วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัฐประหารบนแผ่นฟิล์ม...!

มีคำกล่าวว่า 'ภาพยนตร์' มักสร้างมาจากชีวิตจริง หรือไม่ชีวิตจริง น่าจะมีเศษเสี้ยวที่เหมือนกับ 'ภาพยนตร์' ในบรรยากาศแบบนี้ ไทยรัฐออนไลน์พาไปชมหนังที่มากบ้าง น้อยบ้าง เกี่ยวกับรัฐประหาร...

1. ภาพยนตร์เรื่อง Valkyrie (ปี 2008) 

เรื่องย่อ : ไบรอั้น ซิงเกอร์ (Bryan Singer จาก THE USUAL SUSPECTS ปล้นไม่ให้จับได้, X-MEN ศึกมนุษย์พลังเหนือโลก, และ SUPERMAN RETURNS) กลับมาร่วมงานกับเจ้าของรางวัลออสการ์ (Academy Award) คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รี่ (Christop her McQuarrie) ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง THE USUAL SUSPECTS ปล้นไม่ให้จับได้ อีกครั้ง เพื่อตีแผ่ชีวิตของชายผู้กล้าริเป็นผู้นำการลอบสังหารฮิตเลอร์ (Hitler)

ภาพยนตร์เรื่อง VALKYRIE วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการอินทรีเหล็ก ยังได้นักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงระดับโลกมาร่วมแสดงมากมาย ทั้งเค็นเน็ธ บรานาห์ (Kenneth Branagh), ทอม วิลคินสัน (Tom Wilkinson), บิล นิกไฮ (Bill Nighy), คาริช แวน ฮิวเท็น (Carice van Houten), โธมัส เคร็ทชมาน (Thomas Kretschmann), เอ็ดดี้ อิซซาร์ด (Eddie Izzard), คริสเตียน เบอร์เคล (Christian Berkel), และเทอเร้นซ์ สแตมป์ (Terence Stamp)

นายพันเอกเคล้าส์ ฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก (Colonel Claus von Stauffenberg) เป็นข้าราชการทหารผู้องอาจ และสาบานตนรับใช้ประเทศยิ่งชีพ ทั้งยังหวังให้ใครสักคนเข้ามายุติความบ้าระห่ำของฮิตเลอร์ (Hitler) ก่อนที่ทั้งทวีปยุโรป (Europe) และประเทศเยอรมนี (Germany) เองจะถูกทำลายย่อยยับ

เมื่อเขาตระหนักแล้วว่า เวลาช่างเหลือน้อยลงทุกที จึงตัดสินใจลงมือปฏิบัติการอุกอาจด้วยตนเอง และร่วมกับกองกำลังชาวเยอรมันผู้ต่อต้านการปกครองของกองทัพนาซี (German resistance) เขาอาศัยจังหวะที่มีการประกาศใช้แผนฉุกเฉินของฮิตเลอร์ (Hitler’s emergency plan) ที่เรียกขานกันว่า ปฏิบัติการวัลคีรี่ (Operation Valkyrie) กองกำลังนี้มุ่งลอบสังหารผู้นำจอมเผด็จการและโค่นล้มรัฐบาลนาซีของเขาจากวงใน เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนการ โดยมีอนาคตของโลก, ชะตากรรมของคนนับล้าน, รวมทั้งชีวิตลูกเมียของฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก เป็นเดิมพัน เขาจึงก้าวข้ามจากคนที่เคยคิดต่อต้านฮิตเลอร์มาเป็นคนที่จะต้องลงมือสังหารผู้นำจอมโหดด้วยตัวเอง

2. ภาพยนตร์เรื่อง The Year of Living Dangerously (ปี 1982)

เรื่องย่อ : ท่ามกลางภูมิประเทศเขตร้อน และบรรยากาศความระส่ำระสายทางการเมืองของกลุ่มประเทศที่สาม เกิดเรื่องราวความรักเดือดระอุ ในช่วงเริ่มการปฏิวัติที่ประเทศอินโดนีเซีย ของประธานาธิบดีซูการ์ โน เมล กิ๊บสัน พระเอกยอดนิยม รับบท กาย แฮมิลตัน ผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลียจอมมุ่งมั่น ผู้ได้รับภารกิจต่างประเทศเป็นครั้งแรก ในภาวะแห่งความรุนแรงและการฉ้อฉล แฮมิลตันได้พบจิล บรายอันท์ (ซิเกอร์นีย์ วีเวอร์) สาวผู้มีชีวิตชีวา เธอคือผู้ช่วยทูตประจำสถานทูตอังกฤษ ทั้งสองสานสัมพันธ์เร้าอารมณ์ และพบกับความน่าหวาดหวั่นจากสถานการณ์ชีวิตที่ผันแปร ในเมืองบ้านแตกสาแหรกขาด ปีเตอร์ เวียร์ (Witness, Dead Poets Society) แสดงฝีมือกำกับอย่างน่าทึ่ง สร้างสรรค์จากนวนิยายที่ได้รับรางวัลของ ซี.เจ. ค็อช ประทับใจกับการแสดงชั้นยอดของลินดา ฮันท์ ผู้ได้รับรางวัลออสการ์ดาราสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากบทช่างภาพในคราบชาย ผู้ช่วยหาหนทางให้แฮมิลตันเข้าถึงตัวผู้นำของนครจาการ์ตา

3. ภาพยนตร์เรื่อง The Last King of Scotland (ปี 2006)

เรื่องย่อ : สร้างจากหนังสือเรื่อง The Last King of Scotland โดย Giles Foden เขียนขึ้นในปี 1998 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับจอมพลอีดี้ อามิน จอมเผด็จการแห่งยูกันดา ตัวเอกของเรื่องคือ Dr. Nicholas Garrigan เป็นนายแพทย์หนุ่มชาวสกอตที่เพิ่งเรียนจบแล้วอยากจะไปเผชิญโลกภายนอก จึงได้เดินทางไปยังประเทศอูกันดาในยุคที่อีดี้ อามิน เพิ่งได้อำนาจ และจับพลัดจับผลูได้ไปเป็นคนสนิทของจอมเผด็จการผู้นี้ ซึ่งตอนแรกเขาก็ยินดีกับลาภยศต่างๆ ที่ได้รับ แต่ความเป็นคนสนิทดังกล่าวกลับทำให้เขาได้รับรู้ธาตุแท้อันโหดเหี้ยมของจอมเผด็จการรายนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ประสบกับตนเองในที่สุด จนเอาชีวิตแทบไม่รอด

เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ใครหลายคนให้ความสนใจ เพราะหยิบยกเอาเหตุการณ์ที่ครั้งประเทศยูกันดาต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นำเผด็จการที่โลกต้องจดจำอย่างนายพลอีดี้ อามิน ดาดา โอมี ระหว่างปี ค.ศ.1971 – 1979 มาถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มเป็นครั้งแรก โดยได้ผู้กำกับไฟแรงอย่าง Kavin Macdonald และ Peter Morgan มารับหน้าที่เป็นผู้เขียนบทให้ พร้อมกันนี้ยังได้ Forest Whitaker มารับบทเป็นนายพลอีดี้ อามิน ซึ่งตีบทแตกกระจุยจนคว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมมาครองเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา

4. ภาพยนตร์เรื่อง Quantum of Solace (ปี 2008)

เรื่องย่อ : Quantum of Solace สานต่อการผจญภัยสุดระทึกของเจมส์ บอนด์ (ดาเนียล เคร็ก) ใน Casino Royale หลังจากถูกเวสเปอร์ หญิงสาวที่เขารักหักหลัง 007 พยายามต่อสู้กับแรงกระตุ้นที่จะทำให้ภารกิจล่าสุดของเขากลายเป็นเรื่องส่วนตัว ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเผยความจริง บอนด์และเอ็ม (จูดี้ เดนช์) ได้สอบสวนมิสเตอร์ ไวท์ (เจสเปอร์ คริสเตนเซ่น) ผู้ที่เผยว่า องค์กรที่แบล็กเมล์เวสเปอร์นั้นซับซ้อนและอันตรายกว่าที่ใครๆ คาดคิด

หน่วยข่าวกรองได้ตามรอยของผู้ทรยศ ในหน่วย MI6 ไปยังบัญชีธนาคารในเฮติ ซึ่งความเข้าใจผิดทำให้บอนด์ได้รู้จักกับสาวสวยมากพิษสง คามิลล์ (โอลก้า คูรีเลนโก้) หญิงสาวที่มีเพลิงแค้นสุมใจเช่นเดียวกัน คามิลล์นำบอนด์ไปหา โดมินิค กรีน (มาติเยอ อมัลริค) นักธุรกิจเขี้ยวลากดิน ซึ่งเป็นตัวหมากสำคัญในองค์กรลึกลับนี้

ระหว่างภารกิจที่นำเขาไปยังออสเตรีย อิตาลีและอเมริกาใต้ บอนด์ค้นพบว่า กรีน ซึ่งสมคบคิดวางแผนการควบคุมแหล่งทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง กำลังทำข้อตกลงกับนายพลเมดราโน่ (วาควิน โคซิโอ) ที่ถูกเนรเทศออกนอกประเทศ ด้วยการใช้งานผู้ช่วยของเขาในองค์กรและบงการคนกลางของเขาที่อยู่ในซีไอเอ และรัฐบาลอังกฤษ กรีนสัญญาว่าจะล้มล้างรัฐบาลที่บริหารงานในโบลิเวีย และทำให้ท่านนายพลได้บริหารประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนกับผืนดินที่ดูเหมือนว่างเปล่า

ท่ามกลางการทรยศหักหลัง ฆาตกรรมและการหลอกลวง บอนด์ได้ผูกมิตรกับสหายเก่าในสงครามเพื่อเปิดเผยความจริง ยิ่งเขาเข้าใกล้กับการตามหาตัวชายที่ทำให้ เวสเปอร์ ทรยศ 007 ก็ยิ่งต้องนำหน้า ซีไอเอ พวกผู้ก่อการร้าย หรือแม้กระทั่ง เอ็ม ไปหนึ่งก้าวเพื่อเปิดโปงแผนการชั่วร้ายของกรีน และหยุดยั้ง ''ควอนตั้ม'

5. ภาพยนตร์เรื่อง The Ugly American (ปี 1963)

อเมริกันอันตราย (อังกฤษ: The Ugly American) เป็นนวนิยายเชิงการเมืองในปี ค.ศ. 1958 ของยูจีน เบอร์ดิกและวิลเลียม เลดเดอเรอร์ ถือเป็นนวนิยายขายดีในช่วงเวลานั้นและยังคงมีการตีพิมพ์อยู่ มีเรื่องราวเกี่ยวกับชาวอเมริกันในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ซึ่งต่อมาต้องพ่ายแพ้อันเป็นผลเนื่องมาจากความหยิ่งยโส และการปฏิเสธที่จะเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ในบทประพันธ์มีเรื่องเกี่ยวกับประเทศสมมติที่ชื่อ สารขัณฑ์ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คล้ายกับพม่าหรือประเทศไทย และพูดเป็นนัยพาดพิงถึงเวียดนาม

ต่อมาในปี ค.ศ. 1963 เรื่องราวในนวนิยายได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ กำกับโดยจอร์จ อิงลันด์ บทภาพยนตร์โดยสจ๊วต สเติร์น นำแสดงโดยมาร์ลอน แบรนโด ที่รับบทเป็นแฮร์ริสัน คาร์เตอร์ แม็กไวต์ นอกจากนี้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช รับบทเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศสารขัณฑ์ ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1975 ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศไทย

ฉบับภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม

ข้อมูล : นายวาริน นิลศิริสุข นักเขียน นักวิจารณ์ นิตยสารสตาร์พิคส์