วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่การันตีมีรัฐบาลแน่นอน ภายใน3เดือน

จาตุรนต์ได้ประกัน ยิ่งลักษณ์เดินห้าง เลิกเคอร์ฟิวอีก4จุด ประยุทธ์ขอคืนสุข

“จาตุรนต์” พ้นคุก ศาลทหารอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว แต่มีข้อแม้ห้ามออกนอกประเทศยุยงปลุกปั่น เผยนาทีพ้นประตูเรือนจำเห็นหน้าเมียโผเข้าไปกอดแน่นก่อนพากันกลับแปดริ้วสักการะหลวงพ่อโสธร คสช.ฮึดสู้จับมือบัวแก้วเคลียร์โลกปมรัฐประหาร “ประยุทธ์” เร่งสปีดดันเมกะโปรเจกต์ต่อลมหายใจ ศก. จ่อเลิกเคอร์ฟิวหัวหิน-ชะอำ-หาดใหญ่-กระบี่บูมท่องเที่ยว ย้ำไม่เกิน 3 เดือนได้รัฐบาลใหม่ “ประชาธิปัตย์” ออกโรงเชียร์ คสช.ปัดฝุ่นรถไฟรางคู่ “ปู” โชว์รูปเดินช็อปห้างหรูย่านเพลินจิต ไร้เสียงนกหวีดไล่ ป.ป.ช.ซักพยานคดีข้าวปากสุดท้ายเสร็จแล้วเล็งเอาข้อมูลมาเชื่อมโยงกับจีทูจีข้าวเก๊ฟันโกงซ้ำ โหร คมช.ชี้เปรี้ยง “ทักษิณ” เดอะริเวอร์ โน รีเทิร์น

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศได้มีหลายประเทศประกาศลดความสัมพันธ์กับไทยในหลายระดับ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประสานทำความเข้าใจอย่างเต็มที่

คสช.เกาะติดสถานการณ์ประจำวัน

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 6 มิ.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ประจำวันและการทำงานในแต่ละส่วนงาน ซึ่งในที่ประชุมมีการชี้แจงผลการปฏิบัติงานในส่วนต่างๆที่สำคัญ

ยันจุดยืนจีน–เวียดนาม–พม่าเข้าใจเรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนงานด้านความมั่นคง ได้มีการรายงานถึงกรณีเอกอัครราชทูตเวียดนามและจีน เข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งได้ยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อประเทศไทย สำหรับประเทศพม่าในฐานะประธานอาเซียน ขณะนี้ได้แสดงจุดยืนมีความเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นของไทย ในฐานะประธานอาเซียนจะช่วยสร้างความเข้าใจกับมิตรประเทศในประชาคมอาเซียนด้วย นอกจากนี้กระทรวง ICT ได้มีการรายงานว่าได้มีการปิดเว็บไซต์ไม่เหมาะสม

รักษาการปลัด กห.ถกหน่วยขึ้นตรง

เมื่อเวลา 12.30 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.ณภัทร สุขจิตต์ เลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะรักษาการปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ พล.ต.ณภัทร กล่าวว่า ที่ประชุมได้แจ้งผลการประชุม IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 13 ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย. 57 ที่ผ่านมา โดยมี พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนกระทรวงกลาโหม ไทยเข้าร่วมประชุม ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนระดับ รมว.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพของประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กว่า 30 ประเทศ

กห.–บัวแก้วเกี่ยวก้อยเคลียร์โลก

พล.ต.ณภัทร กล่าวว่า ในที่ประชุม รมว.กลาโหมสหรัฐฯได้แสดงท่าทีต่อสถานการณ์การเมืองไทย ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เข้ายึดอำนาจพร้อมจัดตั้ง คสช.เพื่อบริหารประเทศ โดยเรียกร้องให้ประเทศไทยเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทันที ส่วนประเทศอื่นๆที่เข้าร่วมประชุมด้วยไม่มีการแสดงความคิดเห็นหรือแสดงท่าทีต่อสถานการณ์การเมืองไทย

พล.ต.ณภัทรกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ พล.ร.อ.พลวัฒน์ ได้อธิบายและชี้แจงข้อมูลให้ผู้แทนประเทศต่างๆที่เข้าร่วมประชุมได้รับทราบ รวมทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในระหว่างการประชุมว่า ประเทศไทยไม่ได้ถอยไปจากวิถีประชาธิปไตย โดยขณะนี้กำลังมีการปฏิรูปทางการเมืองและ คสช.ได้ทยอยปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังแล้วรวมทั้งการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ

สานความร่วมมือทางทหารไทย–จีน

พล.ต.ณภัทรกล่าวว่า ในวันที่ 11-13 มิ.ย. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม มีกำหนดนำคณะผู้แทนผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายดำเนินงาน ความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกระทรวงกลาโหมไทยกับกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 10 ณ กรุงปักกิ่ง โดยมี พลโท หวัง ก่วนจง รองประธานกรมเสนาธิการใหญ่ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เป็นประธาน ซึ่งการเดินทางดังกล่าวเป็นไปตามคำเชิญของกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางทหารระดับทวิภาคีของกระทรวงกลาโหมไทยและกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน

คสช.ถก 7 องค์กรหลังไร้ รธน.

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่บ้านรับรองเกษะโกมล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าส่วนงานกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เชิญตัวแทน 7 องค์กรอิสระ ประกอบด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)

ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน องค์กรอัยการและสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาประชุมเพื่อหารือและรับฟังข้อคิดเห็นหลังจาก คสช.เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เนื่องจากองค์กรเหล่านี้ไม่ทราบว่าจะประสานงานกับใครเพราะไม่มีรัฐบาลและรัฐสภา โดยหารือเป็นเรื่องผลกระทบจากการยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญปี 50 เพราะบางองค์กรได้รับผลกระทบยังลังเลไฟเขียว ลต.ท้องถิ่น

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวภายหลังการหารือว่า

ในส่วนองค์กรที่ได้รับผลกระทบจะต้องหารืออีกครั้ง คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เนื่องจากจะต้องจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นในระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งหากครบกำหนดและยังมีประกาศบางฉบับที่อาจกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง จึงหารือกันว่า คสช.จะพิจารณาออกประกาศหรือคำสั่งอนุญาตให้หาเสียงได้ในบางพื้นที่ หรือจะให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกหรือไม่ ซึ่งจะพิจารณาตามความจำเป็น เพราะบางเรื่องหากรอได้ก็ขอให้รอสภานิติบัญญัติแห่งชาติก่อน แต่หากมีผลกระทบจริง ก็จะดำเนินการออกประกาศหรือคำสั่งตามความเหมาะสม

“ธีรภัทร์” ชง คสช.ปฏิรูป 4 ข้อ

ที่สภาพัฒนาการเมือง นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง แถลงการณ์เรื่องข้อเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมในการปฏิรูปประเทศ ไทยว่า จากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายปฏิรูปประเทศไทย สพม.จึงขอแสดงเจตนารมณ์และความจริงใจในการให้ความร่วมมือกับ คสช. เพื่อปฏิรูปประเทศไทย 4 ประการคือ 1.การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.การสร้างเวทีลดความขัดแย้ง เสริมสร้างความสมานฉันท์คนในชาติ 3.การสร้างความตื่นตัวของประชาชนในทางการเมือง เพื่อให้รู้จักสิทธิหน้าที่พลเมือง และความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง และ 4.การสร้างสภาพลเมือง เพื่อเป็นเวทีนำเสนอการปฏิรูปประเทศไทยและเป็นเวทีให้ประชาชนทุกภาคส่วนในแต่ละจังหวัดได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภายในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาคอร์รัปชัน

ผุดสภาพลเมือง 77 สภา 77 จว.

นายธีรภัทร์กล่าวต่อว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะมีเป้าหมายดังนี้ 1.การจัดเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน 77 จังหวัด จังหวัดละ 2 ครั้ง รวมเป็น 154 เวที และ 2.การสร้างสภาพลเมือง 77 จังหวัด จังหวัดละ 1 สภา รวม 77 สภา ซึ่งหาก คสช. เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ก็สามารถดำเนินการได้ในปลายปีงบประมาณ 57-58 ทั้งนี้ คาดว่าประชาชนจะได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งมีความสมานฉันท์ของประชาชนทุกกลุ่ม ขณะเดียวกันประชาชนจะตื่นตัวทางการเมืองและรู้จักสิทธิหน้าที่พลเมือง รับผิดชอบต่อบ้านเมือง และมีสภาพลเมืองที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้ (6 มิ.ย.) จะทำบันทึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะ คสช.

มูลค่าปรองดอง 300 ล้าน บ.ถ้วน

เมื่อถามว่าโครงสร้างสภาพลเมืองจะใช้โมเดลสภาพัฒนาการเมืองหรือกำหนดขึ้นใหม่ นายธีรภัทร์กล่าวว่า องค์ประกอบสภาพลเมืองต้องกำหนดขึ้นว่ามีกลุ่มเป้าหมายอะไรบ้าง เช่น ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ผู้แทนการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนภาครัฐและผู้แทนพรรคการเมืองระดับชาติ โดยจะใช้รูปแบบลักษณะเดียวกันกับ สพม.ส่วนกลไกที่จะนำไปปฏิบัติก็มีอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมามีคณะกรรมการเครือข่ายภาคประชาสังคม เป็นกลไกรูปแบบที่ชัดเจน สำหรับงบประมาณที่สนับสนุนแนวทางดังกล่าวและจะขอสนับสนุนจาก คสช.แยกเป็น 2 ส่วนคือ 1.เวทีสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน 77 จังหวัดประมาณ 158 ล้านบาท และการตั้งสภาพลเมือง 77 จังหวัดประมาณ 139 ล้านบาท รวมทั้งหมดประมาณ 300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จการดำเนินการ เมื่อ สพม.ไปสนับสนุนกระบวนการนี้ เชื่อว่าจะเกิดความปรองดองมากขึ้น

ชง ก.ม.ไม่มีอายุความ-7 ชั่วโคตร

ต่อข้อถามว่า คสช. เชิญให้เข้าร่วมสภาปฏิรูปหรือสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายธีรภัทร์ตอบว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเชิญให้เข้าร่วม แต่หากมีการทาบทามคงต้องพิจารณาก่อนว่าสามารถเข้าไปช่วยตรงไหนได้บ้าง แต่ขณะนี้เห็นว่าการที่หัวหน้าคณะ คสช.มีอำนาจองค์รัฏฐาธิปัตย์ ก็ควรใช้อำนาจ พิจารณากฎหมายบางฉบับที่เห็นว่าเร่งด่วนต้องบังคับใช้ ซึ่งตนจะเสนอกฎหมาย 2 ฉบับ ให้ คสช.พิจารณาคือ กฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตที่มีการจำกัดอายุความ 30 ปี แต่ได้มีการแก้ไขให้ไม่มีอายุความ และ พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม หรือกฎหมาย 7 ชั่วโคตร

“อ๋อย” ในชุดนักโทษขึ้นศาลทหาร

ทางด้านความคืบหน้าคดีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ที่ฝ่าฝืนไม่เข้ารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.นั้น เมื่อเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯได้นำตัวนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ มาที่ศาลทหารกรุงเทพฯ โดยนายจาตุรนต์สวมชุดนักโทษ ใส่กุญแจมือ นั่งรถควบคุมผู้ต้องขังสีน้ำตาล ทั้งนี้นายจาตุรนต์มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ได้แสดงท่าทีกังวลแต่อย่างใด ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

มีสื่อมวลชนจำนวนมากปักหลักรอทำข่าว อย่างไรก็ตาม มีชาวบ้านจากจังหวัดฉะเชิงเทรามาให้กำลังใจนายจาตุรนต์ พร้อมฝากดอกกุหลาบสีแดงให้ น.ส.ฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย น้องสาวของนายจาตุรนต์ที่มาร่วมฟังการพิจารณาคดี นำไปให้ นายจาตุรนต์ พร้อมฝากบอกให้นายจาตุรนต์สู้ๆ นอกจากนี้ นางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยานายจาตุรนต์ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช.ได้เดินทางมาฟังการพิจารณาคดีด้วย

ตุลาการฯเริ่มพิจารณาคดี

จากนั้นเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้นำตัวนายจาตุรนต์ ขึ้นมาบนห้องพิจารณาคดีชั้น 2 เพื่อขออำนาจศาลพิจารณาฝากขังเป็นผัดที่ 2 หลังจากครบกำหนดตามที่ศาลทหารกรุงเทพฯได้อนุมัติฝากครั้งผัดแรกไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ในข้อหาที่ไม่มารายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกทั้งยังถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่านายจาตุรนต์ ได้กล่าวปาฐกถามีเนื้อหาลักษณะปลุกปั่นยั่วยุให้เกิดความไม่สงบสุขในราชอาณาจักร ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศซึ่งเข้าข่ายผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

พนง.สอบสวนขอฝากขังผัดที่ 2

จนกระทั่งเวลา 10.30 น. ภายในห้องพิจารณาคดีชั้น 2 องค์คณะตุลาการศาลทหารได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาในคดีที่เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนจากกองบังคับการกองปราบปรามยื่นคำร้องขอฝากขังนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ เป็นผัดที่สอง ทั้งนี้พนักงานสอบสวนฯ ได้ชี้แจงกับศาลฯว่า ขณะนี้ยังสอบพยานบุคคลไม่แล้วเสร็จอีกจำนวน 4 ปาก รวมถึงการตรวจสอบพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นคลิปคำแถลงของนายจาตุรนต์ ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ต้องรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และการตรวจสอบคดีประวัติอาชญากรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตุลาการศาลทหารได้สอบถามพนักงานสอบสวนว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินการสอบสวนนายจาตุรนต์แล้วเสร็จหรือไม่ พร้อมกับขอให้ยืนยันเหตุผลของการขอฝากขังผัดที่สอง ซึ่งพนักงานสอบสวนระบุว่า ได้สอบสวนนายจาตุรนต์เสร็จแล้ว แต่พยาน 4 ปากยังสอบไม่ครบ จึงขอยืนยันเหตุผลในการฝากครั้งอีกครั้ง

จำเลยอ้างเครดิต รมต.ค้านฝากขัง

จากนั้นองค์คณะตุลาการศาลฯได้สอบถามนายจาตุรนต์ว่าจะคัดค้านการขอฝากขังผัดที่สองหรือไม่ นายจาตุรนต์ได้ขอคัดค้านการฝากครั้งที่สอง เพราะเห็นว่าการฝากครั้งผัดแรกจำนวน 12 วัน พนักงานสอบสวนสามารถตรวจสอบพยานให้แล้วเสร็จได้ ส่วนการรอผลการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานกลางนั้น ตนเห็นว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจสอบคลิปดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหา สำหรับการตรวจสอบทะเบียนประวัติอาชญากรรมนั้นตนมีอาชีพเป็นนักการเมืองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาหลายสมัย จึงไม่มีประวัติทางอาชญากรรมอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ยังต้องฝากขังต่อไป

ฟังไม่ขึ้นศาลสั่งฝากขังผัดที่ 2

นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งการคัดคำสั่ง คสช. การรายงานตัวฉบับที่ 1/2557 และข้อกล่าวหาว่าการแถลงข่าวเป็นการยุยง ส่งเสริมถือเป็นข้อหาที่หนัก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีทนายความ และผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากในการพิจารณาต่อสู้คดี เพราะถือเป็นพลเรือนคนแรกในรอบ 10 ปีที่ขึ้นศาลทหาร ดังนั้นหากมีการควบคุมอยู่จะทำให้เสียสิทธิในการต่อสู้คดี และที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมการหลบหนี จะเห็นได้ว่าในวันแถลงข่าวได้ยอมให้เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัว ต่อจากนั้นศาลได้อ่านคำสั่งให้ฝากขังนายจาตุรนต์เป็นผัดที่สอง ระหว่างวันที่ 9-20 มิ.ย.เป็นเวลา 12 วัน

ทนายยื่นขอประกันตัวทันที

ต่อมาเวลา 14.30 น. นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะทีมทนายความของนายจาตุรนต์ กล่าวว่า ทีมทนาย ความได้ทำเรื่องขอประกันตัวทันที หรือการปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องหาจะได้รับตามหลักนิติธรรม อีกทั้งการกระทำของนายจาตุรนต์เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติวิธีภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน โดยไม่มีการหลบหนีและพร้อมต่อสู้คดี

ศาลอนุญาตแต่ห้ามออกนอก ปท.

นายนรินท์พงศ์กล่าวว่า จากนั้นศาลได้พิจารณาและมีคำสั่งให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 4 แสนบาท และมีข้อห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่ศาลฯอนุญาต ห้ามชุมนุมทางการเมืองหรือก่อให้เกิดความไม่สงบด้วยวาจาหรือวิธีอื่นให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีจากนี้ ทีมทนายความจะไปหารือกันต่อไป

พ้นประตูเรือนจำโผเข้ากอดเมียแน่น

เมื่อเวลา 16.00 น. หลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัว นายจาตุรนต์แล้ว นางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยา น.ส.ฐิติมา ฉายแสง น้องสาว และนายนรินท์พงษ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมสภาทนายความแห่งประเทศไทย พร้อมทีมทนายนำหมายปล่อยตัวมาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยบริเวณหน้าเรือนจำมีชาวบ้านมารอให้กำลังใจนายจาตุรนต์ด้วย จากนั้นนายจาตุรนต์ที่ใส่ชุดนักโทษได้เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า กางเกงสแล็กสีดำ รองเท้าหนังสีดำ ถูกปล่อยตัวออกมาพอพ้นประตูเรือนจำได้โผเข้าสวมกอดนางจิราภรณ์ และ น.ส.ฐิติมา ระหว่างนั้นกลุ่มมวลชนนำนกพิราบสีขาว 9 ตัวในกรงมาให้นายจาตุรนต์ปล่อย

กลับแปดริ้วไหว้หลวงพ่อโสธร

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจ และขอบคุณคณะผู้พิพากษาที่อนุญาตให้ประกันตัววันนี้ ส่วนหลังจากนี้จะเตรียมสู้คดี 2 ข้อหาคือ ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และยืนยันจะดำเนินงานสร้างความปรองดองแก่บ้านเมืองด้วยสันติวิธีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายจาตุรนต์ ได้เดินทางออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์วอลโว่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 2 กข 232 กรุงเทพมหานคร เพื่อไปสักการะหลวงพ่อโสธร ก่อนกลับเข้าบ้านใน จ.ฉะเชิงเทรา

บี้ คสช.ตามล่าคนหนีคดีกลับไทย

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดำเนินการตามกฎหมายกับขบวนการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงว่า แม้ว่า คสช.จะแสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินการอย่างจริงจัง แต่ยังมีหลายกรณีที่คนในขบวนการนี้หลบหนีคดีไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศและยังคงมีพฤติกรรมเดิมๆไม่เปลี่ยน เช่น กัมพูชา และอังกฤษ ซึ่งทั้งสองประเทศได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับราช-อาณาจักรไทย จึงขอให้ คสช.สั่งดำเนินการ โดยกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานอัยการ สามารถทำเรื่องร้องขอผ่านไปยังสถานทูตไทยประจำประเทศดังกล่าว เพื่อขอความร่วมมือต่อรัฐบาลในประเทศนั้นๆให้ดำเนินการจับกุมตัวตามฐานความผิดเพื่อขอตัวบุคคลเหล่านี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายไทย เพราะเรามีสนธิสัญญารับรองซึ่งสามารถทำได้โดยถูกต้อง และเชื่อว่าน่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เนื่องจากทั้งสองประเทศก็มีสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นเดียวกัน

“ปู” เตร่แถวเพลินจิตเดินห้างหรู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน มีการเผยแพร่ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคนสนิทระหว่างเดินที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ถนนเพลินจิต ผ่านทางโซเชียล-มีเดีย พร้อมบรรยายว่า บรรยากาศภายในห้างเป็นไปด้วยความปกติ ไม่มีประชาชนแสดงการต่อต้าน มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปบ้าง ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสีหน้าที่แจ่มใส และเดินโดยไม่ได้แสดงอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าให้เห็น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า มีคนเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปเดินที่ห้างสรรพสินค้า เดอะ วอล์ค ราชพฤกษ์ ถือเป็นการปรากฏตัวในที่สาธารณะหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช.เข้ายึดอำนาจ และเรียกเข้ารายงานตัว

“บิ๊กตู่” เร่งสปีดเมกะโปรเจกต์

เมื่อเวลา 08.30 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ประจำวันและการทำงานในแต่ละส่วนงาน ซึ่งในที่ประชุมมีการชี้แจงผลการปฏิบัติงานในส่วนต่างๆที่สำคัญ โดยในส่วนของงานด้านเศรษฐกิจได้ชี้แจงว่า หัวหน้าส่วนงานเศรษฐกิจ คสช.ได้มีการประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคม โดยเป็นการรับฟังแผนงานและโครงการเร่งด่วนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน โครงการเร่งด่วนที่จะนำเสนอ คสช.ในส่วนที่เป็นโครงการที่ได้ดำเนินการไปในบางขั้นตอนแล้ว และโครงการที่ติดค้างอยู่ ทั้งนี้หัวหน้าส่วนงานเศรษฐกิจได้ย้ำถึงแนวทางการนำเสนอโครงการต่อ คสช.ว่าจะต้องพิจารณาตามหลักของความโปร่งใส ความถูกต้อง

จ่อเลิกเคอร์ฟิวอีก 4 แหล่งเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ พล.อ.อุดมเดช ได้เน้นย้ำในที่ประชุมให้ทุกส่วนราชการสานต่อโครงการพระราชดำริ และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยขอให้ทุกส่วนราชการให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และขยายผลออกไปให้สัมฤทธิผล ขอให้ส่วนราชการต่างๆ เร่งส่งแผนงานและงบประมาณเพื่อเดินหน้าในการบริหารงานจัดการน้ำอย่างยั่งยืนพร้อมย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่ส่งข้อเสนอมายัง คสช.ในเหตุผลการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวในแต่ละพื้นที่ โดยหัวหน้าคสช.มีแนวคิดที่จะประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวในพื้นที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติม อาทิ หัวหิน ชะอำ หาดใหญ่ กระบี่

การันตีไม่เกิน 3 ด.มีรัฐบาลใหม่

จากนั้นเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้การต้อนรับนายวิชัย อัศรัศกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้นำกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน จากภาคการเงินการธนาคาร และภาคอุตสาหกรรมเข้าหารือถึงแนวทางการเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนกับกลุ่มธุรกิจของจีนในประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศว่า ไม่ใช่เป็นการทำลายประชาธิปไตยแต่ต้องการพยุงระบบเพื่อให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ซึ่งในช่วงแรกขอให้นักธุรกิจจีนร่วมมือกับ คสช.ร่วมมือจัดการผลประโยชน์ที่ทับซ้อนและการคอร์รัปชัน เพื่อทำให้สินค้าถูกลง ส่วนในระยะสองคาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 3 เดือนนับจากนี้

ปชป.เชียร์ คสช.ปัดฝุ่นรถไฟรางคู่

ที่พรรคประชาธิปัตย์นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเห็นว่าเรื่องสำคัญคือการจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน หากใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยยึดประโยชน์ชาติ ที่ไม่มีผลประโยชน์ใดมาแอบแฝงโดยไม่ต้องคำนึกถึงกระแสหรือความนิยม ก็จะเป็นโอกาสดีที่ คสช.จะดำเนินการให้มีการพัฒนาที่เหมาะสม และเห็นด้วยกับการเร่งดำเนินการโครงการรถไฟรางคู่ เพราะในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายและแผนงานที่จะทำรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ แต่หลังเลือกตั้งเมื่อพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ กลับสั่งยกเลิกโครงการดังกล่าว แต่กลับนำไปซุกใส่ใน พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ทั้งที่สามารถทำได้ตามแผนงานใช้จ่ายประจำปีในระบบงบประมาณปกติ

ป.ป.ช.ซักพยานปากสุดท้ายคดีข้าว

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าให้ปากคำต่อ ป.ป.ช.ในฐานะพยานคดีโครงการรับจำนำข้าว โดยนายสุพัฒน์กล่าวก่อนเข้าให้ปากคำว่า ได้รับมอบหมายจากนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. มาให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช. ได้เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ ธ.ก.ส.คือ การจ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้ชาวนาและรายงานเรื่องเงินค้างจ่ายชาวนา

จะเอาข้อมูลมาโยงคดีจีทูจีข้าวเก๊

นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.เตรียมนำข้อมูลที่ได้จากการไต่สวนพยานโครงการจำนำข้าว 4 ปากล่าสุดมาเชื่อมโยงข้อมูลพยานหลักฐานในคดีการทำสัญญาซื้อขายรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ปลอมกับรัฐบาลจีน ที่ไม่มีการส่งออกข้าวจริงของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ได้ดำเนินการสอบพยานไปแล้ว 10 กว่ารายจาก 89 ราย ส่วนการสรุปผลตัวเลขผลการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวใน 3 ฤดูกาลคือ ปี 2554-2555, 2555-2556 และ 2556-2557 นั้น คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวยังไม่มีการสรุปตัวเลขผลการขาดทุน และปริมาณข้าวที่มีอยู่ในสต๊อกทั้งหมดของรัฐบาล เนื่องจากคณะอนุกรรมการฯได้สิ้นสภาพไปพร้อมกับรัฐบาล ทำให้ป.ป.ช.ต้องเป็นผู้รวบรวมเอกสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระซิบคนโกงข้าวมีเอี่ยวกันเยอะ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการจำนำข้าว 5 คนว่า เป็นเรื่องดีที่ต้องสาวให้ถึงว่ามีใครเกี่ยวข้องอย่างไร และเชื่อว่ายังมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอีกมาก ไม่เฉพาะ ครม. จึงอยากให้ป.ป.ช.ได้ขยายผลการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งพ่อค้าเอกชน เจ้าของโรงสีใหญ่ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านเคยเปิดเผยข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้วว่ามีหลายส่วนที่เกี่ยวโยงสัมพันธ์กัน

พธม.จี้คดีทวง ปตท.3 ปีไม่คืบ

ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ อดีตทนายความพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางผ่านนายอลงกต ไผ่พูล ผู้อำนวยการกลุ่มรับฟ้องศาลปกครองกลาง ทวงถามความคืบหน้าคดีที่อดีตแกนนำ พธม. โดยมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ยื่นฟ้องบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และกระทรวงการคลัง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เมื่อปี 54 กรณีขอให้ศาลพิพากษาให้กระทรวงการคลัง ดำเนินการทวงคืน ปตท.กลับมาเป็นสมบัติของแผ่นดินเหมือนก่อนที่จะมีการขายหุ้น ปตท.ทอดตลาด ทั้งนี้ นายสุวัตรกล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีความเคลื่อนไหวของคดีเป็นเวลา 3 ปีกว่าแล้ว จึงต้องมาติดตาม เพราะขณะนี้ คสช.มีนโยบายปฏิรูปพลังงาน ส่วนตัวเห็นว่าหากศาลปกครองเร่งรัดและมีคำวินิจฉัยในคดีนี้ ก็จะถือเป็นการปฏิรูปพลังงานโดย คสช. ไม่ต้องทำอะไร

โหร คมช.เล่านิมิต “ป.ปลา” นายกฯ

อีกเรื่องหนึ่ง ที่สำนักหลวงปู่เกวาลัน หมู่บ้านสุขิโต จ.เชียงใหม่ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช.เปิดสำนักให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า คนที่จะเป็นอัศวินม้าข้าวมากอบกู้สถานการณ์บ้านเมืองให้กลับคืนสู่ความร่มเย็นเป็นสุขได้ ต้องอักษร “ป.” เท่านั้น และเคยเปิดชื่อให้คนใกล้ชิดทราบมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน ภาพในนิมิตที่ปรากฏที่ผ่านมาอักษร “ป.” ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งภูมิหลังชาติปางก่อนที่ตนได้ดูดวงชะตาไว้ พล.อ.ประยุทธ์ชาติก่อน เคยเป็นทหารเอกของสมเด็จพระนเรศวร มหาราช ซึ่งในการดูครั้งนี้เป็นการดูในเรื่องของบุญกรรม จากการที่ตนได้สัมผัสได้เห็นท่าคือทหารเอกขององค์ดำ หรือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะหลังจากที่เห็นภูมิหลังของท่าน ก็รู้เลยจากการสัมผัสว่าท่านผู้นี้จะเป็นผู้ที่มาดูแลชาติบ้านเมืองมายับยั้งเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในแผ่นดินที่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ท่านเป็นผู้ที่จะสลายขั้วต่างๆให้กลายเป็นสีธงชาติ สีต่างๆที่มีอยู่ก็จะหมดไป

ลั่นคนนี้คนเดียวที่จะดับไฟขัดแย้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะทำสำเร็จหรือไม่ นายวารินทร์ตอบว่า แน่นอน เพราะเป็นหน้าที่ของท่านโดยตรง ก็อยากจะให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์และร่วมอวยพรให้สำเร็จ หน้าที่ตรงนี้ไม่มีใครทำได้ เหตุการณ์ต่างๆชั่วเวลา 9 ปีเป็นต้นมาตั้งแต่ปี 2548 ทุกคนไม่ลงรอยกัน มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวลืมนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมือง ก่อนที่ชาติจะย่อยยับไปกว่านี้ ท่านผู้นี้จึงต้องออกมาเพื่อทำหน้าที่ให้กับชาติบ้านเมืองเหมือนอย่างที่เราได้เห็นกัน พอท่านออกมาเราก็ได้เห็นเลยว่า พึ่งท่านได้ ก็ยอมรับ เพราะท่านเป็นผู้เดียวที่จะสลายกลุ่มต่างๆ จากนั้น ก็จะมีการปฏิรูปบ้านเมืองของเราให้กลับมามีปกติสุขเช่นในอดีต ประชาชนชาว ไทยก็เริ่มกลับเข้าแล้วจะเป็นปกติสุขและภายในไม่เกิน 3 ปีบ้านเมืองจะเกิดความสุขอย่างสมบูรณ์แบบ

ชี้ “ทักษิณ” เดอะริเวอร์ โน รีเทิร์น

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงครั้งหนึ่งทางนายวารินทร์ ได้เคยทำนายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า จะไม่ได้กลับประเทศ และไม่กลับเข้าเกี่ยวข้องกับการเมือง นายวารินทร์ตอบว่า “เดอะริเวอร์ โน รีเทิร์น” สายน้ำไม่มีวันหวนกลับ ตอนนี้ ถือว่าจบไปแล้วเพราะเวลาของท่านหมดไปนานแล้ว กลุ่มอำนาจเก่าจะไม่ฟื้นกลับคืนมา เพราะได้เสวยกรรมกันไปหมดแล้ว

“บิ๊กตู่” จะพยายามกลับสู่ภาวะปกติ

ต่อมาตอนค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ว่า สิ่งสำคัญวันนี้ทำเพื่อให้ทุกอย่างกลับไปสู่ภาวะปกติ ทุกคนมีความสุข คืนความสุขให้คนไทยทุกคน หรือชาวต่างประเทศ เพื่อขยายความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เตรียมการสู่การเป็นประชาคมอาเซียน และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมาถึงในเร็ววันนี้ แม้วันนี้จะมีทั้งคำชมคำตำหนิ ถือเป็นธรรมดา แต่ตนจะรับคำตำหนิเป็นหลัก เพื่อเอามาพิจารณาการดำเนินการขับเคลื่อนสั่งการทั้งหมด ส่วนการใช้อำนาจรัฐ ปัจจุบันกฎหมายปกติ และกฎอัยการศึกยังจำเป็นอยู่ควบคู่กัน แม้มีผลกระทบกับบางกลุ่ม หรือต่างประเทศก็ต้องอธิบายให้เข้าใจจุดมุ่งหมาย ซึ่งจะพยายามกลับไปสู่กฎหมายปกติให้ได้

เชื้อเชิญทุกฝ่ายมาสร้างปรองดอง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การตั้งศูนย์ปรองดองเพื่อปฏิรูปหรือสมานฉันท์ วัตถุประสงค์หลักคือต้องการให้ทุกคนหันหน้ามาพูดคุย หลังจากที่ทุกคนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมานาน โดยทหารจะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกและเป็นผู้สังเกตการณ์ เป็นผู้ให้ข้อมูล โดยเอาข้อมูลจากทุกฝ่าย ทุกกลุ่มที่ทำมาแล้วหลายคณะ สำหรับการปฏิรูปที่มีหลายคณะทำมาเช่นเดียวกันก็จะให้เขาไปคุยกัน รวมทั้งเรื่องหัวข้อปฏิรูป กลุ่มไหนอยากมาให้มา ทั้งการเมือง ผู้ขัดแย้ง เอาข้อมูลมาดู ดังนั้น เชิญชวนทุกฝ่ายให้มาคุยกัน ทหารจะไม่มีบทบาทอะไรมากกว่านั้น และไม่สามารถจะตัดสินได้ว่าถูกหรือผิด ทุกอย่างจะนำไปสู่การดำเนินการขั้นที่ 2 ของรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมา ก็จะมีทั้งสภาปฏิรูป สภานิติบัญญัติ ซึ่งเรื่องทั้งหมดจะเข้าไปในสภาปฏิรูป เรื่องใดที่เข้าใจกันและทำได้แล้วก็ไปสู่ฝ่ายกฎหมายคือ นิติบัญญัติจะออกกฎหมายถึงจะทำได้ การทำงานเรื่องนี้หลายคนเป็นห่วงว่าเราใจร้อนเกินไป ซึ่งตนพยายามเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดขัดแย้งขั้นที่ 2 การตั้งสภา ขอร้องทุกคนให้เข้าใจ

ลั่นเอาจริงปราบแก๊งโกงข้าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้เราทำงานมาประมาณ 10 กว่าวัน เอาความเดือดร้อน ความเร่งด่วน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจของประชาชนที่มีปัญหามากที่สุด มาขับเคลื่อนงาน 21 กระทรวงให้ทำงานร่วมกับข้าราชการตามนโยบาย คสช.แก้ไขปัญหาให้ได้ และในโครงการที่มีปัญหา ผู้ที่มีความผิดก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องจำนำข้าวและการระบายข้าวที่สัมพันธ์กันนั้น พอเรารีบระบายเกินไปก็จะทำให้เสียราคา แล้วเกิดการทุจริตก็ต้องพิสูจน์ มีตรวจบัญชี ตรวจข้าวก่อน จึงเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่จะประสานมายัง คสช. ให้ไปช่วยสนับสนุนการตรวจสอบ วันนี้เตรียมความพร้อมไว้ให้แล้ว หากมีผู้กระทำความผิดเรื่องเหล่านี้ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม

เลิกเคอร์ฟิว“ชะอำ-หัวหิน-กระบี่-พังงา”

ต่อมาในเวลา 22.00 น. มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 54/2557 เรื่องการยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่เพิ่มเติมดังนี้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.กระบี่ และ จ.พังงา สำหรับพื้นที่อื่นๆให้ยังคงปฏิบัติตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 7/2557 สำหรับพื้นที่อื่นๆให้ยังคงปฏิบัติตามประกาศคสช.ฉบับที่ 7/2557 เรื่องการออกนอกเคหสถาน ประกาศ คสช.ฉบับที่ 42/2557 เรื่องแก้ไขห้วงเวลาออกนอกเคหสถานและประกาศ คสช.ฉบับที่ 52/2557 เรื่องยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่

เรียกบุคคลรายงานตัวเพิ่มอีก 12

คำสั่ง คสช.ที่ 50/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 7 มิ.ย.2557 เวลา 10.00-12.00 น. 1.นายทนง ศิริปรีชาพงษ์ 2.นายอุสมาน สะแลแมง 3.นายวิจารณ์ แสนลี่ 4.นายจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ 5.นายมนตรี พฤกษาพันธ์ทวี 6.นายวสุพล จตุรคเชนทร์เดชา 7.นายหรั่ง ธุระพล 8.น.ส.นุชนารถ สุวรรณคร 9.นายฉกาจ คหบดีรัตน์ 10.พ.ต.ท.อุทัย บทมาตย์ 11.นายเจ๊ะอาแว สะมารอเม๊าะ 12.นายประสิทธิ์ ดวงเพ็ชร

7 มิ.ย. 2557 07:32