ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ต้องสังคายนากันทั้งระบบ

    สายล่อฟ้า7 มิ.ย. 2557 05:01 น.
    SHARE

    เมื่อผู้มีหน้าที่ทุกฝ่ายเริ่มทำหน้าที่องคาพยพในการบริหารชาติบ้านเมืองมันจึงขับเคลื่อนไปตามครรลอง ยิ่งได้ผู้นำที่มีจิตเจตนารมณ์เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศอย่างสุจริตใจ อะไรต่อมิอะไรที่เคยดำรงอยู่อย่างชั่วร้ายมันก็ผุดโผล่ขึ้นมาอย่างที่เห็นและเป็นไป

    ที่ผ่านมามันไม่ต่างไปจากขยะที่ซุกใต้พรหมด้วยระบบทุนสามานย์ที่มุ่งนำพาสังคมไปสู่ความอยากได้ใคร่มี มันจึงเละเทะจนสังคมเกิดความเสื่อมโทรมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

    ความดี ความถูกต้องที่เป็นแก่นสำคัญซึ่งจะทำให้ผู้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขสงบ มีความพอเพียงแก่อัตภาพ มีศีลธรรม อันเหมือนกฎกติกาที่เป็นไปตามธรรมชาติ

    กลับได้รับการบิดเบือนไม่รู้อะไรผิดอะไรถูก ไม่รู้อะไรคือความดี ความถูกต้อง จนทำให้ผู้คนในสังคมเกิดความสับสนแยกแยะไม่ได้จนทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก จนบ้านเมืองแทบจะล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา

    นั่นเพราะมีการชี้นำว่า “เงิน” คือปัจจัยสำคัญที่สุดของชีวิต

    สอดรับกับการนำคำว่า “ประชาธิปไตย” มาเป็นตัวตั้งเพื่อให้เห็นว่า การได้มาซึ่งอำนาจนั้นถูกต้องที่สุด เมื่อได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนด้วยเสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ สร้างนโยบายเพื่อหลอกล่อประชาชนด้วย “ประชานิยม” ที่ทำให้เคลิบเคลิ้มหลงใหล

    ทำให้เชื่อกันว่าเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ ไม่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องใดๆทั้งสิ้น ใช้อำนาจได้ตามใจปรารถนา

    ข้าราชการก็สนองรับด้วยหวังตำแหน่งแห่งหนและผลประโยชน์ ใครขัดขวางก็จะถูกแยกไปอยู่อีกกลุ่มหนึ่งไม่ให้มีบทบาทในการทำหน้าที่ เพราะไม่สนองความต้องการ

    สังคมไทยในห้วงที่ผ่านมามันจึงเละเทะกันไปหมด ใครอยู่กับฝ่ายอำนาจรัฐบาลก็แฮปปี้ใหญ่โตคับประเทศ ไม่ต้องทำงานทำการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน แต่พร้อมสนองงานเพื่อเจ้าของอำนาจเท่านั้น

    การทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจบาตรใหญ่ ปล่อยปละละเลยในการทำหน้าที่ โจรผู้ร้ายชุกชุมเป็นรายวัน อาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจใต้ดินดำเนินการอย่างเป็นล่ำเป็นสัน พกพาอาวุธกันอย่างเป็นเรื่องปกติ แม้กระทั่งแก๊งซิ่งยังไม่สนตำรวจแม้แต่น้อย

    นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่เห็นอยู่

    สังคมมันจึงเลวร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ

    การศึกษาซึ่งควรจะเป็นจักรกลสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาคน พัฒนาประเทศ แทนที่จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขไปในแนวทางที่ถูกต้อง นั่นคือศึกษาเพื่อการได้รับความรู้ สอนคนให้เป็นคนดี เป็นอนาคตข้างหน้าของชาติบ้านเมือง

    งบประมาณมากที่สุดแต่คุณภาพห่วยที่สุด

    การจัดวางตัวบุคคลเข้าไปรับผิดชอบด้านการศึกษาแทนที่จะให้คนที่เข้าใจ รู้ซึ้งถึงระบบเพื่อการศึกษา ตรงกันข้ามใช้ตำแหน่งการเมืองเพื่อโควตาของนักการเมือง เปลี่ยนรัฐมนตรีเป็นว่าเล่นจนไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

    เพราะมีการวางกรอบการศึกษาด้วยประชานิยม หาเศษหาเลยกับงบประมาณที่มากมายมหาศาล วางหลักสูตรวางกติกาที่ไม่สอดคล้อง กับปัญหาที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เรื่อง แก้ไขปัญหาคือเอาปัญหาไปให้เด็กไปให้ครูอาจารย์จนสับสนกันไปหมด สิ่งที่เห็นก็คือการใช้ระบบโรงเรียนกวดวิชาเข้ามาเป็นองค์ประกอบ

    ครูบาอาจารย์ นักวิชาการทั้งหัวในหัวนอกแทนที่จะช่วยกันหาทางแก้ไขกลับกลมกลืนไปกับระบบ มิหนำซ้ำยังเป็นปากเป็นเสียงให้อย่างไม่ละอายแก่ใจแม้แต่น้อย

    มีนักวิชาการเสนอแนะว่าควรจะแยกการศึกษาออกจากเมืองเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการให้ได้

    ไหนๆก็ไหนๆกันแล้วจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสังคายนากันใหม่ทั้งระบบ.

    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าสังคายนาระบบบริหารปัญหาสุจริตประชาธิปไตยนโยบายประชานิยม

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้