาร มีเพียงนักศึกษาจาก ศนปท.กลุ่มหนึ่งราว 5 คน มาปรากฏตัวริมบาทวิถี หน้าประตูใหญ่ เพื่อจัดกิจกรรมกินแซนด์วิช โดยไม่มีการพูดถึงเรื่องการเมือง สร้างความงุนงงให้เจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ เพราะไม่สามารถจับกุมได้ เนื่องจากไม่มีการชูป้ายประท้วง จึงทำได้แค่บันทึกภาพและเข้าไปพูดคุยขอให้รีบกลับบ้าน นักศึกษารายหนึ่ง แจ้งเพียงชื่อเล่นว่า “เต่า” กล่าวว่า ความจริงมีนักศึกษาจากหลายสถาบันมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ แต่ไม่กล้าแสดงตัวเพราะเกรงจะถูกจับ พวกตนยอมรับชะตากรรมแล้วจึงออกมากินแซนด์วิชกัน ไม่ทราบผิดกฎหมายข้อไหน สื่อมวลชนเป็นพยานได้ ว่าไม่ได้คุยเรื่องการเมือง หลังจากนี้อาจงดกิจกรรมไปก่อน เพื่อความปลอดภัย เพราะมีนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวได้ถูกทหารบุกตรวจค้นถึงบ้าน

เฝ้าระวังสถานการณ์อนุสาวรีย์ชัยฯ

ด้านบรรยากาศที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ช่วงเย็น ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารได้กระจายกำลังเป็นจุดๆรอบพื้นที่ด้านล่างและบนสกายวอล์ก รวมถึงมีตำรวจนอกเครื่องแบบลงพื้นที่ดูแลสถานการณ์และเฝ้าระวังกลุ่มที่จะมาแสดงออกการต่อต้านรัฐประหาร โดยไม่มีการนำตำรวจควบคุมฝูงชนมายืนตรึงกำลังเป็นแนวยาว ตามป้ายรถเมล์เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ได้เปิดเพลงปลุกใจผ่านรถติดเครื่องขยายเสียง เนื้อหาให้คนไทยมีความสามัคคี พร้อมกับเผยภาพภารกิจของทหารผ่านจอแอลซีดีขนาดใหญ่รอบอนุสาวรีย์ชัยฯ กล่าวเชิญชวนถึงประชาชนให้ตระหนักถึงความสามัคคี และชี้แจงสถานการณ์ภายใต้กฎอัยการศึก หากประชาชนทำความผิดต้องขึ้นศาลทหาร ขณะที่ประชาชนนำอาหารและเครื่องดื่มมามอบให้ นอกจากนี้มีประชาชนพาหญิงสูงอายุหลงทาง มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ จึงได้พาไปที่ สน.พญาไท เพื่อส่งกลับภูมิลำเนา กระทั่งเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่จึงได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ โดยไม่มีกลุ่มมวลชนแสดงการต่อต้านหรือสร้างวุ่นวายแต่อย่างใด

7 มิ.ย. 2557 07:38 ไทยรัฐ