วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มุมมองผู้บริโภค

โดย หมัดเหล็ก

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา กสทช. เปิดเวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความเห็นจากสาธารณชนถึงร่างประกาศของ หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ก่อนที่จะมีการเปิดประมูลในเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้ มีผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นจากตัวแทนผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และนักวิชาการทางด้านนี้

ผลสรุปเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มองว่าคลื่นโทรคมนาคมเป็นทรัพยากรหลักของชาติ ประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงต้นทุนราคาตั้งต้นประมูลที่สูงเกินไปและไม่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าแข่งขัน

นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน อย่าง ดร.เสรี วงษ์มณฑา ตั้งข้อสังเกตว่า เนื้อหาของร่างฉบับดังกล่าวยังไม่ชัดเจนและเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายเดิม มากกว่าการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ ไม่เข้าลักษณะการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ซึ่งจะต้องตั้งกฎเกณฑ์ไว้ 2 ลักษณะ คือ การแข่งขันก่อนการประมูลและการแข่งขันหลังได้รับใบอนุญาต จะช่วยป้องกันการผูกขาดได้ดีที่สุด

นอกจากนี้ในที่ประชุมเวทีสาธารณะ ยังเห็นตรงกันอีกว่า กทค. ควรกำหนดจำนวนคลื่นความถี่ที่ผู้ประกอบการแต่ละรายถือครองได้สูงสุด หรือที่เรียกว่า Spectrum Cap เป็นเครื่องมือที่จะก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน ป้องกันการควบรวม และครอบงำ

เป็นเครื่องมือที่จะป้องกัน การถือครองคลื่นความถี่จำนวนมากไว้เพียงรายเดียว การกำหนดขนาดการถือครองคลื่นความถี่ กทค.ควรกำหนดจำนวนที่ชัดเจน เช่น ถือครองไม่เกิน 30 เมกะเฮิรตซ์ เป็นต้น

อย่างเช่น กรณีของ ดีแทค ถือครองคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 50 เมกะเฮิรตซ์ แต่ใช้งานจริงเพียง 25 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่ได้ใช้งานอีก 25 เมกะเฮิรตซ์ ในการเปิดประมูลครั้งนี้ ดีแทค ก็ยังมีโอกาสที่จะเข้าร่วมประมูล ซึ่งเท่ากับว่าไม่มีการป้องกันในการผูกขาดการถือครองคลื่นความถี่เอาไว้เลย

อีกทั้งตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ยังบัญญัติไว้ ให้ กสทช.จะต้องจัดสรรคลื่นความถี่โดยคำนึงถึงการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม โดยจะต้องกำกับดูแลมิให้เกิดการควบรวมหรือครอบงำโดยบุคคลอื่นใดอันเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน

กทค.ไม่ควรนำวิธีการกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมประมูล หรือ N+1 เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาจัดสรรคลื่นความถี่ เน้นหารายได้สูงสุดเข้ารัฐ โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และที่ผ่านมา การประมูลคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ กทค.ก็ไม่ได้นำเงื่อนไขนี้มาใช้ กรณีนี้หมายถึง ผู้เข้าประมูลเท่ากับ หรือน้อยกว่าชุดความถี่จะยกเลิกการประมูลด้วยราคาตั้งต้นการประมูลที่ 11,600 ล้านบาทต่อใบอนุญาต เป็นราคาที่สูงพอสมควรและเสี่ยงต่อการผูกขาด.

หมัดเหล็ก

5 มิ.ย. 2557 10:19 5 มิ.ย. 2557 10:19 ไทยรัฐ