วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สธ.ลงเกาะช้างดูงาน 'แพทย์ฉุกเฉิน' ดูแลประชาชน-นักท่องเที่ยว

สธ.ลงเกาะช้าง ดูงาน "แพทย์ฉุกเฉิน" และการบริการประชาชนบนเกาะช้าง ขณะ ผอ.รพ.เกาะช้าง เผย 2 เหตุฉุกเฉินพบบ่อย ทั้งโรคประจำตัวกำเริบ และจมน้ำจากกระแสน้ำดูด พร้อมทำแผนที่บ้านกลุ่มเสี่ยง เพิ่มความคล่องตัวทีมแพทย์เดินทางใน 10 นาที…

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 57 ที่ รพ.เกาะช้าง จ.ตราด นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัด สธ. พร้อมคณะ นำสื่อมวลชนไปดูงานการจัดระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนบนพื้นที่เกาะช้าง

นพ.ณรงค์ กล่าวว่า สธ.มีนโยบายพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยอย่างกะทันหัน ให้ได้รับความปลอดภัย ลดความพิการแทรกซ้อน หรือเสียชีวิต ลงให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว หรือการลงทุนในประเทศไทยได้ ซึ่งที่เกาะช้าง จ.ตราด มีประชากรประมาณ 5,000 คน เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหมู่เกาะ มีสถานพยาบาลภาครัฐ 6 แห่ง ได้แก่ รพ.เกาะช้าง เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 5 แห่ง และคลินิกอินเตอร์ฯ ของเอกชน 1 แห่ง ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยนอก ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยต่อปีมีนักท่องเที่ยวที่เกาะช้าง ประมาณ 960,000 คน

"สธ.พัฒนา รพ.เกาะช้าง ให้เป็นสถานพยาบาลหลักในการดูแลสุขภาพประชาชน มีบริการทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน โดยพัฒนาห้องฉุกเฉินและเครื่องมือแพทย์ สอดคล้องกับสภาพปัญหาพื้นที่ รวมทั้งเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยที่ได้มาตรฐานไร้รอยต่อ รวดเร็วเช่นเดียวกับโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ทั่วไป ตามนโยบายการจัดบริการรายเขตบริการสุขภาพ ซึ่งได้เชื่อมต่อบริการของโรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัด และระหว่างจังหวัดเป็นเนื้อเดียวกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ระบบจะมีความสมบูรณ์แบบในปี 2560 นี้"

ทางด้าน นพ.ฤชุพงศ์ ผู้ภักดี ผู้อำนวยการ รพ.เกาะช้าง กล่าวว่า ในการพัฒนาบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เน้นหนัก 2 เรื่องที่พบบ่อย คือ ผู้ป่วยจากโรคประจำตัวกำเริบ พบปีละประมาณ 7-10 รายที่สำคัญ คือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคเส้นเลือดในสมองแตก และปัญหาจมน้ำทะเลจากปัญหากระแสน้ำดูดออก หรือที่เรียกว่า ริพ เคอร์เรนท์ (Rip currents) มักเกิดในช่วงฤดูฝนช่วงเดือน พ.ค.-ต.ค. ซึ่งคลื่นน้ำทะเลจะมีความปั่นป่วนสูง แรงน้ำจะพัดตัวคนออกจากฝั่ง ในปี 2556 พบ 43 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนกลุ่มผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคเส้นเลือดในสมองแตก โรงพยาบาลได้จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติ ให้สังเกตลักษณะของอาการสำคัญ สัญญาณเตือนของอาการที่ต้องช่วยดูแลเบื้องต้นก่อนโทรแจ้งหน่วยแพทย์กู้ชีพ ทาง 1669 เช่น เจ็บหน้าอกและจัดทำบัตรสมาชิก (EMS MEMBER CLUB) ให้แก่ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และโรคเบาหวาน ซึ่งอาจมีอาการกำเริบได้ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนประมาณ 50 ราย สำหรับการใช้บริการ เมื่อญาติผู้ป่วย หรือผู้ดูแล โทรศัพท์แจ้งสายด่วนของโรงพยาบาลฯ เจ้าหน้าที่จะสามารถรู้ประวัติของผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งแผนที่ บ้าน ทีมกู้ชีพสามารถเดินทางถึงบ้านผู้ป่วยภายใน 10 นาที ให้รักษาได้ทันท่วงที รวมทั้งรณรงค์ติดโปสเตอร์ วิธีการสังเกตอาการเส้นเลือดสมองแตก กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด การช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ หมายเลขโทรฉุกเฉิน 1669 ซึ่งจะติดไว้ในแหล่งชุมชน บ้านผู้ป่วยทุกราย สถานที่ที่มีนักท่องเที่ยว สามารถมองเห็นได้เด่นชัด

นพ.ฤชุพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือคนจมน้ำทะเล ได้วางระบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยเทศบาล กองทัพเรือ ทีมกู้กู้ภัยขององค์การบริหารท้องถิ่น อาสาสมัครสมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือตราด หน่วยพิทักษ์ความปลอดภัยชายฝั่ง (Beach guard) ซึ่งมีประมาณ 30 คน โรงแรมที่อยู่หน้าหาด โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 5 แห่ง แบ่งพื้นที่รับผิดชอบและระบบการส่งต่อผู้ป่วย กรณีมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก ได้กำหนดจุดรวมพลทางการแพทย์ ที่โรงพยาบาลเกาะช้าง และที่คลินิกอินเตอร์ ซึ่งเป็นภาคเอกชน ฝึกอบรมการช่วยเหลือคนจมน้ำ การช่วยฟื้นคืนชีพ โดยจะทีมกู้ชีพชั้นสูงที่ รพ.เกาะช้าง ทีมกู้ชีพขั้นพื้นฐานที่ โดยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบให้ครอบคลุมการช่วยเหลือได้รวดเร็ว และมีเรือเจ็ตสกี 3 ลำ พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่จำเป็น เช่น เชือก ห่วงยาง ทุนเกาะ เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำด้วย

นอกจากนี้ ยังได้อบรมผู้ประกอบการและลูกเรือเรือท่องเที่ยวที่จะพานักท่องเที่ยว ไปดำน้ำดูปะการังตามเกาะต่างๆประมาณ 40 เกาะ ให้เป็นพี่เลี้ยงสุขภาพประจำเรือ ในการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ช่วยฟื้นคืนชีพคนจมน้ำ และติดโปสเตอร์และซีดี ขั้นตอนการช่วยฟื้นคืนชีพในเรือ 3 ภาษา ประกอบด้วย ภาษาไทย อังกฤษ และรัสเซีย โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชม หลังจากลงเรือทุกครั้ง และยังมีบริการตรวจวัดความดันโลหิต ให้นักท่องเที่ยว เพื่อตรวจความพร้อมของร่างกายก่อนลงน้ำ เนื่องจากเคยมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากโรคประจำตัว ระหว่างดำน้ำ ซึ่งพบในปีที่ผ่านมา 2 ราย ซึ่งเป็นเรือทัวร์ดำน้ำที่ไม่ได้อยู่ในโครงการ "เที่ยวสนุก สุขภาพดี" (Good trip good health) และฟื้นฟูความรู้ทุก 4 เดือน ระบบนี้สร้างความประทับใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอันมาก ในปี 2556 ที่ผ่านมา ได้ส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตราด โดยรถพยาบาล 208 ครั้ง เรือเร็ว 68 ครั้ง เดินทางโดยรถพยาบาลไปกับเรือเฟอร์รี่ 15 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วย อุบัติเหตุที่มีภาวะกระดูกหัก หรือมีการบาดเจ็บที่ศีรษะรุนแรง ผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรม ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น ขณะนี้ได้วางระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ทางอากาศยานโดยเฮลิคอปเตอร์ ร่วมกับกองทัพเรือ หากกรณีจำเป็น ซึ่งมีลานจอดชั่วคราว 7 จุด บนพื้นที่เกาะช้าง.