วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประยุทธ์สั่งเฉียบห้ามโกง! เล่นงานไม่ไว้หน้า

ประยุทธ์สั่งเฉียบห้ามโกง! เล่นงานไม่ไว้หน้า

  • Share:

มาร์คจับตาคสช.ทํางบ58 ต้องโปร่งใส-ปชช.มีส่วน รองปลัดกห.นํา‘เหล่าทัพ’ เยือน‘จีน’กระชับสัมพันธ์

“ประยุทธ์” เล่นบทเข้มสั่ง คตร.ประกบติด ทุกหน่วยงานเร่งรัดโครงการตามกรอบงบฯปี 57 ขู่ลั่นห้ามมีทุจริต ฟันไม่เลี้ยงเดินเครื่องเต็มสูบตั้งศูนย์ปรองดองปูทางปฏิรูป มอบ มท.แม่งานเรียกคืนรอยยิ้มคนไทย “สีหศักดิ์” ชูแผน 3 ขั้นสู่การเลือกตั้งกล่อมเวียดนาม ดึงความเชื่อมั่นอาเซียนถ่วงดุลชาติมหาอำนาจ คสช.เล็งขอ ตร.สากลไล่ล่าพวกหัวแข็งหนีคดี ม.112 กต.ประสานต่างประเทศบล็อก “จักรภพ” ตั้งองค์กรพลัดถิ่น “รองปลัด กห.” ยกคณะตัวแทนเหล่าทัพบินเยือนจีน 11-13 มิ.ย. โชว์กระชับความสัมพันธ์ทางทหาร “มาร์ค” ท้า คมช.พิสูจน์จริงใจปราบทุจริต จัดทำงบฯปี 58 ต้องโปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ ป.ป.ช.เค้นสอบบัญชี “ปู-4 รมต.” โยงคดีจำนำข้าว ลุ้นฟันซ้ำ “ยิ่งลักษณ์” ซุกนาฬิกาหรู

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งสลายสีเสื้อ ลดความขัดแย้ง คืนความสุขให้คนไทย พร้อมทั้งเร่งรัดการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 และแก้ไขปัญหาเร่งด่วนทางเศรษฐกิจ ล่าสุดได้สั่งกำชับทุกหน่วยงานห้ามไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชันเด็ดขาด

“บิ๊กตู่” มอบ “บิ๊กโด่ง” ตามงาน คสช.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุม คสช.ติดตามการดำเนินการและผลข้อสรุปการประชุมคณะต่างๆ จากการประชุมเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. โดยเฉพาะผลการประชุมของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เรื่องการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ความร่วมมือจากหลายกระทรวงซึ่งเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งหารือกิจกรรมโดยเฉพาะกิจกรรมคืนความสุขให้คนในชาติ

เชิญองค์กรอิสระถกผลกระทบ ก.ม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อุดมเดชกล่าวเน้นย้ำในที่ประชุมหลายเรื่อง อาทิ ขอให้กระทรวงไอซีที ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอันดีให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องประชาชนให้มากขึ้น รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจ ที่ผ่านมาหัวหน้า คสช.ได้พบปะหารือกับกลุ่มนักลงทุนประเทศญี่ปุ่นที่มีสัดส่วนการลงทุนในไทยมากที่สุด เกินกว่าร้อยละ 50 สามารถเรียกความเชื่อมั่นคืนมาได้เป็นอย่างดี ส่วนงานฝ่ายสังคมจิตวิทยาได้พูดถึงการใช้มิติทางด้านวัฒนธรรมแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชาติ และงานด้านเศรษฐกิจได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทหารในทุกกองทัพภาคเตรียมกำลังพลให้พร้อม เพราะทันทีที่มีการตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการตรวจสอบสต๊อกข้าวเสร็จสิ้น งานต่อไปก็คือการลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวทั่วประเทศ และเตรียมนัดประชุมองค์กรอิสระ 7 องค์กร เพื่อรับทราบผลกระทบต่างๆ เพื่อหาทางออกร่วมกันในวันที่ 6 มิ.ย.

“ประยุทธ์” ขันนอตหน่วยขึ้นตรง

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ บก.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นประธานการประชุม 3 ส่วนงานคือ กลุ่มงานฝ่ายกิจการพิเศษ กลุ่มงานฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และส่วนงานขึ้นตรงหัวหน้า คสช.ซึ่งเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคง มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมครบทุกภาคส่วน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ทุกหน่วยงาน รวมทั้งองค์กรอิสระเดินหน้าแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้ภายใต้ความชอบธรรมและโปร่งใส คสช.จะให้การสนับสนุน โดยยึดมั่นตามหลักการที่ไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหายมากไปกว่านี้

หัวหน้า คสช.ยังกล่าวในที่ประชุมว่า ต้องการเห็นทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างชาติ สร้างวินัยให้สมบูรณ์ทัดเทียมกับต่างประเทศ ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆให้ผ่านพ้นไปได้ ขอให้แต่ละหน่วยงานทุกกลุ่มงานเร่งดำเนินการ ส่วนกรณี คสช.ได้ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบการทำงานภายในแต่ละส่วนงานเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนโดยรวม พร้อมย้ำทุกส่วนราชการใช้ความระมัดระวังในการดำเนินงาน และศึกษาด้วยว่าจะก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวหรือไม่

สั่งฝ่าย ก.ม.อำนวยความยุติธรรม

จากนั้น พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช. กล่าวว่า หน.คสช.ให้ความมั่นใจว่างานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไปตามปกติ และเป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมทุกประการ และให้ทุกหน่วยงานด้านยุติธรรมใช้กฎหมายเพื่อทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ลดความขัดแย้ง ให้ดำรงการทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือข้อจำกัดของกฎระเบียบต่างๆ ให้ประชาชนได้รับความสะดวก ทั้งด้านการค้า การลงทุนต่างประเทศ การติดต่อราชการ เป็นต้น ฝ่ายกิจการพิเศษ ให้ความสำคัญกับโครงการและแผนงานการเผยแพร่องค์ความรู้ของศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน รวมทั้งให้พิจารณาถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม ถูกต้อง และให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วมตัดสินใจการบริหารจัดการเรื่องใดๆของภาครัฐ

คสช.ลุยปรองดองปูทางปฏิรูป

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช. แถลงถึงขอบเขตการทำหน้าที่ของสำนักคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปที่ คสช.ตั้งขึ้นว่า คณะกรรมการดังกล่าวจะทำงาน 2 ส่วนคือ ในส่วนของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ที่จะจัดขึ้นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ดำเนินการโดยฝ่ายปกครอง และ กอ.รมน.จะเน้นการจัดกิจกรรม อาทิ การแสดงดนตรี ตรวจสุขภาพ จัดเวทีพบปะในระดับหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด อีกส่วนเป็นคณะทำงานเตรียมการปฏิรูป ระยะแรก คสช.จะอยู่ในฐานะผู้อำนวยความสะดวก สนับสนุนเปิดพื้นที่หรือเวทีให้แต่ละภาคส่วนพบปะพูดคุยกัน และจัดระเบียบความรู้สึกของคนในพื้นที่ คสช.จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลไม่ประมวลผลหรือสรุป แต่จะนำข้อมูลส่งต่อให้สภาปฏิรูปซึ่งอยู่ในการปฏิบัติระยะที่ 2

มอบ มท.เรียกคืนรอยยิ้มให้คนไทย

น.ส.ปัทมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษก คสช.ฝ่ายพลเรือน กล่าวว่า กิจกรรมการสร้างความปรองดอง คสช.ได้มอบกระทรวงมหาดไทย ซึ่งใกล้ชิดในพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยตั้งศูนย์ปรองดองทุกจังหวัด และบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรม ทางกองทัพจะเข้าไปสนับสนุนและอำนวยความสะดวก นอกจากนี้จะเพิ่มกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพิ่มเติม กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อต้องการเปิดพื้นที่ สร้างสภาวะแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ได้พบปะทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเรียกรอยยิ้มคืนมาสู่คนไทย ก่อนจะเดินหน้าปฏิรูปอย่างจริงจัง เป็นไปตามเจตนารมณ์ของหัวหน้า คสช.

ปัดตั้งโต๊ะรับบริจาคเงินช่วยทหาร

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ส่วนประกาศเคอร์ฟิว ขณะนี้บางพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวมีการผ่อนปรนไปแล้ว หากฝ่ายความมั่นคงและด้านการข่าวประเมินแล้วเห็นว่าสงบเรียบร้อยดี จะผ่อนปรนในพื้นที่อื่นต่อไป เจ้าหน้าที่ทราบดีว่า การประกาศเคอร์ฟิวกระทบชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน นอกจากนี้ขอแจ้งเตือนว่า ขณะนี้มีบุคคลบางกลุ่มที่กระทำไม่เหมาะสมเปิดรับบริจาคเงิน อ้างว่าจะนำเงินดังกล่าวให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งไม่เป็นความจริง และเป็นการกระทำโดยมิชอบ หลอกลวงเพื่อแสวงหา ผลประโยชน์ส่วนตน จะมีฐานความผิด ไม่อยากให้กระทำลักษณะแบบนี้ จะกระทบต่อบุคคลอื่น ขอให้เลิกการกระทำดังกล่าว ส่วนการดำเนินการกับกลุ่มต่อต้านการรัฐประหารเบื้องต้นจะมีมาตรการ 2 รูปแบบ คือ 1.ป้องกันการติดต่อสื่อสาร และ 2.หากไม่เชื่อฟังจะต้องมีมาตรการจากเบาไปหาหนัก เริ่มจากการเจรจาเป็นหลัก

ขอ ตร.สากลไล่ล่าพวกฝืนคำสั่ง คสช.

ผู้สื่อข่าวถามว่า คสช.จะติดตามตัวบุคคลที่ไม่มารายงานตัวตามคำสั่งโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีพฤติกรรมหมิ่นสถาบันอย่างไร พ.อ.วินธัยตอบว่า ต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพราะมีกระแสข่าวว่าหลายคนอยู่ในต่างประเทศ โดยกฎหมายที่ คสช.บังคับใช้สามารถใช้ได้ในราชอาณาจักรเท่านั้น รวมไปถึงยังไม่ทราบหลักแหล่งที่พำนักของแต่ละคนอย่างชัดเจน ซึ่งหากฝ่ายกฎหมายเห็นว่ามีช่องทางสามารถดำเนินการได้ โดยที่ผ่านมาจะเป็นในรูปแบบขอความร่วมมือในประเทศนั้นๆ รวมไปถึงการขอความร่วมมือกับทางตำรวจสากลด้วย

“บิ๊กตู่” คำรามลั่นห้ามมีทุจริต

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คสช.ฝ่ายพลเรือน กล่าวถึงผลการประชุม คสช. 3 ฝ่าย ที่ประกอบด้วย ฝ่ายความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมได้ ติดตามแผนงานตามกรอบงบประมาณปี 57 โดยเน้นย้ำโครงการเร่งด่วนที่เป็นไปตามกรอบ ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องศึกษาความเป็นไปได้ของแต่ละโครงการตามความเหมาะสม โดยจะมีคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ร่วมตรวจสอบอีกครั้ง ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ได้ให้ความสำคัญเรื่องการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน โดยจะไม่ไว้หน้าใครหากมีความคิดจะทุจริตคอร์รัปชัน หัวหน้า คสช.ยังฝากให้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนเพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เช่น เรื่องของโครงสร้างพลังงาน และภาษี เน้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ปฏิเสธปลดบอร์ด ปตท.แค่ข่าวลือ

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวอีกว่า กรณีที่มีกระแสข่าวการลดราคาน้ำมันและราคาก๊าซ หรือการปลดบอร์ด ปตท.นั้นถือเป็นข่าวลือ เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความกรุณาอย่าหลงเชื่อข่าวดังกล่าว สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาชี้แจงทำความเข้าใจกับนานาชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในเหตุการณ์ทั้งก่อน และหลังวันที่ 22 พ.ค. โดยอยากให้ต่างประเทศเข้าใจถึงบริบทของประเทศไทยในขณะนี้

ห่วงเกษตรกร-ต่างด้าว-การศึกษา

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวว่า หัวหน้า คสช.ได้ให้แนวทางโดยอยากให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศโดยเฉพาะการกระตุ้นภาคการเกษตรให้เน้นการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต และเรื่องเมล็ดพันธุ์ ส่วนปัญหาน้ำป่า และขยะต้องวางโครงสร้างทั่วประเทศตามกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หัวหน้า คสช.ยังห่วงใยปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการจัดระเบียบพื้นที่ที่พักให้เป็นหมวดหมู่ ขณะเดียวกันยังเป็นห่วงโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวทางภาคเหนือ และโรงเรียนที่ถูกไฟไหม้ในพื้นที่ภาคใต้ ให้กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 3 และ 4 เร่งสร้างอาคารเรียนทดแทน พร้อมกับให้สอดแทรกวิชาประวัติศาสตร์ไทยและสร้างความภูมิใจในความเป็นไทยเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย

รองปลัด กห.-ผู้แทนเหล่าทัพเยือนจีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แจ้งกำหนดการแถลงข่าววันที่ 6 มิ.ย. ภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เรื่องความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมไทย-จีน โดยมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมจีนทำหนังสือเชิญไทยไปเยือนอย่างเป็นทางการ โดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมผู้แทน ผู้บัญชาการสูงสุดและ ผบ.เหล่าทัพ จะเดินทางไปเยือนกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 11-13 มิ.ย. เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการทหาร การฝึกศึกษาและการพัฒนาด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังพร้อมสานต่อความสัมพันธ์ทางด้านทหาร เนื่องจากที่ผ่านมาไทยเป็นผู้ประสานประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้เป็นอย่างดี ทุกฝ่ายต้องการให้เกิดการเจรจากันอย่างสันติ และไทยยังทำหน้าที่เป็นผู้ประสานกับจีนในฐานะประเทศผู้ขัดแย้งนอกภูมิภาคอีกด้วย ทั้งนี้ จีนได้แสดงท่าทีเข้าใจปัญหาการเมืองในประเทศไทย และมองว่าเป็นปัญหาภายในประเทศ จีนจะไม่เข้ามาแทรกแซงแต่อย่างใด

“สีหศักดิ์” ชูปรองดองกล่อมเวียดนาม

วันเดียวกัน ที่กรุงฮานอย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.ต่างประเทศ เดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 4-5 มิ.ย. และมีกำหนดพบปะหารือกับนายฝ่าม บิ่งห์ มิงห์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศเวียดนาม ในเวลา 11.00 น. ก่อนเข้าพบหารือ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เวียดนามเป็นประเทศอาเซียนที่ 3 ที่มาเยือน ถือเป็นมิตรประเทศเพื่อนบ้านจำเป็นต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจชั่วคราวให้เกิดความเชื่อมั่นในอาเซียนด้วยกันก่อน และขณะนี้ คสช.มีแผนปรองดองและแผนสำหรับการเดินหน้าเลือกตั้ง หรือแผน 3 ขั้นที่ชัดเจน เชื่อว่าจะทำให้นานาประเทศเข้าใจ โดยกระทรวงการต่างประเทศมีแผนที่จะเดินสายชี้แจงกับประเทศอาเซียนก่อน จากนั้นจะไปญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย คำถามในใจของประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่คือกรอบเวลา เมื่อมีกรอบเวลาชัดเจนหวังว่าจะทำให้มั่นใจมากขึ้น

หารือสื่อนอกเคลียร์ละเมิดสิทธิ

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เราจะเดินสายชี้แจงทุกช่องทาง กลับไปจะไปพบกับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในไทย เพราะข่าวที่ออกไป อาจคาดเคลื่อน นายสีหศักดิ์ กล่าวและว่า สำหรับกรณีที่หลายประเทศประกาศยกเลิกความร่วมมือหรือตัดงบประมาณความร่วมมือกับไทย ได้ชี้แจงและขอให้มองผลประโยชน์ระยะยาว ไทยไม่ได้หายไปจากแผนที่ ยังคงอยู่และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การเมืองในภูมิภาค การกระทำหรือท่าทีของบางประเทศที่แสดงออกมา อาจทำให้เกิดความเสียหายกับตัวเอง ส่วนกรณี คสช.ควบคุมตัวบุคคลบางคนยังอยู่ในอนุสัญญาสากลตามหลักมนุษยธรรม เป็นการควบคุมเพื่อความสงบไม่เกิน 7 วันตามกฎหมาย เชื่อว่านานาชาติเข้าใจ

หวังอาเซียนช่วยถ่วงดุลนานาชาติ

จากนั้นนายสีหศักดิ์ กล่าวภายหลังการหารือว่า ฝ่ายเวียดนามขอบคุณที่มาชี้แจงและเห็นว่าไทยมีบทบาทสำคัญเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ จึงห่วงใยสถานการณ์ในไทย และเชื่อมั่นว่าไทยสามารถแก้ไขปัญหาได้ เวียดนามซึ่งยึดหลักไม่แทรกแซงกิจการภายใน ได้ติดตามสถานการณ์ในไทยและเห็นว่าไทยประกาศแผนการดำเนินการตามขั้นตอน จึงมั่นใจว่าสถานการณ์ในไทยดีขึ้น และนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามก็ไม่กังวล ซึ่งได้ขอให้เวียดนามสนับสนุนไทยในเวทีต่างๆ อาทิใน การประชุมอาเซียน-ยุโรป เนื่องจากมีท่าทีจากบางประเทศกดดันไทยและลดระดับความสัมพันธ์ โดยขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ในระยะยาวกับไทย มั่นใจว่าประเทศในอาเซียนด้วยกันจะเข้าใจประเทศไทยซึ่งมีบทบาทในอาเซียน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2

ตามบล็อก “จักรภพ” ตั้งแดงพลัดถิ่น

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อตั้งองค์กรต่อต้านรัฐประหารของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในต่างประเทศว่า กระทรวงการต่างประเทศทำความเข้าใจและประสานกับประเทศทั้งในและนอกอาเซียนในเรื่องนี้แล้ว โดยแจ้งให้มิตรประเทศทราบถึงสถานการณ์ภายในและการดำเนินการภายใต้โรดแม็ป 3 ขั้น ยืนยันว่าเป้าหมายคือการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งและประชาธิปไตย จึงหวังว่ามิตรประเทศของไทยจะเข้าใจ ไม่เปิดให้ใครใช้ประเทศของเขาเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย อธิบดีกรมที่เกี่ยวข้องได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆทุกภูมิภาค ได้รับคำตอบที่แสดงถึงความเข้าใจอันดีและแสดงจุดยืนจะไม่ให้ใครใช้ประเทศของเขาเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง

วางคิวแจงอาเซียนบวก 20 คู่เจรจา

นายเสขกล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นการเยือนเวียดนาม ในวันที่ 7-10 มิ.ย. ปลัดกระทรวงการต่างประเทศจะเดินทางไปพม่าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง มีประเทศคู่เจรจาของอาเซียนอีกกว่า 20 ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย สหรัฐฯ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และรัสเซีย เข้าร่วมประชุม จะใช้โอกาสนี้ชี้แจงพัฒนาการการเมืองไทย รวมถึงหารือกับเจ้าหน้าที่อาวุโสของประเทศต่างๆ ด้วย

“จักรภพ” แพลมใช้ชื่อกลุ่มเสรีไทย

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานการสัมภาษณ์นายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ทางโทรศัพท์ ถึงการตั้งองค์กรพลัดถิ่นว่า พวกตนเชื่อว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยถูกทำลายอย่างเป็นระบบ ประชาชนถูกทำโทษ ไล่ล่า กดขี่ข่มเหง โดยไร้ความเที่ยงธรรม ยุติธรรม และถูกต้องเหมาะสม พวกตนมีเป้าหมายตั้งองค์กรเพื่อทุกกลุ่มที่ประท้วงรัฐประหาร ทั้งในและนอกประเทศ ไทย ซึ่งไม่ใช่กลุ่มหัวรุนแรง แต่ใช้วิธีอารยะขัดขืน ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ลี้ภัยอยู่ ในต่างประเทศ ไม่เกี่ยวข้องหรือมีอิทธิพลต่อการก่อตั้งขบวนการนี้ พวกตนจะเดินหน้าต่อไปแม้จะมีหรือไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ก็ตาม

ด้านนายสุนัย จุลพงศธร อดีต ส.ส. พท.ให้สัมภาษณ์ทางสไกป์ว่า สมาชิกบางส่วนของกลุ่มต่อต้านรัฐประหารจะยังคงอยู่ในประเทศไทย พวกตนจะต่อสู้ด้วยข้อมูลข่าวสาร แต่ตอนนี้ยุทธศาสตร์ยังไม่ชัดเจน ส่วนตนยังอยู่ในประเทศไทย ภายใน 3 เดือน ทหารจะผ่อนคลายความเข้มงวดลง ซึ่งตอนนั้นพวกตนจะเคลื่อนไหว ทั้งนี้ ทั้งนายจักรภพและนายสุนัยเผยด้วยว่ากลุ่มของตนจะตั้งในประเทศที่เป็นกลาง แต่ไม่ใช่ในกัมพูชา เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ยุ่งยาก นายจักรภพเผยด้วยว่ากลุ่มของตนอาจตั้งชื่อว่า “ขบวนการเสรีไทย” (Free Thai Movement) ตามชื่อกลุ่มใต้ดินต่อต้านการยึดครองของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

“ปนัดดา” ดันผลศึกษา 108 เวที

วันเดียวกัน เวลา 07.15 น. ที่ตึกสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำข้าราชการ สปน.ทำบุญ ตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป จากวัดมกุฏกษัตริยาราม มีนายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วม ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า เป็นการทำบุญเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการ สปน. อยากให้ข้าราชการวางตัวเป็นแบบอย่างที่ถูกต้อง ยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นข้าราชการของทุกฝ่าย ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนการสร้างความปรองดองในจังหวัดต่างๆประชาชนตื่นตัวกันมาก เมื่อถามว่า ทาง คสช.มีแนวคิดจะนำผลการศึกษาของ 108 เวทีที่ สปน.ทำไว้ มาปรับใช้หรือไม่ ม.ล.ปนัดดา ตอบว่า แต่ละหน่วยงานจะนำผลการศึกษาที่เคยทำไว้นำมาประยุกต์ใช้ และจะมีการนำแนวคิดผู้นำต่างประเทศที่เคยมาบรรยายในไทย เช่น นายโทนี แบลร์ อดีตนายกฯสหราชอาณาจักร มาเป็นแนวทางปฏิรูป

ออก 8 กฎเหล็กคุมเข้ม ขรก.

ต่อเวลา 11.00 น. ที่ห้อง 501 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดาเป็นประธานประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจการเสนอหนังสือของบประมาณกับหัวหน้าราชการ หัวหน้างานรัฐวิสาหกิจ โดย ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ขอย้ำการดำเนินการ 8 มาตรการอย่างเคร่งครัด คือ 1.สร้างความเชื่อมั่นและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง 2.พัฒนาองค์กรให้มีสมรรถนะสูง 3.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรภาครัฐ 4.วางระบบการบริหารงานราชการแบบบูรณาการ 5.ส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองบนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 6.ยกระดับความโปร่งใสบนพื้นฐานระเบียบกฎหมายและยึดหลักธรรมาภิบาล 7.ขยายผลโครงการภายใต้ร่มพระบารมีและ 8.สร้างความพร้อมของระบบราชการไทย เพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน

“วิษณุ” ลุยเคลียร์ ก.ม.ค้างสภา

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า คสช.มอบหมายให้ตนดำเนินการ 2 ส่วนคือ 1.กฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาฯ โดยให้ตนพิจารณาดูว่า กฎหมายฉบับใดที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ หรือควรรอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา รวมถึงกฎหมายที่ค้างอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาด้วย และยังมีกฎหมายที่กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ อยากแก้ไขแต่ติดขัดบางประการ ให้ทำเสนอขึ้นมา กฎหมายทั้งหมดวางอยู่บนโต๊ะที่หัวหน้า คสช.ประมาณ 100-200 ฉบับ คสช.นำมาให้ตนดูแล้ว และ 2.มีบางเรื่องโดยเฉพาะเจาะจง เช่น มีการออกประกาศ คสช.ไปก่อน แล้วมีหน่วยงานรายงานมาว่ามีข้อขัดข้องในทางปฏิบัติต้องมาแก้ไขต่อไป ซึ่งมี 50-60 ฉบับ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า คสช.สั่งให้ตนร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว ยืนยันว่ายังไม่ได้รับมอบหมายหรือแจ้งจาก คสช. แต่อาจมีความตั้งใจหรือใครที่ไปยกร่างขั้นต้นเสร็จแล้วอาจจะมาให้ดู เมื่อถามถึงรูปแบบการตั้ง สนช. นายวิษณุกล่าวว่า ทุกอย่างต้องอยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่วันนี้ยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญอยู่ไหน หรือร่างเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ยังไม่เห็นตัวร่าง

เลขาวุฒิฯชงสะสางเรื่องสำคัญ

ที่รัฐสภา นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภารับเรื่องนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯโปรดเกล้าฯแต่งตั้งว่าที่ประธานวุฒิสภาคนใหม่คืนจากสำนักราชเลขาธิการแล้ว นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่เป็นอำนาจหน้าที่วุฒิสภาค้างอยู่คือ การทูลเกล้าฯ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ รวมทั้งนายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่งทั้ง 2 เรื่องไปยัง คสช.แล้ว เพื่อให้ คสช.พิจารณาดำเนินการแทนวุฒิสภา

พณ.ขอเอกชนตรึงสินค้า 6 เดือน

ขณะที่นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า วันที่ 6 มิ.ย. จะหารือกับผู้ประกอบการสินค้าที่ พณ.ติดตามดูแล 205 รายการ เพื่อขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าตามนโยบายของ คสช. 6 เดือน ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-พ.ย.57 จากก่อนหน้านี้ที่ขอความร่วมมือตรึงราคามาแล้ว 6 เดือนเพื่อดูแลภาวะค่าครองชีพให้ประชาชน รวมถึงจะหารือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) ขอความร่วมมือตรึงราคาอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) ภายในห้างตามราคาแนะนำที่กระทรวงกำหนดไม่เกินจานละ 30-35 บาท นอกจากนี้จะเร่งจัดงานมหกรรมธงฟ้านำสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด 20-40% มาจำหน่าย โดยไม่ต้องขออนุมัติงบฯเพิ่มเติม เพราะยังมีงบฯเดิมของปี 57 เหลืออยู่เพียงพอที่จะนำมาจัดมหกรรม
ธงฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้น โดยงานแรกจะเริ่มจัดปลายเดือน มิ.ย. ที่ไบเทค บางนา และเดือน ส.ค. จัดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขณะที่มาตรการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำยังไม่ได้ข้อสรุป อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

วสท.ยื่นยุบ สบอช.ยกเลิก 10 เมกะน้ำ

เวลา 15.00 น. ที่บริเวณด้านหน้า บก.ทบ.นักวิชาการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นำโดยนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน และนายบัญชา ขวัญยืน ประธานคณะอนุกรรมการวิศวกรรมแหล่งน้ำ เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เพื่อเสนอข้อเร่งด่วนการจัดการน้ำของประเทศในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน และขอให้ยุบสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) พร้อมยกเลิกแผนงาน 10 โมดูล เพราะแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ มีการบิดเบือนผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตผิดขั้นตอน เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนก่อสร้างในแวดวงนักการเมืองและข้าราชการ นายปราโมทย์กล่าวว่า ขอให้ คสช. จัดระบบทบทวนใหม่ ไม่ให้นักการเมืองและข้าราชการที่รับประโยชน์มาแทรกแซง และใช้แผนบริหารจัดการน้ำที่กรมชลประทานศึกษาร่วมกับไจก้าและแนวทางที่ วสท.ศึกษาไว้

“นาวิน” รายงานตัวค่ายพ่อขุนผาเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 48/2557 ให้บุคคลรายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 5 มิ.ย. เวลา 13.00-15.00 น. ประกอบด้วย นายสมชาย สอนอุบล แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี นายนาวิน บุญเสรฐ อดีตเลขานุการ รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาลนายสมชาย วงสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายธานินทร์ อังสุวรังษี อดีตผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย คนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า เมื่อเวลา 13.10 น. ภรรยาของนายนาวินได้เดินทางเข้ามายังสโมสรทหารบก เทเวศร์ เพื่อเข้าชี้แจงกับฝ่ายกฎหมายของ คสช.ว่า นายนาวินได้เข้ารายงานตัวที่ค่ายพ่อขุนผาเมือง จ.เพชรบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว ต่อมาเวลา 13.40 น. นายธานินทร์เดินทางเข้ารายงานตัวด้วยตนเอง ส่วนนายสมชายไม่ได้มารายงานตัวตามกำหนด

สมาคมทนายฯยื่นขอประกัน “อ๋อย”

ความคืบหน้าการดำเนินคดีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ที่ถูกควบคุมตัวไปขึ้นศาลทหาร หลังจากไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งคสช.ตามกำหนด โดยในวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวนายจาตุรนต์ไปขึ้นศาลทหารเพื่อขอฝากขังผลัด 2 เนื่องจากครบกำหนด 12 วัน ในการฝากขังผลัดแรก วันเดียวกัน นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันที่ 6 มิ.ย. เวลา 10.00 น. สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยจะยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว นายจาตุรนต์ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ หลังญาติของนายจาตุรนต์ร้องขอให้จัดทีมทนายช่วยเหลือการขอประกันตัว ซึ่งการขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาจะต้องได้รับในการต่อสู้คดี เหมือนอารยประเทศทำกัน เชื่อว่าแม้จะอยู่ระหว่าง ประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ให้ประกันตัว เมื่อเทียบเคียงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่ใช้เงินประกันตัวเพียง 6 แสนบาท และคณะทำงาน กปปส.ที่ร่วมกิจกรรมก็ได้รับการประกันตัวทั้งหมดด้วยเงินเพียง 1 แสนบาท

“มาร์ค” บี้รูปแบบปรองดองต้องชัดเจน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง แผนการปฏิรูปประเทศและสร้างความปรองดองของ คสช.ว่า ถูกต้องที่วางกรอบให้คนในสังคมเห็นต่างได้ แต่ทำอย่างไรให้ความแตกต่างอยู่ด้วยกันได้ตามวิถีทางประชาธิปไตย ไม่ใช่การปลุกระดมยั่วยุให้นำไปสู่ความเกลียดชังและความรุนแรง จะทำให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างไร ยังไม่ทราบว่าสภาปฏิรูปจะมีอำนาจหน้าที่อย่างไร แต่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนเรื่องความสงบ การปรองดองและการปฏิรูปหนีไม่พ้นการให้ความจริงกับประชาชน จะทำในรูปแบบไหนต้องมีความชัดเจนออกมาต่อสาธารณชน และยังไม่ทราบว่าแนวทางการมีส่วนร่วมจะเป็นอย่างไร

จ้องเขม็ง คสช.ทำงบฯต้องโปร่งใส

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากเสนอความเห็นเรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2558 ต้องมีกระบวนการกลั่นกรอง เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้การจัดทำงบประมาณ เมื่อ คสช.ต้องการให้ทุกอย่างมีความโปร่งใส แสดงให้เห็นว่าเข้าใจว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ ต้องเปิดเผยข้อมูลเหมือนเอกสารงบประมาณที่มีการเสนอต่อสภาทุกปี เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะจะได้แจ้งว่าโครงการไหนแพงไปหรือไม่ ทุกคนจะได้สบายใจว่ามีความโปร่งใส โครงการที่เคยถูกทักท้วงในรัฐบาลก่อนว่าแพงเกินความเป็นจริงไป 20-30% จะได้ตรวจสอบว่า ปรับลดได้อย่างไร จึงจะเป็นรูปธรรมว่า คสช.เอาจริงเอาจังกับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน

หนุนปฏิรูปพลังงานหั่นราคาลง

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการปฏิรูปพลังงานที่ภาคประชาชนเรียกร้องให้เร่งดำเนินการว่า ถือเป็นเรื่องใหญ่และยาก จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์คือ อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ทรัพยากรที่เรามีอยู่คืออะไรนำเข้ามาเท่าไหร่ ราคาที่ใช้ในการอ้างอิงเป็นอย่างไร ที่เป็นปัญหามากคือ ต้องเอาตัวเลขต้นทุนออกมาให้ได้ เช่น แก๊สซึ่งเป็นทรัพยากรของคนทั้งชาติมีต้นทุนที่แท้จริงเพื่อนำไปเป็นก๊าซหุงต้มเท่าไหร่ ประชาชนควรจะได้ใช้ในราคาต้นทุนไม่ใช่จ่ายในราคาตลาดที่แพงกว่า ส่วน น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. เสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการปฏิรูปพลังงานนั้น ต้องยอมรับว่า การมีส่วนร่วมทำได้ยาก แต่ คสช.ควรทำข้อมูลให้โปร่งใส เปิดโอกาสให้คนทักท้วงได้

จี้โละทิ้งโครงการจำนำข้าว

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตรวจสอบพบการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มียอดความเสียหายถึง 5 แสนล้านบาท ยังไม่รวมยอดข้าวหายไปกว่า 3 ล้านตันว่า ขอเสนอให้ คสช.ยุติโครงการจำนำข้าว ไม่อย่างนั้นการทุจริตคอร์รัปชันโกงเป็นขบวนการจะกลับมาหลอกหลอน คสช.เช่นเดิม ทางออกที่ คสช.ควรทำคือ 1.เยียวยาเฉพาะหน้าช่วยค่าปัจจัยการผลิตเป็นเม็ดเงิน เช่น อาจอุดหนุนเกวียนละ 1,000-2,000 บาท 2.ใช้โครงการประกันรายได้อิงฐานของราคาข้าวที่เป็นจริง คสช.อย่าหลงกับการรับจำนำข้าวในราคาต่ำกว่าตลาด และขอให้เร่งรัดตั้งคณะกรรมการจากบุคคลภายนอกมาตรวจสอบปริมาณข้าวในโกดังทั่วประเทศ ไม่เกิน 1 เดือนน่าจะเสร็จ หาก คสช.สร้างความชัดเจนได้จะทำให้ได้ใจชาวนาและประชาชนยิ่งขึ้น รวมทั้ง คสช.ควรเปิดเผยข้อมูลอนุกรรมการฯปิดบัญชีจำนำข้าวว่าขาดทุนเท่าไหร่ เพื่อความโปร่งใส

ปลัดคลังหลบสื่อให้ข้อมูล ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เดินทางมาให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช.ในฐานะพยานโครงการรับจำนำข้าว โดยเป็นการเดินทางมาก่อนถึงเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมง เพื่อหลบสื่อมวลชน และเข้าทางประตูด้านหลังอาคาร ป.ป.ช. เพื่อหลบเลี่ยงการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนที่ดักรอทำข่าวอยู่ด้านหน้าอาคาร ป.ป.ช. ภายหลังที่ ป.ป.ช.ขอความร่วมมือกับพยานคดีจำนำข้าวทุกรายงดการให้ข้อมูลโครงการจำนำข้าวต่อสื่อมวลชน โดยนายรังสรรค์ใช้เวลาให้ถ้อยคำกับ ป.ป.ช.เพียง 1 ชั่วโมง ก็รีบหลบออกไปทางประตูด้านหลังอาคาร ป.ป.ช.ทันที

เค้นสอบบัญชี “ปู-4 รมต.” โยงคดีข้าว

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จำนวน 5 รายได้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 2.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ 3.นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ 4.นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ 5.นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ โดยมอบให้นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งจะมีการตรวจสอบเชิงลึกทุกด้าน และให้ประสานข้อมูลที่ได้กับคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว หากมีความจำเป็นหรือพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไปถึงบุคคลใกล้ชิดคนใด ก็สามารถตรวจสอบทรัพย์สินและธุรกรรมการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าวได้ด้วย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542

ลุ้นฟันซ้ำ “ยิ่งลักษณ์” ซุกนาฬิกาหรู

นายวรวิทย์กล่าวว่า นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังได้ พิจารณากรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พ.ย.56 ถึงกรณีการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน กรณีการไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินฯในส่วนนาฬิกามูลค่า 2.5 ล้านบาท ต่อ ป.ป.ช. ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ช.ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ชี้แจงข้อมูลเรื่องนี้ต่อ ป.ป.ช.มาแล้ว เมื่อวันที่ 16 พ.ค.57 โดยสำนักงาน ป.ป.ช.ได้สรุปข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวเสร็จแล้ว คาดว่าจะส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ลงมติได้ในวันที่ 19 มิ.ย.

“ดาว์พงษ์” ย่องขอข้อมูลข้าว ป.ป.ช.

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เลขานุการคณะที่ปรึกษา คสช. เดินทางเข้าพบนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. นายวิชา มหาคุณ นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. เป็นการส่วนตัว เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว และโครงการประกันราคาข้าว ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เตรียมความพร้อมในกรณีที่ คสช.จะตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการตรวจสอบสต๊อกข้าวทั่วประเทศ เพื่อให้กำลังพลทุกภาคส่วนลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าว โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่ พล.อ.ดาว์พงษ์จะหลบออกจากสำนักงาน ป.ป.ช.ทางด้านหลัง หลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

เสียงอ่อยตรวจกรุสมบัติ คสช.ไม่ได้

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ คสช.ว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ คสช.ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ดังนั้น ป.ป.ช.จึงไม่สามารถตรวจสอบทรัพย์สินของ คสช.ได้ เพราะไม่ใช่อำนาจหน้าที่

3 อดีต รมต.เบี้ยวไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน

นายวรวิทย์ยังกล่าวถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีตรัฐมนตรีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีพ้นจากตำแหน่งว่า แบ่งเป็น 2 กรณีคือ 1.อดีต ครม.ที่พ้นตำแหน่งจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่เพิกถอนสถานะการเป็นรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ซึ่งจะครบกำหนดการยื่นบัญชีทรัพย์สินภายใน 30 วัน ในวันที่ 5 มิ.ย. ปรากฏว่ามี 3 รัฐมนตรีไม่ยอมยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ได้แก่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกฯ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ และ 2.อดีต ครม.ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. จะครบกำหนดยื่นบัญชีทรัพย์สินภายใน 30 วัน ในวันที่ 20 มิ.ย. ขณะนี้เริ่มมีอดีตรัฐมนตรีทยอยยื่นบัญชีทรัพย์สินมาแล้ว คาดว่า ป.ป.ช.จะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินทั้ง 2 กรณีได้ช่วงต้นเดือน ก.ค. อดีตรัฐมนตรีที่ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนด ป.ป.ช.จะให้ทำหนังสือชี้แจงถึงเหตุผล เพื่อนำมาพิจารณาว่าจงใจจะปกปิดบัญชีทรัพย์สินฯหรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้