วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ฉันคิดว่า ฉันเห็น MH 370” ไฟไหม้ !!

“ฉันคิดว่า ฉันเห็น MH 370” ไฟไหม้ !!

  • Share:

แคทเธอรีน ที และสามี

ความลับปริศนาดำมืดเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 หายสาบสูญไปนานเกือบ 3 เดือน จนผู้คนเริ่มรู้สึกหมดโอกาสที่จะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบินลำนี้กันไปแล้ว...แต่ไม่น่าเชื่อ ความหวังกลับถูกจุดประกายให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง...

เมื่อมีหญิงสาวชาวอังกฤษ ‘แคทเธอรีน ที’ ออกมาบอกว่า“เธอคิดว่า เธอเห็นเอ็มเอช 370 ไฟไหม้” !!!

เท่านั้นล่ะ...คำเพียงไม่กี่คำ แต่เหมือนเป็นการกดปุ่มเปิดสวิตช์ไฟในห้องที่มืดมิดให้สว่างจ้าขึ้นมาอีก...

เพราะบรรดาญาติพี่น้องผู้โดยสารบนเที่ยวบิน 370 ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ทั้งร้องไห้ ทั้งโกรธแค้น ตัดพ้อต่อว่า รอแล้วรอเล่ามานานเกือบ 3 เดือน แต่พวกเขายังไม่รู้จนถึงบัดนี้ว่า เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ลำใหญ่โตมโหฬาร ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส หายไปได้อย่างไร และไปตกที่ไหนกันแน่!!

“แคทเธอรีน ที” หญิงอังกฤษ จากเมืองลิเวอร์พูล วัย 41 ได้เขียนเรื่องราวที่เธอประสบพบเจอ และเก็บเรื่องราวนี้ไว้นานหลายสัปดาห์ ด้วยความที่เธอก็ไม่แน่ใจว่า มันคืออะไรกัน??? จนกระทั่งเธอมีความมั่นใจมากขึ้นๆ จึงนำเรื่องนี้ไปเปิดเผยลงในเว็บไซต์ ของ ครุยเซอร์ส ฟอรั่ม ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและแล่นเรือยอชต์

ขณะอยู่บนเรือยอชต์

แคทเธอรีน เล่าว่า ระหว่างที่เธอนั่งเรือยอชต์กับสามี มาร์ก ฮอร์น ชาวเยอรมนีวัย 50 จากเกาะโกจิ ในอินเดีย มายังเกาะภูเก็ตของไทย ในเดือนมีนาคม หลังจากเธอและสามีแล่นเรือยอชต์อยู่กลางทะเลกันมานานเกือบ 13 เดือน ในการเดินทางอันยาวไกลเพื่อรำลึกถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่

คืนนั้น ในมหาสมุทรอินเดีย เธออยู่บนดาดฟ้าของเรือ ขณะที่สามีอยู่ด้านล่างและนอนหลับไปแล้ว ส่วนลูกเรืออีกคนก็นอนหลับแล้วเช่นกัน

“ฉันเห็นอะไรบางอย่างที่เหมือนเครื่องบินเกิดไฟลุกไหม้ สิ่งที่ฉันคิดตอนนั้น คือ ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ สิ่งนั้นมันทำให้ฉันต้องตั้งใจมอง เพราะฉันไม่เคยเห็นเครื่องบินที่มีไฟสีส้มเจิดจ้าเช่นนั้นมาก่อนเลย จนฉันสงสัยว่ามันคืออะไรกัน”

แคทเธอรีน เล่า พร้อมกับบอกว่า เธอสามารถมองเห็นว่ามันเป็นเค้าโครงของเครื่องบิน มันดูใหญ่โตกว่าเครื่องบินทั่วๆ ไปที่เคยเห็นมา อีกทั้งยังเห็นควันสีดำเป็นทางยาวออกมาจากด้านหางเครื่องบินด้วย

เครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส

หญิงสาวจากเมืองลิเวอร์พูล ยังบอกด้วยว่า เธอเห็นเครื่องบินอีกอย่างน้อย 2 ลำในคืนนั้น กำลังบินอยู่เหนือเครื่องบินที่เกิดไฟไหม้ แต่เครื่องบินทั้งสองลำบินไปคนละทางกัน ตอนนั้น เธอคิดเพียงว่า ถ้่าเครื่องบินเกิดไฟไหม้ตามที่เธอเห็นจริง เครื่องบินลำอื่นจะต้องแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นแล้วล่ะ

“ตอนนั้น ฉันเกิดความสงสัยอีกครั้งว่า แสงสีส้มเจิดจ้านั้น มันทำให้ฉันคิดถึงแสงของธาตุโลหะโซเดียม ฉันคิดว่า มีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้น หรือไม่แน่อาจเป็นดาวตก” แคทเธอรีน เล่า ขณะเดียวกันเธอสังเกตเห็นวัตถุนั้นครั้งแรก มาจากด้านทิศเหนือของด้านหลังกราบเรือ และกำลังมุ่งหน้าไปทางใต้

แคทเธอรีนเล่าว่า เมื่อเรือของเธอมาถึงเกาะภูเก็ตในวันที่ 10 มี.ค. เธอได้ยินข่าวโศกนาฏกรรมของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 แล้ว เธอจึงบอกกับคนที่แล่นเรือยอชต์ในท้องถิ่นว่าเธอได้เห็นอะไรมา ในค่ำคืนนั้น ขณะแล่นเรือมายังภูเก็ต

“บางคนแนะนำว่าฉันควรจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ส่วนใหญ่พูดว่าเอ็มเอช 370 กำลังมุ่งหน้าไปประเทศเวียดนามนะ ฉันจึงไม่แน่ใจเกี่ยวกับวัน หรือเวลาที่เห็นเครื่องบินมีไฟสีส้มเจิดจ้านั้น” แคทเธอรีนเล่าถึงเหตุผลที่ยังไม่เปิดเผยเรื่องที่เห็นในตอนนั้นทันที

แผนที่แสดงตำแหน่งของเรือยอชต์ เทียบกับเส้นทางบินของ MH 370

แคทเธอรีนบอกว่า เธอคิดเพียงแค่ว่าสิ่งที่เธอเห็นนั้นอาจเป็นเพียงแค่การเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ และจะถูกลบลืมไปกับรายงานมากมายเป็นร้อยเป็นพันเกี่ยวกับการเห็นเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส...ตอนนั้น เธอคิดว่าเจ้าหน้าที่มาเลเซียสามารถจะติดตามหาเครื่องบินที่หายไปได้จากระบบ GPS

“แต่เหนืออื่นใดทั้งหมด ฉันไม่แน่ใจในสิ่งที่ฉันเห็นว่ามันคืออะไรกันแน่ ฉันไม่เชื่อสายตาของฉันเอง และไม่คิดว่าจะมีใครเชื่อฉันด้วย” แคทเธอรีนบอก

ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปๆ และหลังจากเธอได้ยินรายงานว่า ยานหุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำเกิดขัดข้องทางเทคนิค แคทเธอรีนจึงเริ่มทบทวนตำแหน่งของเรือยอชต์ ที่เธอและสามีแล่นมาจากเกาะโกจิ มายังเกาะภูเก็ต ในค่ำคืนของวันที่เอ็มเอช 370 หายไป เมื่อ 8 มี.ค.

“เป็นครั้งแรกที่ฉันบอกเรื่องนี้กับเขา (มาร์ค) หลังจากได้ยินข่าวจากทางวิทยุ จากนั้นพวกเราจึงได้เริ่มลงมือเช็กตำแหน่งจีพีเอส และคิดว่า บางทีฉันอาจเห็นมันแน่นอน” แคทเธอรีน เล่า และบอกว่า “หลังจากนั้น มาร์ค ได้ส่งแผนที่ข้อมูลเรือยอชต์ ขณะแล่นข้ามมหาสมุทรอินเดีย ไปยังเว็บไซต์ของการแล่นเรือยอชต์ ครุยเซอร์ส ฟอรั่ม จึงรู้ว่า เรือยอชต์ของเธอแล่นในมุมทแยงข้ามมหาสมุทรอินเดีย ในบริเวณใกล้เคียงกับเส้นทางของเที่ยวบินเอ็มเอช 370” ซึ่งเส้นทางบินของเอ็มเอช 370 นั้น ได้จากช่วงปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินตอนแรก ที่พบว่าจุดสุดท้ายของเครื่องบินอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย

แคทเธอรีน ที นำเรื่องของเธอส่งไปที่เว็บไซต์ ครุยเซอร์ส ฟอรั่ม

“สิ่งนี้ทำให้ฉันมั่นใจ จึงรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางของเธอและสามีทั้งหมด ไปให้แก่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ” แคทเธอรีนบอก หลังส่งรายงานไปให้ศูนย์ประสานงานร่วมการค้นหาเอ็มเอช 370 ที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแกนนำหลักในการค้นหาเอ็มเอช 370 ในมหาสมุทรอินเดียมานานกว่า 2 เดือน

“เรื่องนี้จะสามารถช่วยเหลือครอบครัวของผู้โดยสารให้ใกล้ความจริงมากขึ้นหรือเปล่า? ฉันไม่มีความเห็น แต่ทั้งหมดฉันสามารถยืนยันว่าพวกเรา อยู่ในตำแหน่งที่ถูกที่และถูกเวลาจริงๆ”

เป็นคำกล่าวของหญิงจากเมืองลิเวอร์พูล ที่นั่งเรือยอชต์กับสามี รอนแรมกลางทะเลมานานนับ 13 เดือน กระทั่งบังเอิญมาพบเหตุการณ์ที่เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง และได้แต่กล่าวคำว่าเสียใจ ที่เธอไม่บอกเรื่องนี้ให้เร็วกว่านี้....

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้