วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปลี่ยนพลังต่อต้าน เป็นพลังตรวจสอบ

โดย ลมกรด

ตลอดทั้งสัปดาห์นี้การรวมตัวของม็อบต่อต้านรัฐประหารเริ่มซาลง แต่ก็ยังมีนัดหมายกันอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 มิ.ย. ส่วนสถานที่ยังไม่ได้กำหนดแน่ชัดเพื่อหลบหลีกเจ้าหน้าที่

หากคิดแบบคนมองโลกสวย ม็อบกลุ่มนี้ดูแล้วไม่น่าจะเป็นพวกหัวรุนแรง แค่มาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แล้วก็กลับ

ถึงแม้ตอนนี้รัฐธรรมนูญ 2550 ถูกฉีกไปแล้ว ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายรองรับเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบอีก ประเทศไทยอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎอัยการศึก ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน

แต่ผมไม่อยากเห็นภาพเอิกเกริกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เอารถฮัมวี่ รถควบคุมผู้ต้องหาไปปิดถนน ระดมกำลังหลายกองร้อยไปสกัดกั้นและจับกุมม็อบเหล่านี้เลย เป็นพี่น้องคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเป็นไปได้อยากขอให้ใช้ความละมุนละม่อม อะลุ้มอล่วยกัน เหมือนที่เคยปฏิบัติกับม็อบการเมืองมีสีมีเส้นทั้งหลาย

ยิ่งฟังเหตุผลที่ไม่เข้าท่าบอกว่าการชุมนุมสร้างความเดือดร้อนและเป็นปัญหาด้านการจราจร แล้วการที่ตำรวจ ทหารปิดถนนนั้นไม่ยิ่งทำให้รถติดหรอกหรือ ซ้ำยังไล่พ่อค้าแม่ค้าให้เก็บร้าน สั่งให้เจ้าของสถานที่หยุดกิจการ อย่างนี้ไม่เรียกว่าสร้างความเดือดร้อนหรือ

หัวหน้าชุดปฏิบัติการทั้งฝ่ายตำรวจและทหารโปรดคิดทบทวนกันซักนิด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พยายามใช้ความละเมียดละไมที่สุดในการปรับทุกอย่างให้เข้ารูปเข้ารอย ทั้งยังมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปชี้แจงกับนานาชาติให้เข้าใจถึงสถานการณ์ในประเทศไทยและความจำเป็นที่ต้องยึดอำนาจการปกครอง แต่พอมาเจอภาพเหตุการณ์แบบนี้ นานาชาติจะคิดอย่างไร

ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์มีโรดแม็ปที่จะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ต้องการสลายสีเสื้อ รวมทั้งขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่องเหล่านี้จะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชน ฉะนั้นต้องเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย และไม่ควรทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนไม่ว่ากลุ่มใดก็ตาม

สำหรับ ฝ่ายม็อบต้านรัฐประหาร อีกสองวันจะถึงกำหนดนัดหมายแสดงพลังกันอีก ไม่ว่าจะมายืนชู 3 นิ้ว หรือแสดงออกอะไรในเชิงสัญลักษณ์ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าในภาวการณ์เช่นนี้การชุมนุมเกิน 5 คนถือเป็นความผิดทางกฎหมาย

สิ่งที่ม็อบต้านรัฐประหารต้องการสื่อสารถึงสังคมไทยและสังคมโลกนั้น ผมว่าคนในสังคมไทยรับรู้ในเจตนารมณ์นั้น

พอสมควรแล้ว และสังคมโลกก็รับรู้เช่นกัน สื่อต่างประเทศรายงานข่าวกันโครมๆ ประเทศประชาธิปไตยออกมากดดันไทยไม่ขาดสาย

เหนืออื่นใดคนไทยยังโหยหาประชาธิปไตย เพียงแต่ความจำเป็นของเหตุการณ์ทำให้ประเทศเดินมาสู่จุดนี้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ยอมรับได้ อย่างน้อยรัฐประหารครั้งนี้ก็ไม่ต้องใช้รถถัง ภาวะเศรษฐกิจตอบรับในเชิงบวก บรรยากาศบ้านเมืองโดยรวมสงบเรียบร้อยดี แถมมีเพลงหนักแผ่นดินในเวอร์ชั่นอคูสติกให้ฟังทุกวัน

ผมอยากให้ยอมรับความเป็นจริงแล้วมองอนาคตร่วมกัน เปลี่ยนพลังต่อต้านรัฐประหารไปทำสิ่งที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์เถอะ ลองหันมาผนึกกำลังตรวจสอบการสรรหาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาปฏิรูปการเมือง การแต่งตั้งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ การอนุมัติโครงการยักษ์ใหญ่ รวมถึงการทำงานของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นใหม่ดีกว่าครับ.

ลมกรด

5 มิ.ย. 2557 09:55 5 มิ.ย. 2557 09:56 ไทยรัฐ