วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ในห้วงสลายสี-ปฏิรูป

เป็นไปตามลำดับของคิวโรดแม็ป ระยะแรกหลังเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศจะทำเรื่องปรองดองสมานฉันท์ให้เร็วที่สุดใน 2-3 เดือน

ถึงคิว “ดนตรีบำบัด” ในโหมดสลายสีเสื้อ

กับกิจกรรม “คืนความสุขสู่ประชาชน” ที่หน่วยทหารร่วมกับฝ่ายต่างๆจัดแสดงดนตรี นันทนาการ บริการทางการแพทย์ ตรวจสุขภาพ บริการอาหารและน้ำดื่ม แก่ประชาชน ล่าสุดที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปฏิบัติการจิตวิทยามวลชนที่ถือว่าเข้าเป้า ประชาชนตอบรับร่วมกิจกรรมพร้อมรอยยิ้มกันคึกคัก

โดนใจอาหารดี–ดนตรีไพเราะ

และก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบรรยากาศไปสู่แผนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่มี “บิ๊กโชย” พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วย เสธ.ทบ. นั่งเก้าอี้ ผอ.ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ตามโครงสร้างมีทั้งคณะทำงานส่วนกลาง และ ศปป.กอ.รมน.ภาค 1–4

เริ่มรันงานตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. ทั้งจัดอบรมวิทยาการ เปิดเวทีเสวนา จัดกิจกรรมต่างๆ เสริมสร้างความเข้าใจและความสามัคคี ให้สังคมไทยยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง บริหารความขัดแย้งให้อยู่ร่วมกันได้

โดยนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดตั้ง ศปป.จังหวัดบูรณาการร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัด จัดทำแผนปฏิบัติการ และเดินเครื่องตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ลงลึกถึงครอบครัว

วางโปรแกรมแก้ “โจทย์หิน” ในห้วงแรกราว 1 เดือน

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นนโยบาย คสช.และเดินควบคู่กันไป คือการปฏิรูปประเทศ ล่าสุด “บิ๊กเต่า” พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รักษาการปลัดกระทรวงกลาโหม ประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมการปฏิรูปประเทศไทย และวางแนวทางการปฏิรูป 4 ด้านหลักๆ

โฟกัสปมเหตุวิกฤติความขัดแย้งของประเทศ

ทั้งเรื่องความคิดความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่าง ความไม่เชื่อศรัทธากระบวนการยุติธรรม หรือสองมาตรฐาน การปลุกปั่น ยุยง สร้างความเกลียดชัง การตอกย้ำขยายความขัดแย้ง การใช้ความรุนแรงของผู้เห็นต่าง

โดยจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในช่วง 2 เดือน ก่อนกลั่นกรองข้อมูลการปฏิรูปทั้งหมดส่งให้ คสช.

เพื่อส่งไม้ต่อให้ สนช.–สภาปฏิรูปสานต่อ

และจากคิว “สลายสีเสื้อ” และการปฏิรูปประเทศ เฟดต่อไปตามโรดแม็ป คือ การประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราว เพื่อตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สรรหานายกฯและ ครม. และสุดท้ายคือการเลือกตั้ง

ในเรื่องการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราว นอกจากเนื้อหาสาระเพื่อรองรับการเข้ายึดอำนาจ วางกรอบการทำงานในระยะต่อไป

โดยในส่วนของสภานิติบัญญัติที่จะตั้งขึ้น ตามโครงสร้างที่เริ่มเปิดกันออกมาจะมีสมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) ทั้งหมด 200 คน จากที่ คสช.แต่งตั้ง

โดยกระแสข่าวว่า เริ่มทาบทามหาตัวกันบ้างแล้ว

และโครงสร้างของสภาปฏิรูปตามพิมพ์เขียว คสช. สมาชิก จะมีที่มา 2 ส่วน คือ คัดเลือกจากองค์กรวิชาชีพ องค์กรการศึกษา รวมทั้งหมด 140 คน อีก 10 คนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ทั้งกฎหมาย รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ที่แต่งตั้งโดย คสช.

รวมเป็น 150 อรหันต์สมาชิกสภาปฏิรูป

โดยสมาชิกสภาปฏิรูป รวมทั้งสภานิติบัญญัติ ส่วนหนึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับ 2 เวทีสำคัญในเวลานี้ ทั้งเวทีสลายสีเสื้อ และการจัดเสวนาของคณะทำงานวางกรอบการปฏิรูปประเทศ

การเปิดเวทีกระจายทุกพื้นที่ นอกจากรับฟังข้อมูลข้อคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ยังเป็นอีกช่องทางเฟ้นหาบุคลากร ดึงคนจากทุกขั้วฝ่ายให้เข้าไปมีส่วนร่วมในงานหิน

แก้โจทย์ประเทศไทย.

ทีมข่าวการเมือง