วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เล่านิทานในโรงพยาบาล

เล่านิทานในโรงพยาบาล

โดย น้าเมฆ
6 มิ.ย. 2557 14:15 น.
  • Share:

ผมได้รับการติดต่อจากเลขาฯ ของคุณหมอที่โรงพยาบาลศิริราชว่า อยากให้มาช่วยเล่านิทานให้เด็กๆ ผู้ป่วยได้หรือไม่ ผมตอบรับทันทีว่า “ได้” และขอสอบถามเพิ่มเติมว่า ผมต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะปกติผมจะเล่านิทานในโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ ทางคุณเลขาฯ ก็ไม่ได้บอกอะไร แต่ผมก็วางแผนไว้ว่า นอกเหนือจากเล่านิทาน เราน่าจะมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้กำลังใจผู้ป่วยเด็กด้วยดีกว่า

ผมไปกับเจ้าลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ช่วยส่วนตัวและยังชักชวนเพื่อนๆ หลักสูตร ปนป.รุ่น 4 ของสถาบันพระปกเกล้าไปด้วยกัน เพราะกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเป็นภารกิจหลักในการเรียน เพื่อนๆ บางคนมีจิตอาสาอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน พอมีโอกาส พวกเขาก็พร้อมที่จะร่วมโดยไม่ลังเล ผมติดต่อประสานงานกับคุณเลขาฯ ว่า ตอนแรกชวนแค่หนึ่ง แต่ตอนนี้คนงอกเพิ่มออกมาเป็นสิบ ทางคุณเลขาฯ ยินดีและช่วยทำจดหมายขออนุญาตโรงพยาบาล เพื่อเข้าไปทำกิจกรรมสำหรับเด็กผู้ป่วย

ผมนัดแนะกับเพื่อนๆ ไปที่ตึก 72 ปี แผนกศัลยกรรมกระดูกและผ่าตัดทั่วไป เราช่วยกันขนอุปกรณ์เล่านิทาน ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กมาบริจาคที่ชั้น 8 ระหว่างรอทีมงาน เราได้ให้พี่โบโซ่มาดัดลูกโป่งแจกน้องๆ เป็นที่สนุกสนาน

ผมเริ่มต้นเล่านิทานจากเรื่องสั้นๆ ง่ายๆ ไปจนถึงเรื่องที่ยาวขึ้น เด็กผู้ป่วยมีหลายวัย มีทั้งที่รอผ่าตัดและผ่าตัดเสร็จแล้วนอนพักฟื้นรักษาตัวอยู่ ทางแผนกพาเด็กที่พอจะลุกจากเตียงได้มาที่ลานกิจกรรม บรรยากาศคล้ายๆ กับที่ไปเล่าตามโรงเรียน ให้เด็กๆ นั่งล้อมวงฟังนิทาน แต่ผิดกันที่เด็กบางคนต้องลากสายน้ำเกลือติดตัวมาด้วย เล่าๆ ไปก็มีการหยุดพัก เพราะเครื่องเตือนว่าน้ำเกลือหมดขวดแล้ว คุณพยาบาลต้องมาช่วยจัดการ

ทีมงานบางคนมาช่วยผมเชิดหุ่นเล่านิทานและอีกส่วนไปเรียนรู้วิธีดัดลูกโป่งจากพี่โบโซ่ เพื่อช่วยกันดัดลูกโป่งเตรียมไว้แจกให้กับเด็กๆ

เมื่อจบการเล่านิทาน หลายคนนำของบริจาคที่เตรียมมาฝากให้กับพยาบาลหัวหน้าแผนก ไม่ว่าจะเป็นแป้งเด็ก ผ้าอ้อมเด็ก ข้าวของเครื่องใช้ ของเล่น สมุดระบายสี หนังสือแบบฝึกหัด (เด็กบางคนรักษาตัวอยู่เป็นเดือนๆ ก็มีครับ)

นอกจากทีมเพื่อนๆ ของผมแล้ว ยังมีอีกทีมที่มาเป็นครอบครัว ผมสัมภาษณ์เด็กผู้หญิงวัยรุ่นที่มาเป็นกลุ่ม พวกเธออยู่ ม.2 โรงเรียนสาธิตปทุมวัน อยากจะมาเล่านิทานให้น้องๆ ผู้ป่วยที่อยู่บนเตียง ผมแซวว่า ทำแล้วกลับบ้านไปเขียนบันทึกลงสมุดจิตอาสาส่งคุณครูหรือเปล่า พวกเธอบอกว่าเปล่าเลย อยากมาทำกันด้วยใจจริงๆ

ส่วนทีมเพื่อนๆ ของผม พวกเราเตรียมตุ๊กตาและลูกโป่งไว้ นำตุ๊กตาใส่รถเข็น แล้วลากไปตามห้องต่างๆ เพราะมีเด็กบางส่วนที่ยังนอนอยู่บนเตียง ลุกขึ้นมาฟังนิทานเมื่อกี้ไม่ได้ เราเข้าไปสอบถามอาการ ให้กำลังใจ มอบตุ๊กตาและลูกโป่งไว้ข้างๆ เตียง เด็กผู้ป่วยขอเอาตุ๊กตามานอนกอดเลย ผู้ปกครองประทับใจ เพราะเด็กไม่มีเพื่อน หรือญาติมาเยี่ยมนานแล้ว พยาบาลก็ดีใจ เพราะไม่เคยมีใครมาจัดกิจกรรมแบบนี้มาก่อน ส่วนคนที่ปลื้มไม่แพ้กันก็คือ กลุ่มอาสาที่เป็นผู้ให้นี่แหละครับ

เมื่อเราได้ไปทักทายและแจกของขวัญครบทุกห้องแล้ว ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน มีอาจารย์หมอจากแผนกกุมารเวชได้ร่วมฟังนิทาน เห็นแล้วอยากเชิญพวกผมไปเล่านิทานให้กับเด็กที่เป็นมะเร็ง เพราะได้เห็นรอยยิ้มและสีหน้าที่สดใส มีชีวิตชีวาของเด็กผู้ป่วยที่นี่แล้ว เด็กที่แผนกอื่นน่าจะได้รับสิ่งดีๆ อย่างนี้บ้าง ไม่ต้องนอนเหงาอยู่ที่เตียงอย่างเดียว ผมรับปากอาจารย์หมอและดีใจที่มีโครงการต่อเนื่องให้กับคาราวานเล่านิทานมือใหม่ได้มารวมตัวกันอีกครั้ง.


น้าเมฆ

http://www.facebook.com/cloudbookfanpage

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้