วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ต้องเรียนรู้ต่อเสมอ' ต้นฉบับคำสอน 'ครูบอม ธรรมยุทธิ์'

ทิ้งระยะห่างไปนาน สำหรับคอลัมน์ 'ครูในดวงใจ' ของ 'ไทยรัฐออนไลน์' วันนี้กลับมาแล้ว...

"อ.บอม จะโยนงานมาให้เราไปคิด ให้อิสระในการคิด แล้วมาตบงานเราอีกที ไม่เคยปิดกั้นเรา ทุกวันนี้เรียกได้ว่าเป็นครู เป็นศิษย์ที่เหมือนเพื่อนกัน" นี่คือความรู้สึกของ นักข่าวสายสังคม และผู้ดำเนินรายการข่าวคอลัมน์ Green Report สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 "บอย-ธนพัต กิตติบดีสกุล" หนึ่งในศิษย์ของ "ครูในดวงใจ" ที่จะนำเสนอวันนี้ เขาบอกว่าที่เขามีวันนี้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะครูคนนี้!!

เพราะมันไมใช่เรื่องง่าย หากจะให้ลูกศิษย์ยอมรับ นับถือ เคารพเราในฐานะของ "ครู" และหากมีเรื่องวัยที่ใกล้เคียงกันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว อุปสรรคในการสอนก็จะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะขวางการทำหน้าที่ครูของ "อ.บอม" หรือ อ.ธรรมยุทธิ์ จันทร์ทิพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

อ.บอม ขึ้นชื่อเรื่องความเอาใส่ใจ ดูแล ห่วงใยศิษย์ รวมถึงมีความทุ่มเทในการสอนอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ยังสอนให้ศิษย์นั้นต้องกระตือรือร้น และหาความรู้ใส่ตัวเสมอ

สานฝันวันเป็นครู

อ.บอม ใฝ่ฝันอยากเป็นครูมาตั้งแต่เด็ก เพราะรู้สึกว่า อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ท้าทาย ไม่เหมือนใคร ซึ่งขัดแย้งกับภาพลักษณ์ครูในสมัยนั้น ที่มองว่า ครูไม่หวือหวา หรือไม่มีสิ่งแปลกใหม่อะไร แม้ อ.บอม ตั้งใจเข้าเรียนในสายครูเพราะได้ทุนเรียนครุศาสตร์โดยตรงจนถึงปริญญาเอก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แทนตามคำแนะนำของญาติ ซึ่งเมื่อเข้าเรียน จึงเลือกเรียนคณะสารสนเทศศาสตร์ เอกนิเทศศาสตร์ เพราะครูเห็นว่า มีความสามารถในการจับใจความได้ดี และมีทักษะในการถ่ายทอดจากสิ่งที่ยากให้เข้าใจง่าย ขณะเดียวกัน เมื่อจบการฝึกงานกับนิตยสาร HI CLASS ก็ได้งานทำเป็นฟรีแลนซ์ ตอกย้ำทัักษะการเขียนถึงกับจองตัวให้เข้าทำงานหลังจากเรียนจบ แต่แล้วโชคชะตาก็เปลี่ยนให้ อ.บอม ได้เป็น "ครู"

"เพื่อนไปฝากโปรไฟล์ไว้ในช่องรับสมัครของเว็บไซต์ ม.กรุงเทพ พอเพื่อนสมัครเสร็จก็ถามว่าสมัครไหม ลองดูก็ได้ ทิ้งโปรไฟล์ไว้ สุดท้ายเขาเรียกสัมภาษณ์ในตำแหน่งอาจารย์ประจำ ในขณะนั้นไม่คิดว่าจะได้ด้วยซ้ำ แต่ดีใจที่ ม.กรุงเทพ เรียก เพราะเส้นทางอาจารย์มาแบบไม่คิด หลังจากที่เราปฏิเสธที่จะไปเรียนครุศาสตร์ที่ได้ทุน ณ ตอนนั้นดีใจ เพราะเป็นเส้นทางที่ทำให้เราเข้ามาสู่วงการครู"

เรียกได้ว่าการเข้ามา "ครู" ของ อ.บอม นั้นไม่ได้เตรียมตัว ทำให้เวลาวันที่ อ.บอม มีสถานะเป็นครู อ.บอม มีอายุห่างจากลูกศิษย์เพียง 1 หรือ 2 ปี หรือมีบางคนที่อายุเท่ากัน

"ตอนนั้นเราต้องวางตัวดี ให้ดูน่าเชื่อถือ ช่วงแรกก็มีลองของบ้าง ขุดหาคำถามที่เราตอบไม่ได้ อาชีพนี้เราก็ต้องเตรียมตัวให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ พอเราตอบคำถามจนไขข้อสงสัย ข้อกังขาได้ เขาก็ยอมรับในตัวเรา ไม่ว่าเราจะอายุน้อยอายุมาก แต่ถ้าหากคุณมีความรู้ที่จะสามารถถ่ายทอดได้ง่าย ถ่ายทอดยังไงให้เด็กเข้าใจง่าย มีแรงบันดาลใจที่จะไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมต่ออยู่ที่จุดนี้มากกว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็นครู ตั้งแต่ พ.ค. ปี 2546 มาจนถึงตอนนี้ก็สิบกว่าปีแล้ว" 

อัพเดทวงการวิชาชีพ-วิชาการเสมอๆ

เมื่ออายุใกล้เคียงกับเด็ก ทำให้ อ.บอม ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างมาก เพราะการเป็นอาจารย์วารสารศาสตร์ เด็กจะเชื่อเชิญวิทยากรข้างนอก ที่มาบรรยายมากกว่าครู เพราะไม่ค่อยเชื่อมั่นว่า ครูรู้แต่วิชาการและวิชาชีพไม่รู้หรือไม่ ซึ่ง อ.บอม แก้ปัญหาด้วยการอัพเดตชีวิตอยู่ตลอดเวลา ดูว่าวงการวิชาการเป็นยังไง วงการวิชาชีพทำไปถึงไหนแล้ว แตกต่างจากวิชาการตรงไหน

"อะไรที่วิชาการรับได้ หรือรับไม่ได้ เราก็จะสอนเขาก่อน แต่สุดท้ายเวลาที่ออกไปทำงานข้างนอกมันคือ ตัวคุณ มันคือเส้นทางที่คุณเลือก ถ้ายอมรับได้กับความเป็นวิชาชีพขององค์กรนั้นๆ ก็ต้องแปรสภาพตนเองให้เข้ากับองค์กรให้ได้ แต่ก็ต้องยึดจรรยาบรรณของสายวิชาชีพที่เลือกมา"

ประสบการณ์ครูที่ยาวนานนับสิบปี แน่นอนว่าจำนวนลูกศิษย์ลูกหาต้องมีไม่น้อย และเด็กแต่ละรุ่นก็แตกต่างกันออกไป ทำให้ อ.บอมต้องหาหลักในการสอน นั่นคือ "แสวงหาความรู้" รวมถึงใส่ใจคนที่กำลังสอน ด้วยการทำการบ้านเสมอว่า เด็กที่กำลังจะสอนนั้นมีพื้นฐานความรู้อย่างไร จากนั้นจะออกแบบการสอนที่ช่วยเติมเต็มความรู้ และต่อยอดความรู้นั้น รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหาความรู้ต่อด้วย

เทคนิคการสอนแบบ อ.บอม

วิชาที่ อ.บอมสอนนั้นมีทั้งการเขียน และการออกแบบ ซึ่งทั้ง 2 อย่างมีเทคนิคในการสอนต่างกัน ซึ่งสำหรับการเขียนนั้น อ.บอมระบุว่า แนะนำได้บางส่วน อีกส่วนหนึ่งแนะนำให้อาศัยการอ่าน เพื่อซึมซับสำนวน คำ รูปประโยคและประเด็น ขณะที่วิชาการออกแบบ ซึ่งตัวเองเคยโดนต่อว่าด้วยคำที่ทำให้เสียกำลังใจจากอาจารย์ผู้สอน ทำให้ อ.บอมอาศัยการศึกษาด้วยตัวเอง ขวยขวายหาเทคนิค จากนั้น มาถ่ายทอดให้นักศึกษาด้วยวิธีง่ายๆ และสามารถนำไปใช้ได้จริง

"จะสอนแบบใช้ศัพท์ชาวบ้าน หาอะไรที่เป็นข้อเปรียบเทียบที่เขามองภาพตามออกได้ทันที แล้วค่อยบอกว่าวิธีนี้เขาเรียกในภาษาศัพท์เฉพาะว่าอะไร ถ้าเกิดเราพูดคำศัพท์เครื่องมือทุกอัน ซึ่งมีเป็นร้อยๆเครื่องมือ และเป็นภาษาอังกฤษหมด ถ้าเราพูดปุ๊บ เด็กจะจำไม่ได้ แต่ถ้าเราเปรียบเทียบ หรือเรียกอีกแบบ บางทีอาจจะเป็นสัญลักษณ์ เช่น ลูกศรดำ ลูกศรขาว เป็นต้น ไม่สอนเทคนิกเยอะเกินไป ขั้นแรกต้องสอนให้ทำได้ก่อน เมื่อทำได้แล้วคต่อยเสริมเทคนิคเข้าไปภายหลัง เช่น เราต้องหาก่อนว่าการทำแบบนี้ทำได้ 5 วิธี ต้องสอนวิธีที่ง่ายสุด ขึ้นมาก่อน แต่อาจารย์บางท่านในอดีต มักสอนวิธีที่ซับซ้อนก่อน แล้วค่อยบอกว่าวิธีง่ายคือแบบนี้ แล้วค่อยย้อนกลับไป ซึ่งแบบนั้นเขาจะจำไม่ได้" 

อุปสรรคการเป็นครู

อ.บอมยอมรับว่า "ครูไม่ได้ทำหน้าที่แค่สอนอย่างเดียว แต่มีหน้าที่ที่เราต้องทำวิจัย ทำผลงานวิชาการ ทำภาระงาน แต่มันหายไปเมื่อเรานึกภาพย้อนกลับไป ณ บรรยากาศที่เราสอนเด็กเหล่านั้น แล้วเด็กเหล่านั้นพอก้าวสู่วิชาชีพก็ยังติดต่อกลับมาเล่าสู่กันฟังว่า สิ่งที่อาจารย์บอกอาจารย์สอน มันใช่ และมันน้อยไปด้วยซ้ำเมื่อไปเจอของจริง เนี่ย คือ แรงผลักดันเรา ทำให้เรายังต้องทำหน้าที่นี้ต่อ"

"เพราะก็ยังมีคนที่ก้าวมาพบกับเรา เดินผ่านชีวิตเราออกไปทุกปี ซึ่งไม่น่าเบื่อ แต่ท้าทายตลอด เพราะเด็กแต่รุ่น แม้กระทั่งรุ่นเดียวกัน เด็กเข้ามา 40 ชีวิต 80 ชีวิต เป็นร้อยชีวิตไม่เหมือนกันซักชีวิต ผมก็พยายามดึงเอาความสามารถเฉพาะตัวของเขาออกมาให้ได้ แล้วให้เขาพัฒนาความสามารถเฉพาะตัวให้เพิ่มขึ้น ในด้านอื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือก บางทีเรามองว่าเก่งด้านนี้แต่จริงๆไม่ใช่ แต่สิ่งที่เก่งมันอยู่ในตัวเธอ ทำมันออกมาให้ได้"

นอกจากนี้ ปัญหาที่พบมาก และน่าห่วง คือ เด็กไม่ขวนขวายเท่าที่ควร จนตอนนี้ต้องป้อนทุกอย่าง ไม่ค่อยตั้งเป้าหมายในชีวิต หรือรับเฉพาะสิ่งที่ตัวเองสนใจเท่านั้น สิ่งที่ไม่สนใจจะไม่รับ ซึ่ง อ.บอมคิดว่า บางคนไม่คิดว่าในอนาคตจะไปทำอยู่ในพื้นที่ส่วนใดในสายอาชีพ ถ้ารู้ไว้หลายๆ อย่างก็ย่อมดีกว่า นอกจากนี้สิ่งสำคัญ คือ การทำให้เด็กมีแรงบันดาลใจที่อยากจะรับข้อมูลที่ให้ไป รวมทั้งทำยังไงให้ลูกศิษย์ไปขวนขวายด้วยตัวเอง

ผลักดันวงการนิตยสารฝึกปฏิบัติของประเทศ

ตลอดระยะเวลาสิบปี หนึ่งในวิชาที่ อ.บอม สอน คือ การสอนทำหนังสือพิมพ์และนิตยสารฝึกปฏิบัติ โดยเฉพาะนิตยสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ อ.บอมชอบ และอยากผลักดันความสามารถของเด็กๆ ทุกมหาวิทยาลัยที่มีวิชาเรียนนี้ ให้มีพื้นที่โชว์ศักยภาพ เหมือนการประกวดหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยทำ

"อยากจะผลักดันนิตยสารที่สอนให้มีรูปลักษณ์ทั้งคุณภาพและรูปลักษณ์ภายนอกการดีไซน์ต่างๆ มีคุณภาพมากที่สุด แล้วพัฒนาให้เกิดคุณภาพมากขึ้นๆทุกปี ซึ่งอยากให้สมาคมนิตยสารแห่งประเทศไทยเป็นปึกแผ่นมากกว่านี้ เพราะนักศึกษาเหล่านี้ถือเป็นทรัพยากรของวงการ เหมือนที่เราสอนนิตยสารตอนแรกเป็นเล่มเล็กๆ ตอนนี้หน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณภาพในการกลั่นกรองงานมากขึ้น รูปโฉมใส่เทคนิค มันไม่ต่างจากนิตยสารมืออาชีพ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ ม.กรุงเทพ จัดเปิดตัวนิตยสารเป็นปีแรก เพราะฉะนั้นปีต่อไปก็จะมี เราจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ไปเรื่อยๆ แม้จะเหนื่อยหนักกว่าเดิม แต่มันเป็นการก้าวไปข้างหน้า"

จากใจศิษย์ถึงครูบอม

ก่อนจากกันวันนี้ "ครูในดวงใจ" ขอทิ้งท้ายด้วยความประทับใจจากศิษย์ที่พูดถึงอาจารย์คนนี้

บอย รหัส 48

อาจารย์ตบงานมาให้ดี งานตรงนั้นก็ต่อยอดมาจนถึงทุกวันนี้ สามารถพูดได้ว่า คนที่พาเข้าวงการข่าวส่วนหนึ่งเป็น อ.บอม คนที่คอยเชียร์เรา หรือแม้กระทั่งมีคอลัมน์ ก็ยังถามอ.บอมว่าทิศทางงานของต้องทำอย่างไร ได้อะไรจากอาจารย์เยอะมาก เป็นอาจารย์ที่ห่วงใยลูกศิษย์ตลอด เราไม่ได้สนใจเรื่องอายุ เพราะ อ.บอม มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ และมีความสามารถจริง แต่บางครั้งก็เป็นห่วงอาจารย์ เพราะอาจารย์เอาใจใส่เด็กมากเกินไป

โบ๊ท รหัส 49

อาจารย์มักจะมีเทรนด์ใหม่ๆ มาอัพเดตเสมอ เวลาที่เรานำเสนองาน อาจารย์ค่อนขัางให้เกียรติและยอมรับข้อเสนอแนะของเรา หากมีข้อปรับปรุงก็จะเสนอมาให้ด้วย ไม่ใช่ประเภทค้านหัวชนฝา อีกอย่างเวลาที่ทำงาน อาจารย์จะมานั่งแนะนำลูกศิษย์ ดูการทำงานอยู่ตลอด ซึ่งมันสอนเรื่องความทุ่มเท การทำงานเป็นทีมได้ดี ให้เราเห็นคุณค่าเรื่องนี้

โบ๊ท รหัส 53

อาจารย์เป็นกันเอง เต็มใจช่วยให้นักศึกษาพัฒนาตัวเองขึ้น ทั้งคิดประเด็น ใช้โปรแกรม หรือแม้แต่ชีวิตส่วนตัว เด็กที่เรียนขอคำปรึกษาได้ทั้งหมด อีกอย่างอาจารย์เป็นคนที่พูดตรง และวิจารณ์ผลงานตรงๆ เพราะสิ่งที่อาจารย์วิจารณ์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และเราสามารถนำไปปฏิบัติต่อให้ดีขึ้นได้ และผมเชื่อว่าทุกคนที่เรียนกับอาจารย์จะรู้สึกสนุก สนุกจนเกือบลืมว่ากำลังเรียนอยู่ หากจะหาคำพูดสักคนให้อาจารย์บอม คงเป็นคำว่า 'อาจารย์บอมเป็นผู้มีพระคุณที่มากกว่าการให้ความรู้ครับ’

"ครูในดวงใจ" แทบไม่ต้องสรุปเลยว่า ความประทับใจในการสอนของ อ.บอมที่ลูกศิษย์ส่วนหนึ่งได้สะท้อนออกมานั้น มีคุณค่าต่อทั้งครู และศิษย์มากแค่ไหน.

ภาพประกอบ: ดลันยา สกุลรักษณ์/ภวินท์ กลีบประทุม และ FB อ.ธรรมยุทธิ์ จันทร์ทิพย์

ทิ้งระยะห่างไปนาน สำหรับคอลัมน์ 'ครูในดวงใจ' ของ 'ไทยรัฐออนไลน์' วันนี้กลับมาแล้ว... 6 มิ.ย. 2557 20:01 ไทยรัฐ