วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เดินหน้า" ปฏิรูปประเทศไทย

โดย สายล่อฟ้า

นอกจากเหตุผลที่ คสช.เข้ามาควบคุมการปกครองประเทศเพื่อทำให้เกิดความสงบสุข ไม่ให้สถานการณ์เกิดความรุนแรงแล้ว ประเด็นสำคัญที่เป็นเรื่องใหญ่ก็คือการปฏิรูปประเทศอย่างครบวงจร อันเป็นความต้องการของทุกฝ่าย

เป็นที่ทราบกันดีว่าเงื่อนไขเวลาเป็นข้อจำกัดที่ คสช.จะต้องเร่งดำเนินการตามโรดแม็ป 3 ขั้นตอนที่ได้ประกาศเอาไว้แล้ว

แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองก็จริงๆแต่การอยู่ในอำนาจนานเกินไปย่อมไม่เป็นผลดีแน่

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งทำงานในทุกๆด้าน นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการจัดการกับกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์ที่มีความเคลื่อนไหวทั้งบนดินและใต้ดิน การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเพื่อให้ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

การกำหนดกรอบแนวทางในเชิงนโยบายก่อนที่จะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศอย่างเป็นทางการเพื่อให้นำไปปฏิบัติ

พูดง่ายๆว่าทุกอย่างต้องทำงานแข่งกับเวลา

การปฏิรูปประเทศนั้นหากสังเกตให้ดีว่ากองทัพได้ทำเรื่องนี้อย่างเงียบๆมาก่อน โดยมีระดมความคิดจากหลายฝ่าย ทั้งนักวิชาการ กองทัพ องค์กรและเครือข่ายภาคเอกชน ข้าราชการ กลุ่มวิชาชีพต่างๆรวมถึงตัวแทนจากประชาชนในระดับล่าง

แต่ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดผลการศึกษา

ว่าไปแล้วหากรัฐบาลเพื่อไทยเฉลียวใจสักนิดว่า กองทัพกำลังทำอะไรอยู่ก็อาจจะคงไม่ได้ยิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ที่บอกกับตัวแทนรัฐบาลระหว่างที่มีการเชิญ 7 ฝ่าย เข้ามาร่วมประชุมเพื่อหาทางให้ประเทศ

“นาทีนี้ถ้าไม่ลาออก ผมต้องยึดอำนาจ”

นั่นแสดงให้เห็นว่ากองทัพได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อวางแผนในการยึดอำนาจเอาไว้หมดแล้ว แม้กระทั่งทิศทางการปฏิรูปประเทศที่ดูจะสอดรับกับกระแสเรียกร้อง

ล่าสุด คสช.ได้เชิญบุคคลที่เคยร่วมกันศึกษาแนวทางการปฏิรูปประเทศมาประชุมกันอย่างเป็นทางการ เปิดเผยต่อสาธารณะเรียกว่าเปิดตัวให้เปิดหน้าให้เห็นกัน แสดงว่าได้มีการสร้าง “พิมพ์เขียว” เอาไว้แล้ว มีการสรุปผลออกมา 4 หัวข้อคือ

1.ปฏิรูปการเมือง

2.ปฏิรูปทรัพยากร

3.ปฏิรูปคน

4.ปฏิรูปกฎหมาย

และคงจะต้องมีการประชุมกันอีกหลายครั้งเพื่อนำแนวทางการปฏิรูปที่มีการการศึกษากันหลายคณะมาแล้ว รวมถึงรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆเพื่อหาข้อสรุป สุดท้ายแล้วนำเสนอให้ คสช.พิจารณาด้วยกรอบเวลา 2 เดือน เพื่อดำเนินการเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติ

เนื่องจากจะต้องมีการตั้งสภาปฏิรูปเพื่อเข้ามาทำหน้าที่ในการดำเนินการในรายละเอียดเป็นแนวทางการปฏิรูปอย่างเป็นทางการว่าจะทำอะไร อย่างไรบ้าง และนั่นจะต้องสอดรับกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อใช้เป็นกฎหมาย กฎ กติกาและข้อบังคับต่างๆ

ว่ากันว่ามีข้อสรุปอย่างหนึ่งที่มีความเห็นตรงกันก็คือโจทย์ที่ยากที่สุดก็คือการปฏิรูปการเมือง ซึ่งจะต้องลงในรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง นักการเมือง การเลือกตั้ง ทั้งคุณสมบัติที่มาสภาผู้แทนฯ วุฒิสภา บทลงโทษและอะไรอีกหลายอย่าง

ตรงนี้จึงเป็นเงื่อนเวลาสำคัญที่ทุกกลุ่มทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางเพื่อให้การปฏิรูปประเทศประสบผลสำเร็จและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

“ประเทศไทย” จะได้พ้นจาก “หลุมดำ” กันเสียที.

“สายล่อฟ้า”

5 มิ.ย. 2557 10:10 ไทยรัฐ