วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนฉีด'ฟิลเลอร์จมูก-ใต้ตา'ทำเนื้อตายเสี่ยงตาบอด

แพทย์ผิวหนังและจักษุแพทย์เตือนอันตราย "ฉีดฟิลเลอร์จมูก" อาจทำให้ตาบอดได้ โดยที่เกาหลีใต้มีรายงานผู้ป่วยตาบอดจากการฉีดฟิลเลอร์มากที่สุด ส่วนในไทยพบผู้ป่วยแล้ว 8 ราย...

ที่สถาบันโรคผิวหนัง สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประทศไทย แถลงข่าวเรื่อง“ตาบอดเนื้อตาย ภัยร้ายจากฟิลเลอร์” โดย นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการฉีดสารเติมเต็ม หรือฟิลเลอร์เป็นที่นิยมสูงมาก ส่วนใหญ่นิยมฉีดที่จมูกและคาง ซึ่งฟิลเลอร์มีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งที่ไม่สลายตัวตามธรรมชาติ คือแบบซิลิโคนเหลว และแบบที่สลายตัวได้ตามธรรมชาติ คือ ไฮยาลูโรนิค แอซิด ซึ่งเป็นสารเติมเต็มตัวเดียวที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งนี้ ผลข้างเคียงที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ มีความร้ายแรงและรักษาได้ยาก โดยเริ่มจากการอักเสบมีหนองบริเวณที่ฉีด และติดเชื้อซ้ำซาก ร่างกายกำจัดออกได้ยาก ซึ่งเชื้อนี้จะปนอยู่กับฟิลเลอร์และไม่สลายตัว แม้จะรักษาอย่างไรก็ไม่สามารถเอาเชื้อออกได้หมด หรือเป็นตุ่มหนองจนทำให้เกิดเนื้อตาย และหากฉีดบริเวณใบหน้าสารฟิลเลอร์อาจเข้าเส้นเลือด จนทำให้ตาบอดได้ จึงขอแนะนำให้รับบริการในสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง และฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องเช่นกัน

สำหรับสารตัวนี้ใช้ในการฉีดริ้วรอย เช่น รอยตีนกา ร่องแก้ม แต่บริเวณตรงกลางหน้า คือ สันจมูกและรอบดวงตา ต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีความชำนาญมากจึงจะฉีดได้ แต่แม้จะมีความชำนาญก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ความเสี่ยงคือ เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว สารที่ฉีดเข้าไปอาจไปอุดตันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงดวงตาถ้าฉีดมากเกินไปอาจไปกดหรือไปเบียดทำให้ดวงตาขาดเลือดไปเลี้ยงได้ เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีคนไข้ที่ตาบอดเพราะไปฉีดฟิลเลอร์ซึ่งในปีนี้พบหลายรายแล้วที่มีปัญหา 

"ขอเตือนเพิ่มเติมว่าการฉีดที่บริเวณจมูกไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะอยู่ได้ไม่กี่เดือนก็ต้องฉีดใหม่ ถ้าอยากทำจมูกจริงๆ ไปผ่าตัดศัลยกรรมดีกว่าเพราะอยู่ได้ถาวรและความเสี่ยงก็น้อยกว่า ปัญหาที่น่ากังวลตอนนี้คือคนที่รับจ้างฉีดตามคลินิกต่างๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีความชำนาญจริงๆ เป็นผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมระยะสั้นๆ จากบริษัทยาที่ขายฟิลเลอร์ (สารเติมเต็ม) ชนิดนี้ รวมทั้งปัญหาที่มักจะพบเห็นอยู่เป็นประจำ กรณีมีหมอเถื่อนให้บริการฉีดฟิลเลอร์ และคนไข้ก็ไปซื้อยาตามอินเทอร์เน็ตมาฉีด สารบางตัวมีความเข้มข้นสูงถ้าไปฉีดบริเวณจมูกซึ่งใกล้กับดวงตาอาจไปอุดตันหรือกดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตาและอาจทำให้ตาบอดได้" นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังฯ กล่าว นอกจากนี้ได้แสดงตัวอย่างคนไข้รายหนึ่งที่มีอาการข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ เกิดแผลที่จมูก รักษามายาวนาน 3 ปียังไม่หาย

ด้าน นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯ กล่าวว่า จากรายงานทางการแพทย์พบผู้ป่วยที่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการฉีดสารฟิลเลอร์ทั่วโลกถึง 61 ราย และพบผู้ป่วยที่ตาบอดในประเทศเกาหลี 44 ราย สหรัฐฯ 3 ราย และในประเทศไทยมีการยืนยันพบผู้ป่วยที่ตาบอดจากการฉีดสารฟิลเลอร์แล้ว 8 ราย แต่ 1 ใน 8 คนนี้ ที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถรักษาได้ทันเวลาและมีกลับมามองเห็นได้แล้ว โดยตำแหน่งที่ฉีดแล้วเสี่ยงมากที่สุดคือ หว่างคิ้ว 58.3% และร่องแก้ม 33.3% เนื่องจากบริเวณนี้มีเส้นเลือดจำนวนมาก หากฉีดแล้วไปอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา ก็จะทำให้สูญเสียการมองเห็น จนตาบอดสนิทได้ และหากมีการอุดตันของเส้นเลือดที่สมองร่วมด้วย อาจส่งผลให้เป็นอัมพฤกษ์ได้เช่นกัน.

แพทย์ผิวหนังและจักษุแพทย์เตือนอันตราย "ฉีดฟิลเลอร์จมูก" อาจทำให้ตาบอดได้ โดยที่เกาหลีใต้มีรายงานผู้ป่วยตาบอดจากการฉีดฟิลเลอร์มากที่สุด ส่วนในไทยพบผู้ป่วยแล้ว 8 ราย... 6 มิ.ย. 2557 10:03 6 มิ.ย. 2557 10:31 ไทยรัฐ