วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชุมวางระบบ ปราบยาเสพติด

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เรียกประชุมทุกหน่วยงานยาเสพติด กระตุ้นผลการป้องกันและปราบปราม ภายใน 30 วัน ต้องการผลงานมากกว่าตัวเลข ถ้าไม่กระเตื้องขอพิจารณาแก้ไข เป้าแรกเน้นปราบปรามขบวนการค้ายานรกในเรือนจำ คาดโทษข้าราชการที่มีเอี่ยว รวมถึงผู้บังคับบัญชาที่ละเลยต้องโดนด้วย

ที่ ป.ป.ส.ดินแดง เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 มิ.ย. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านยาเสพติด เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. เพื่อปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์-ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฯลฯ ใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เผยว่า การประชุมเป็นการมารับทราบข้อมูล และจัดระบบการทำงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมรับทราบปัญหาต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้ชัดเจนและประเมินผล จึงขอให้ทุกหน่วยงานทำงานแบบสอดประสานทั้งการปราบปรามและบำบัด ขณะเดียวกัน เชื่อว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการปราบปรามยาเสพติดทราบดีอยู่แล้วถึงผลร้ายของยาเสพติด จึงขอให้เน้นย้ำให้คำนึงถึงผลงานและคุณภาพการปราบปรามมากกว่าตัวเลขการจับกุม จะขอประเมินผลงานใน 30 วัน ว่า ทุกหน่วยงานทำงานสอดคล้องกันแค่ไหน ทำอะไรบ้าง เช่นการบำบัด เยียวยาผู้เสพ สอดคล้องกับการปราบปรามและจับกุมยาเสพติดหรือไม่ มีจุดบกพร่องที่ใดบ้าง จะได้แก้ไขถูกจุด คสช.ได้เน้นเรื่องยาเสพติดมาก อยากคืนความสุขให้ประชาชนและให้ชุมชนปลอดยาเสพติด

พลเอกไพบูลย์เผยต่อว่า แนวทางการปรับโครงสร้างกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ว่า คสช.ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานไปพิจารณาว่าแต่ละหน่วยงานต้องปรับปรุงโครงสร้างอย่างไร เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ดีเอสไอเพียงหน่วยงานเดียว หากหน่วยงานใดพิจารณาแล้วควรปรับโครงสร้างหน่วยงาน ให้ส่งเรื่องให้ คสช.พิจารณาต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ กล่าวว่า พล.อ.ไพบูลย์เข้ามาดูระบบและความสอดคล้องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด เน้นย้ำเรื่องการสั่งยาเสพติดจากในเรือนจำหรือคุก ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน เพราะนักโทษในคุกทำไมยังสั่งยาเสพติดออกมาได้ ต้องลงไปตรวจสอบระบบเรือนจำและราชทัณฑ์ว่า บกพร่องตรงไหน และกำชับและคาดโทษเจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดทั้งหมด หากพบหรือมีมูลว่าคนใดเกี่ยวข้องจะดำเนินการทางอาญาและทางวินัย ส่วนผู้บังคับบัญชาท่านใดปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะโดนโทษทางวินัยด้วย ประชาชนพบเห็นหรือมีข้อมูลเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องยาเสพติด แจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส.1386 หรือ ปณ.123 ได้ตลอดเวลา

ส่วน พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ในส่วนกรมราชทัณฑ์จะให้ชุดปราบปรามยาเสพติดเข้าไปตรวจสอบเรือนจำใด ก็แล้วแต่ที่มีนักโทษสั่งยาเสพติดจากข้างในเรือนจำได้ หากพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญา หากเจ้าหน้าที่คนใดที่อยู่ในขบวนการยาเสพติดต้องการกลับตัวกลับใจออกจากวงจรยาเสพติด สามารถแจ้งขอย้ายไปเรือนจำอื่นได้