วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัดฝุ่นไฮ-สปีดเทรน รอทหารขี่ม้าขาวลุย

โดย

ดร.จุฬา

โลกในยุคที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง ทั้งระดับสากลและภูมิภาค การมีเครื่องมือหรือทางเลือกที่ทรงประสิทธิภาพไว้เป็นตัวช่วยในการขนถ่าย และกระจายคนและสินค้า จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดที่อยู่ห่างไกล ภายในเวลาอันสั้นสุด ย่อมหมายถึงการมีแต้มต่ออยู่ในมือเหนือคู่แข่ง

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติว่า ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มีจักรยานเป็นพาหนะหลักประจำบ้าน ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย มีมอเตอร์ไซค์ ไทย มีรถปิกอัพ มาเลเซีย และ บรูไน มีรถ 6 ล้อ สิงคโปร์ มีหัวลากคอนเทนเนอร์ไว้ใช้งาน

หลับตานึกภาพ เมื่อทั้ง 10 ประเทศมีความจำเป็นต้องขนย้ายหรือกระจายทั้งคนและสินค้าในปริมาณมากสุด ภายในระยะเวลาอันสั้นสุด เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทาง หรือเส้นชัยที่กำหนดได้เร็วสุด เมื่อเสียงระฆังแห่งการออกสตาร์ตเริ่มขึ้น คงเดากันได้ไม่ยากว่า ท้ายสุดผลจะออกมาอย่างไร

รถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮ–สปีด เรล (High Speed Rail) บ้างก็เรียก High Speed Train คือหนึ่งในพาหนะหลัก ซึ่งเป็นตัวช่วยข้างต้น ที่หลายประเทศต่างมุ่งหวังจะนำมาใช้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านโลจิสติกส์ หรือเพิ่มแต้มต่อในการขนถ่ายและกระจายทั้งคนและสินค้าให้แก่ประเทศของตัวเอง

ไม่ต้องดูอื่นไกล ยามนี้เพื่อนบ้านของไทย อย่าง ลาว มาเลเซีย และสิงคโปร์ อยู่ระหว่างกำลังเร่งเดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงกันอย่างเต็มที่ โดยคาดว่าภายในอีกไม่เกิน 4 - 6 ปีข้างหน้า ทั้ง ชาวลาว มาเลเซีย และ สิงคโปร์ จะเป็น 3 ชาติแรกที่ได้ใช้งานรถไฟความเร็วสูงก่อนใครในอาเซียน

พูดถึงลาว ไม่เพียงจะล้ำหน้าไทยไปแล้วหลายก้าว เพราะนอกจากจะมีระบบโทรศัพท์แบบ 4 G ใช้ก่อนไทย ประเทศคอมมิวนิสต์ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่า ล้าหลังทั้งด้านสาธารณูปโภค และการคมนาคมขนส่งที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย แถมยังติดอันดับประเทศยากจนสุดประเทศหนึ่งในโลกด้วย

แต่เชื่อหรือไม่ วันนี้ลาวได้ทุ่มงบประมาณถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลงทุนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ระยะทาง 220 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างแขวงสะหวันนะเขต กับเมืองลาว บาว ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกสุดกับฝั่งตะวันออกสุดของประเทศ โดยได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว เมื่อช่วงหลังปีใหม่ที่ผ่านมา

เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ เส้นทางดังกล่าวจะเชื่อมต่อลาวกับเมืองดานัง เมืองท่าชื่อดังของเวียดนาม ทำให้ลาวสามารถลบล้างข้อจำกัด ในเรื่องที่ไม่มีชายฝั่งทะเลเป็นของตัวเอง

ขณะที่ มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ล่าสุดอยู่ระหว่างกำลังหารือในขั้นตอนสุดท้าย ถึงแผนการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง เชื่อมระหว่างสองประเทศ โดยคาดว่าการหารือจะแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นปีนี้ หลังจากนั้นจะเริ่มโครงการก่อสร้างได้ทันที โดยมีกำหนดโครงการรถไฟความเร็วสูงแล้วเสร็จ ภายในปี 2563

เส้นทางก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของมาเลเซีย-สิงคโปร์ มีระยะทางราว 400 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากสิงคโปร์ ไปยังรัฐยะโฮร์ ผ่านกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองปีนัง ของมาเลเซีย โดยรถไฟความเร็วสูงวิ่งด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเดิมที่เคยใช้เวลา 5 ชั่วโมงทางรถยนต์ เหลือเพียงชั่วโมงครึ่ง

หันมาดู โครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย กันบ้าง ก่อนหน้านี้หลายคนอาจคิดว่า เป็นโครงการที่ถูกศาลตีตกไปแล้ว ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า การออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ จำนวน 2 ล้านล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งสุดท้าย ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

แต่ความจริงตัวเนื้อหาของโครงการฯ หาได้ถูกตีตกตามไปด้วย เพราะโครงการนี้เป็นสิ่งที่แทบทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า เพื่อประโยชน์ในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ รถไฟความเร็วสูงเป็นสิ่งที่ประเทศไทย ไม่อาจปฏิเสธ เพียงแต่จะใช้วิธีการหาเงินมาก่อสร้างอย่างไร จึงจะไม่ตกเป็นภาระหนักต่องบประมาณแผ่นดินเกินไป

ดร.จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พูดถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง สายเหนือ จาก กรุงเทพฯ–พิษณุโลก–เชียงใหม่ ซึ่งมีระยะทางรวม 669 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุนต่อสายประมาณ กว่า 2–3 แสนล้านบาท ว่า

สนข.ได้ดำเนินการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะแรก กรุงเทพฯ–พิษณุโลก แล้วเสร็จ และกำลังศึกษาออกแบบรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 พิษณุโลก–เชียงใหม่ คืบหน้าไปประมาณ 80% ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ

ผอ.สนข. กล่าวขณะนำคณะสื่อมวลชนไทย ไปดูงานรถไฟความเร็วสูง ที่ประเทศเกาหลีใต้ ว่า

“ผมอยากให้เห็นว่า รถไฟความเร็วสูงไม่จำเป็นต้องเกิดในประเทศที่มีประชากร 100 ล้านคนขึ้นไป เกาหลีใต้มีประชากรแค่ 50 ล้านคน และมีหลายๆอย่างที่คล้ายคลึงกับเรา การมีรถไฟความเร็วสูงทำให้เขามีรายได้จากการท่องเที่ยว การขนสินค้า การกระจายสินค้า มีข้อได้เปรียบกว่าการใช้เครื่องบิน เพราะรถไฟความเร็วสูง มีสถานีรายทาง เครื่องบินมีแค่หัวกับท้ายหรือต้นทางกับปลายทางเท่านั้น”

ดร.จุฬาบอกว่า รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ ตามที่ สนข.ได้ทำการศึกษา นอกจากมีส่วนช่วยให้ช่องว่างระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองอื่นๆแคบลง ยังช่วยยกระดับคุณภาพการเดินทางให้ประชาชน สามารถเดินทางได้เร็วขึ้น ปลอดภัยกว่าการใช้รถยนต์ โดยใช้เวลาพอๆกับการเดินทางโดยเครื่องบิน

แต่เหนือกว่าเครื่องบินตรงที่รถไฟความเร็วสูง จะมีสถานีอยู่ใจกลางเมือง ไม่ต้องเผื่อเวลารอขนสัมภาระ และเดินทางเข้า-ออกจากสนามบินไปยังตัวเมือง นอกจากนี้ยังผ่านสถานีรายทางใหญ่ๆอีก 5 สถานี

“สรุปแล้ว การมีรถไฟความเร็วสูง มันไม่ใช่แค่การมีรถไฟ แต่พ่วงเอาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการขนส่ง การเชื่อมโยงการค้า การลงทุน สร้างโอกาสใหม่ให้แก่ธุรกิจในท้องถิ่น ไม่ว่าในรูปของการท่องเที่ยว เอสเอ็มอี การสร้างงาน สร้างรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่น ประโยชน์จึงเกิดแก่เศรษฐกิจโดยรวม”

ส่วนการจะเลือกว่า ไทยควรใช้ระบบรถไฟความเร็วสูงของประเทศใดดี ระหว่าง จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และ เกาหลี ดร.จุฬาบอกว่า คงจะดูที่ราคาถูกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ยังมีประเด็นอื่นให้ต้องพิจารณา เช่น ราคาตัวรถ และค่าบำรุงรักษาในช่วง 25 ปี ซึ่งเป็นอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยของรถไฟความเร็วสูง

รถไฟความเร็วสูง เป็นเรื่องที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก จึงมักจะถูกนำไปโยงเป็นประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องการทุจริต

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธานประชุมรับฟังภารกิจของกระทรวงคมนาคม บอกว่า

โครงการที่เป็นแผนแม่บทของกระทรวงคมนาคม ซึ่งบรรจุอยู่ใน พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทนั้น จะใช้เวลาศึกษารายละเอียด 2 สัปดาห์ ถ้ามีโครงการใดที่ต้องสานต่อ จะเสนอให้คณะผู้บริหาร คสช. พิจารณา

“โครงการรถไฟความเร็วสูง ยังเป็นที่สนใจของ คสช. จึงต้องมาดูว่าเส้นทางระหว่างภาคกลางไปภาคเหนือ กับภาคกลางไปอีสาน มีส่วนใดบ้างที่ขัดข้อง แต่เชื่อว่าจะดำเนินการต่อได้ เพียงแต่ต้องจัดการเรื่องสภาพคล่องทางการเงินก่อน”

หรือลงท้ายจะเป็นอย่างที่พูดกันทีเล่นทีจริงว่า โครงการไฮ–สปีด เทรนเมืองไทย ทักษิณคิด อภิสิทธิ์ค้าน แต่สุดท้าย ทหาร คือพระเอกตัวจริง เพราะเป็นผู้ทุบโต๊ะเปรี้ยง สั่งเดินหน้าลงมือทำ.

6 มิ.ย. 2557 09:18 ไทยรัฐ