วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับแล้วบก.ลายจุด ส่งเข้าร.21ทันที

‘ทหาร-ตร.’ล่าตัวได้ ในอําเภอพานทอง

ตำรวจตามแกะรอยศพถูกจับถ่วง คลองผดุงกรุงเกษมข้างทำเนียบฯ แต่ยังไร้ข้อมูลผู้ตาย นิติเวชฯชี้ถูกทำร้ายจนจมูกแตก เลือดออกในสมอง แนะหากสงสัยเป็นญาติให้นำหลักฐานแจ้งเจ้าหน้าที่ เผยเจ้าของบัตรพนักงาน ธ.ก.ส.ใกล้กับศพยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่พบคลิปลับเปิดโฉมผู้ร่วมขบวนการยิง กปปส.ตราด คสช.เดินหน้าคืนความสุขเล็งตั้งศูนย์ปรองดองระดับเขตทั่วกรุง พร้อมสั่ง ผอ.ทั้ง 50 เขต จับมือชาวบ้านเกาะติดกลุ่มต้านยึดอำนาจ สั่งเฉียบขาดไม่ให้มีชุมนุม จ่อขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนคดีหมิ่นสถาบัน ฟิลิปปินส์เอาด้วยชู 3 นิ้วหน้าสถานทูตไทยประจำกรุงมะนิลา

สำหรับความคืบหน้ากรณีที่พบโครงกระดูกมนุษย์สภาพเปื่อยถูกยัดใส่ผ้าใบไนลอนสีฟ้ามัดติดกับกระสอบทราย ทิ้งไว้ในคลองผดุงกรุงเกษมข้างทำเนียบรัฐบาลนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริง

ตร.ปัดไม่เกี่ยวเจ้าของบัตรใกล้ศพ

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.เวลา 12.00 น. พ.ต.ท.สมคิด สมบูรณ์ พงส.ผนพ.สน.นางเลิ้ง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่พบโครงกระดูกมนุษย์ถูกทิ้งไว้ในคลองผดุงกรุงเกษมว่า ได้นำโครงกระดูกส่งไปที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอ และตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต หรือร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายว่า มีหรือไม่ ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบไปยัง สน.ต่างๆ มีการแจ้งคนหายหรือไม่ ส่วนที่พบบัตรประจำตัวพนักงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุชื่อนายชาญศิริ ชาวนาใต้ บริเวณใกล้เคียงกับที่พบศพ จากการตรวจสอบทราบว่านายชาญศิริยังมีชีวิตอยู่และทำงานอยู่ที่การประปานครหลวง ก่อนหน้านี้ นายชาญศิริได้เข้าแจ้งความว่าถูกทุบกระจกรถ คนร้ายขโมยทรัพย์สินภายในรถ เหตุเกิดในพื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ เป็นไปได้ว่า คนร้ายอาจนำบัตรไปโยนทิ้งในคลองผดุงกรุงเกษม ประกอบกับภายในคลองมีการปล่อยน้ำเข้าออก อาจจะพัดเอาบัตรของนายชาญศิริมาตรงจุดเกิดเหตุ

เทียบเคียงศพลอยน้ำที่ผ่านฟ้า

ด้าน พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สส.น.1 เผยว่า ได้ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.นางเลิ้ง ทำงานร่วมกันตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุ อาจต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะมีกล้องวงจรปิดเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเหตุที่พบศพลอยน้ำ เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา สภาพศพเป็นชายอายุประมาณ 40-45 ปี สภาพศพขึ้นอืด มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ชายโครงซ้าย 6 แผล เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 วัน ถูกยัดใส่ถุงผ้าใบไนลอนสีฟ้า และใช้อิฐและทรายถ่วงไว้ด้านใน มัดด้วยเชือกไนลอน พบบริเวณใต้สะพานผ่านฟ้าวัสดุที่ใช้ในการห่อหุ้มศพคล้ายกัน ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร ทั้ง 2 ศพ เชื่อมโยงกันหรือไม่

ชี้ถูกชกจมูก–เลือดออกสมอง

เมื่อเวลา 14.00 น.สถาบันนิติเวช รพ.ตร. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) กล่าวว่า โครงกระดูกดังกล่าวเป็นเพศชาย อายุประมาณ 25-30 ปี สูงประมาณ 168 ซม. มีเลือดออกภายในเนื้อหุ้มสมอง ถูกทำร้ายที่บริเวณจมูก จนจมูกแตก สอดรับกับบาดแผลที่พบภายในเนื้อหุ้มสมอง ตรวจสภาพฟันพบว่า มีฟันคุด ฟันซี่ที่ 6 ด้านล่างมีร่องรอยการอุด สวมกางเกงลักษณะของช่าง ไซส์ 31 พบหัวเทียนในกระเป๋ากางเกงด้านหลังทั้ง 2 ข้าง เสียชีวิตประมาณ 3-6 สัปดาห์ เชือกที่ใช้มัดกระสอบมีการผูกปมมัดตาย 2 ปม ได้สั่งการประสานฝ่ายสืบสวนขยายผลหาหลักฐานอื่นๆที่พบกับตัวศพ เช่น กระสอบปุ๋ย และเต็นท์ผ้าใบที่ใช้ห่อศพ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีเพิ่มเติม

ขอญาตินำหลักฐานแจ้ง จทน.

พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นิติเวช รพ.ตร กล่าวว่า อยากให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ที่คิดว่าเป็นญาติของผู้เสียชีวิต นำหลักฐาน ประวัติการทำฟัน มาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการพิสูจน์ว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร จะได้เป็นแนวทางในการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

ยังไร้ข้อมูลผู้ตายเป็นใคร

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ บช.น. กล่าวว่า ผู้ตายจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.หรือไม่นั้นต้องพิสูจน์ทราบก่อนว่าผู้ตายเป็นใคร แต่ศพค่อนข้างเน่า จึงต้องส่งให้พิสูจน์หลักฐานคนทำจะเป็นผู้ชุมนุมหรือกลุ่มที่ไม่ได้มาร่วมชุมนุมหรือไม่นั้นก็ต้องรอผลการตรวจสอบจากศพดังกล่าวก่อน ที่แน่ๆ ไม่พบวัตถุพยานหลักฐานอย่างเช่น นกหวีด จึงจะต้องหาให้พบว่า ผู้ตายเป็นใคร จึงหาต่อไปได้ว่าใครทำให้ตาย

พบคลิปเครือข่ายยิง กปปส.ตราด

สำหรับความคืบหน้าคดีต่างๆนั้น พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ความคืบหน้าคดีที่เกิดขึ้นในการชุมนุม พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ บช.น.จะช่วยเร่งรัดติดตามคดี ส่วนนอกพื้นที่นครบาล ได้จับกุมผู้ต้องหายิงเข้าไปในพื้นที่กลุ่มชุมนุม กปปส.จ.ตราด ขณะนี้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 10 คน จับกุมได้แล้ว 2 คน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อายัดตัวไว้ 1 คน เป็นผู้ต้องหาที่ตรวจพบอาวุธปืนและอาวุธสงคราม อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสงคราม แจ้งข้อหาครอบครองอาวุธปืนสงครามและร่วมกระทำความผิด นอกจากนี้ จากตรวจค้นสถานที่ต่างๆ ของบ้านผู้ต้องสงสัยก็พบพยานหลักฐานเป็นคลิปวีดิโอชุดปฏิบัติการที่มีการฝึกซ้อม และเครือข่ายของผู้ที่สนับสนุนช่วยเหลือจะต้องขยายผลต่อไป จะเร่งรัดติดตามมาดำเนินคดีให้ได้ทั้งหมด โดยผู้กระทำผิดทั้ง 10 คน อยู่ในกลุ่มต่อต้านการชุมนุม กปปส.

สั่งล่าพวกซุกอาวุธสงคราม

ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.มีคำสั่งกำชับให้ ผบช.และ ผบก.เร่งรัดสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับบุคคลที่มีอาวุธปืนสงคราม และวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองตามคำสั่ง คสช.และมีคำสั่งให้เร่งรัดขยายผลการตรวจค้นอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ชลบุรี และชาวต่างชาติที่ สตม.จับกุมไว้ เพื่อสกัดกั้นการนำมาใช้ก่อเหตุ ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองจะดำเนินการทางวินัยและคดีอาญา รวมทั้งสืบสวนขยายผลแหล่งที่มาอาวุธสงครามเหล่านั้น

เล็งขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนคดีหมิ่น

พล.ต.อ.เอกกล่าวด้วยว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. รรท.ผบ.ตร.เน้นย้ำกำชับให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินการ เช่น นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ และนายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ ถ้าอยู่ต่างประเทศจะต้องประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อเร่งรัดจับกุม เมื่อถามว่าคดีหมิ่นสถาบันซึ่ง คสช.มีคำสั่งให้รายงานตัวเพิ่มเช่น น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ โรส คืบหน้าอย่างไร พล.ต.อ.เอกตอบว่า ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ถ้ายืนยันได้แน่ชัดว่าอยู่ประเทศใด ตำรวจมีขั้นตอนของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน รวมทั้งประสานความร่วมมือกับตำรวจสากล ใช้ทุกมาตรการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้

คสช.เดินหน้าคืนความสุขฯ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ในวันที่ 7 มิ.ย. เวลา 17.00-19.00น. กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) ร่วมกับสำนักงานเขตหนองจอก กทม.จัดกิจกรรม “คืนความสุขสู่ประชาชน” ที่สวนสาธารณะหนองจอก กทม. โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรมเทิดพระเกียรติ กิจกรรมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส (เด็กพิการ และผู้สูงอายุ) กิจกรรมบริการทางการแพทย์ กิจกรรมสาธารณประโยชน์ เช่น การตัดผมชาย-หญิง เสริมสวย กิจกรรมสินค้าราคาถูก กิจกรรมสันทนาการ บรรเลงดนตรี จึงขอเชิญประชาชนในพื้นที่มาร่วมกิจกรรมดังกล่าว

โคราชจัดกิจกรรมที่ค่ายสุรนารี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 ยังได้จัดกิจกรรม “คืนความสุขสู่ประชาชน” เช่นกัน ในวันที่ 6 มิ.ย. เริ่มเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ที่ลานนวมินทร์ บุ่งตาหลั่ว กองทัพภาค ที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อสนับสนุนนโยบายปรองดองสมานฉันท์ สร้างความสงบสุขของบ้านเมืองตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมีกิจกรรมบันเทิงมากมาย อาทิ การแสดงดนตรีต่างๆจากทหาร และรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน

ศธ.ใช้ลูกเสือ–ยุวกาชาดสลายสี

นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยว่า จากการประชุมหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยรองหัวหน้า คสช.ได้มีการย้ำนโยบายการสร้างความปรองดอง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้เสนอเรื่องเร่งด่วนให้สอดคล้องกับแผนโรดแม็ป คสช.ในระยะ 4 เดือน ได้แก่ การจัดโครงการและกิจกรรมการสร้างความเข้าใจ ความรักความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ ความรักชาติศาสนา กษัตริย์ ภูมิใจความเป็นไทย ผ่านกิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด กิจกรรมรักษาดินแดน กิจกรรมนักเรียน กศน.ตำบล อาชีวศึกษาเพื่อพัฒนา นอกจากนี้ จะมีการทำความเข้าใจกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน อาจารย์และนักศึกษา โดยเน้นการสลายสีเสื้อให้หมดไป เพราะสีเดียวที่มีอยู่คือสีประเทศชาติ

มท.เร่งทำภารกิจตามแผน

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่วิทยาลัยการปกครอง จังหวัดปทุมธานี นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงภารกิจของกระทรวงภายหลังการเสนอแผนโรดแม็ปต่อ คสช.ว่า กระทรวงมหาดไทยมีกรอบเวลาการทำงาน 4 เดือน ตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ย. มีโครงการ 50 โครงการ ครอบคลุมการสร้างความสมานฉันท์ ดูแลความสงบเรียบร้อย ส่วนการสนับสนุนการปฏิรูประบบราชการซึ่งต้องมีการแก้ไขปรับปรุงข้อกฎหมาย ได้มอบหมายรองปลัดกระทรวงมหาดไทยไปดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ด้านภารกิจสนับสนุนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เป็นหน้าที่ ผวจ.ต้องไปจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจร่วมกับ กอ.รมน. ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้มอบหมายให้กรมการปกครองประสานกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อตรวจสอบการสะสมอาวุธสงครามในพื้นที่โดยให้เข้มงวดและปฏิบัติตามกฎหมาย

จ่อตั้งศูนย์ปรองดองทั่ว กทม.

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ศาลาว่าการ กทม. นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัด กทม.เป็นประธานการ ประชุมหัวหน้าหน่วยงานเพื่อชี้แจงการปฏิบัติเพื่อกำหนดแนวทางและเน้นย้ำนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ โดยมี พล.ต.ชูนล หาสารีสร รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.กทม.และ พ.อ.นันทบูล อินทุภูติ หัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน.กทม และ พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ ภู่เพียนเลิศ ตัวแทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมประชุม โดย พล.ต.ชูนล กล่าวว่า คสช.ได้มอบหมายให้ฝ่ายปกครองทุกระดับเป็นเจ้าภาพในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ขอความร่วมมือทหาร ตำรวจ ผู้นำชุมชนในพื้นที่ ร่วมกำหนดโครงสร้างการจัดตั้งศูนย์ปรองดอง จึงขอให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขต 50 เขต หารือร่วมกับประธานชุมชน สำรวจความขัดแย้งในชุมชน แล้วรายงานมายัง กอ.รมน.กทม. เพื่อจัดตั้งศูนย์ปรองดองระดับเขตอีกระดับหนึ่ง พร้อมให้จัดทำแผนโรดแม็ปการปรองดอง โดยจัดกิจกรรมต่างๆที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ รายงานมาภายในวันที่ 13 มิ.ย.

สั่ง 50 เขตเกาะติดกลุ่มต้าน

พ.อ.นันทบูลกล่าวว่า เพื่อความสงบเรียบร้อยคสช.จึงขอความร่วมมือสำนักงานเขตดังนี้ 1.ให้แต่ละเขตนำแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ไปติดให้ประชาชนรับทราบถึงสาเหตุและปัญหาที่ คสช.ต้องยึดอำนาจบริหารประเทศ 2.ให้แต่ละเขตติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้าน คสช.อย่างใกล้ชิด ต้องไม่มีการชุมนุมต่อต้านอย่างเด็ดขาดและรายงานให้ทราบ ภายใน 12.00 น. ของทุกวัน 3.ให้แต่ละเขตรายงานความเคลื่อนไหวของการจัดกิจกรรมต่างๆเช่น ให้กำลังใจทหาร กิจกรรมเพื่อความปรองดอง โดยให้ กอ.รมน.กทม.ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อท้องถิ่น ทางไลน์ เคเบิลทีวี หนังสือพิมพ์ 4.ให้ติดตามข่าวกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มต่างๆและรายงานให้ กอ.รมน.กทม.รับทราบทันที 5.ให้แต่ละเขตจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับจุดตรวจของทหารที่ตั้งในท้องที่ 6.ให้แต่ละเขตจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าร่วมกับทหาร ในการออกไปสร้างความเข้าใจกับประชาชนในท้องที่ พ.อ.นันทบูลกล่าวว่า 7.การดำเนินกิจกรรม ขอให้งดเว้นการใช้ชื่อสัญลักษณ์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นอันขาด เพื่อป้องกันการโจมตี 8.แนวทางการให้สัมภาษณ์สื่อ ขอให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้า คสช.และ 9.ให้เขตตรวจสอบสถานประกอบการที่เปิดนอกเวลาเคอร์ฟิว ทั้งชื่อร้าน ชื่อเจ้าของร้าน และเวลาที่เปิดเกินกำหนด

โพลแนะ 10 วิธีทำปรองดอง

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต รายงานผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในหัวข้อ “สร้างความปรองดองอย่างไรจึงจะเกิดผล” ตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จากการสุ่มสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,409 คน พบว่าสรุปเป็นข้อเสนอ 10 อันดับ ดังนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 91.89 เริ่มจากการให้อภัย ลดทิฐิ ถอยคนละก้าว หยุดทะเลาะ เห็นแก่ชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ 2. ร้อยละ 90.08 ต้องปลูกฝัง สร้างจิตสำนึกให้คนไทยมีความรักความสามัคคี 3. ร้อยละ 86.57 หยุดการกระทำทุกอย่างที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง ยุติการเคลื่อนไหว ไม่ใช้ความรุนแรง 4. ร้อยละ 84.64 จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ สร้างความสามัคคี 5. ร้อยละ 83.43 ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 6. ร้อยละ 83.13 ควรจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง โปร่งใส ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง 7. ร้อยละ 81.92 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน จัดเวทีรับฟังทั่วประเทศและนำข้อสรุปมาเป็นแนวทางทำงาน 8. ร้อยละ 77.39 คสช.ควรทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ปิดบังข้อเท็จจริง 9. ร้อยละ 73.76 อยากให้ คสช. ดูแลบ้านเมืองต่อไปจนกว่าบ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย 10. ร้อยละ 69.83 สื่อและสังคมออนไลน์จะต้องนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างสร้างสรรค์ ไม่ทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งมากขึ้น

“จักรทิพย์”เตรียมถกรับมือม็อบ

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.น. ประชุมมอบนโยบายให้นายตำรวจระดับ ผกก.-ผบก. สังกัด บช.น. โดยมอบเงิน 300,000 บาท ให้กับ พล.ต.ต.ลือชัย สุดยอด ผบก.อคฝ. เพื่อใช้ในการตัดชุดเครื่องแบบให้กองร้อยอคฝ.หญิง พล.ต.ท.จักรทิพย์เปิดเผยภายหลังว่า ตนมารักษาราชการแทน มาช่วยดูแลให้คำแนะนำ ข้อสั่งการเพิ่มเติมคือให้ทำงานร่วมกับทหารได้ตามสถานการณ์ช่วงนี้ เมื่อถามว่าการชุมนุมต่อต้านรัฐประหารในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ มีการข่าวอย่างไร พล.ต.ท. จักรทิพย์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีการชุมนุมบริเวณใด ผู้ชุมนุมพยายามหาพื้นที่ใหม่ที่จะชุมนุมได้สะดวก ลงจากรถไฟฟ้าแล้วเดินเข้าห้างสรรพสินค้าได้ทันที ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายไปอีกจุดหนึ่งหากถูกเจ้าหน้าที่บล็อกไว้ ก็จะใช้รถไฟฟ้าเคลื่อนที่ ใช้ห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก ทั้งนี้ จะประชุมเรื่องความมั่นคงในวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 10.30 น.

ส่ง จนท.ตรึงอนุสาวรีย์ชัยฯ

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 16.00 น.วันเดียวกันนี้ ที่บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสนธิกำลังรักษาความเรียบร้อยโดยรอบอนุสาวรีย์เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มต่อต้านรัฐประหารจะใช้พื้นที่ดังกล่าวนัดชุมนุม ได้วางกำลังตามจุดต่างๆรอบพื้นที่ นำรถผู้ต้องขังจำนวนหนึ่งจอดไว้ที่ฟุตปาทด้านในอนุสาวรีย์ ขณะเดียวกัน ตำรวจได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว นอกจากนี้ ได้วางกำลังทหารตามซอกซอยต่างๆ ส่วนบริเวณป้ายรถเมล์ฝั่งหน้าโรงพยาบาลราชวิถี ทหารจากหน่วยปฏิบัติการจิตวิทยา นำรถยีเอ็มซีติดเครื่องขยายเสียงมาขับร้องเพลง แสดงละคร ให้กับประชาชนที่ผ่านไปมารับชม ประชาชนนำน้ำดื่มและอาหารมามอบให้ทหาร และมีประชาชนมาถ่ายภาพกับทหารเป็นที่ระลึก กระทั่งเวลา 18.30 น. ทหารได้ถอนกำลังกลับที่ตั้งโดยไม่มีเหตุป่วนใดๆเกิดขึ้น

“ฉลาด” อดข้าวแล้ว 15 วันต้าน รปห.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความคืบหน้าการประท้วงรัฐประหารด้วยการอดอาหาร ของ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ตั้งแต่วันแรก ยังคงปักหลักประท้วงด้วยการอดอาหารอย่างต่อเนื่อง โดย ร.ต.ฉลาดกล่าวว่า อดอาหารมา 15 วันแล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. ดื่มเพียงน้ำเปล่ากับน้ำผึ้งเท่านั้น โดยจะอดต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีการเลือกตั้งโดยสุจริต ประชาชนได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาและคิดว่ายังไงประชาชนก็ไม่มีทางยอมให้มีนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตามควรเลิกการสร้างความสมานฉันท์หรือการปฏิรูปประเทศ เพราะไม่มีประโยชน์ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องการเมืองไม่ใช่เรื่องของทหาร ทหารจะทำสำเร็จได้ก็ต้องอยู่ถาวร แต่ข้อเท็จจริงก็ต้องคืนอำนาจกลับไปสู่ประชาชน หากจะถูก คสช.เรียกเข้าไปรายตัวหรือจับกุมก็พร้อมให้จับ และจะฟ้องกลับทันทีว่าการยกเลิกรัฐธรรมนูญ และใช้กฎอัยการศึกเป็นการกระทำผิดกฎหมาย เหมือนที่ตนเคยฟ้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) มาแล้ว

ปิดวิทยุชุมชนหนองคาย

ความเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด ที่ จ.หนองคาย พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ร่วมกับ ร.ต.สุนทร สุดสี ผู้บังคับหมวด รส.ที่ 1 ไปทำความเข้าใจกับเจ้าของสถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่ อ.ท่าบ่อ รวม 17 แห่ง พร้อมตรวจยึดเครื่องส่งกระจายเสียงออกอากาศทุกสถานี ตามหนังสือด่วนที่สุดของตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายเพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปตามประกาศ คสช.ที่ 32/2557 ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ ระงับการออกอากาศตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.57 โดยจะนำเครื่องส่งและอุปกรณ์ต่างๆไปเก็บรักษาไว้ที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จ.อุดรธานี จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ปินส์ชู 3 นิ้วต้านทัพไทยยึดอำนาจ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อ 5 มิ.ย.ว่า กลุ่มเยาวชนชาวฟิลิปปินส์จำนวนหนึ่ง นัดกันชุมนุมประท้วงในเชิงสัญลักษณ์ หน้าสถานทูตไทย ประจำกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ เพื่อแสดงความไม่พอใจกับการรัฐประหารของกองทัพไทย ด้วยการชู 3 นิ้ว พร้อมถือป้ายเป็นข้อความภาษาอังกฤษว่า “Uphold Democratic Thailand” หมายถึง “ยึดมั่นหลักประชาธิปไตยไทย” กับ “No To Martial Law in Thailand” หมายถึง “ไม่เอา กฎอัยการศึกในเมืองไทย” และ “No to Military Rule” หมายถึง ไม่เอาทหารปกครอง กับใช้แผ่น ปลาสเตอร์สีแดงปิดปากตัวเองเป็นรูปกากบาท

วางกำลังประกบม็อบตามบีทีเอส

เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ บช.น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบดูแลความมั่นคง กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงร่วมกับทหารว่า ตามที่มีข่าวจะมีการ ชุมนุมต่อต้าน คสช.วันที่ 8 มิ.ย. ตำรวจและทหารได้มีการประชุมหารือร่วมกัน เพื่อเตรียมป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า โดยจะปฏิบัติตามมาตรการเดิม ที่เคยปฏิบัติมา แต่กำหนดจุดเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นจากที่ผู้ชุมนุมส่งข่าวถึงกันผ่านโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้จะจัดตำรวจและทหารขึ้นไปบนรถไฟฟ้าบีทีเอสตลอดระยะเส้นทางทุกเส้นทาง ในห้วงเวลาที่คาดจะมีการ ชุมนุมเกิดขึ้น และวางกำลังทุกสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งวางกำลังสำรองไว้ตามจุดต่างๆเพื่อป้องกันหากมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก เพื่อเคลื่อนกำลังเข้าปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว

บุกล็อก บก.ลายจุดเข้าค่ายทหาร

ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ซึ่งไม่ยอมไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. และท้าทายให้ คสช. ติดตามจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง ได้ถูก พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษากระทรวงไอซีที และชุดสอบสวน ปอท. ร่วมกับทหาร ร.21 รอ. ควบคุมตัวได้ที่ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น หลังหนึ่งในพื้นที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยการตรวจสอบไอพี แอดเดรส จากสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พร้อมกับมีภาพขณะนายสมบัติถูกควบคุมตัวในบ้านหลังหนึ่ง เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 21.30 น. นายสมบัติได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ผมโดนจับแล้ว” จากนั้นก็ไม่ได้กลับมาโพสต์ข้อความอีกเลย ท่ามกลางความห่วงใยของแนวร่วมที่เข้าไปเขียนถามข้อเท็จจริงและให้กำลังใจ ล่าสุดมีรายงานว่า นายสมบัติถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ค่ายทหาร ร.21 รอ. จ.ชลบุรี

ยึดคอมพ์สอบหลักฐานเพียบ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานชุดสืบสวนของ พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบก.ปอท. และ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษากระทรวงไอซีที พร้อมชุดทหารกองทัพภาคที่ 1 บุกจับ บก.ลายจุดได้ที่ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นแห่งหนึ่งใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ไม่ไปรายงานตัว ขณะอยู่กับภรรยาและเพื่อนอีก 2 คน ยึดของกลางเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนมาก นำส่งเจ้าหน้าที่ทหาร เบื้องต้นยังไม่ให้การอะไร

6 มิ.ย. 2557 07:42 ไทยรัฐ