วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความหวังเศรษฐกิจไทย ปรากฏการณ์ฟ้าหลังฝน

โดย ซูม

ผมต้องขอขอบคุณคณะ คสช. ที่มีมาตรการเร่งเครื่องทางด้านเศรษฐกิจคลอดออกมาหลายๆมาตรการในขณะนี้

เริ่มตั้งแต่การรับชำระหนี้ที่รัฐมีอยู่ต่อชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ไปจนถึงการหยิบโครงการและแผนงานต่างๆที่รัฐบาลเก่าทำไว้มาปัดฝุ่น

อะไรที่ชัดเจนอยู่แล้วมีงบประมาณอยู่แล้วแต่ทำไม่ได้ เพราะติดอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการทำก็สั่งให้ดำเนินการทันที

โครงการที่มีแผนว่าจะทำแต่ยังไม่มีงบประมาณสนับสนุนก็หยิบมาดูกันใหม่...อะไรที่มีการศึกษาว่าได้ประโยชน์ครบถ้วนแน่นอนแล้วท่านก็จะทำโดยจะหาแหล่งงบประมาณที่เหมาะสมให้ต่อไป

แม้แต่โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้าน ท่านก็หยิบมาดูเช่นกัน

บางโครงการที่หลายๆฝ่ายเห็นพ้องกันแล้ว อย่างเช่น โครงการรถไฟรางคู่ก็ได้ข่าวว่าท่านจะให้เริ่มดำเนินการเมื่อจัดหาแหล่งงบประมาณได้

ส่วนโครงการที่จะต้องดูใหม่ให้รอบคอบอย่างเช่นโครงการรถไฟความเร็วสูงท่านก็บอกให้ดูใหม่อีกที

โดยความเห็นผมโครงการนี้ควรจะโยนลงตะกร้าไปได้เลย เพราะทำเมื่อไรก็จะขาดทุนย่อยยับอีกเมื่อนั้น...แต่เมื่อจะดูกันอีกครั้งให้รอบคอบอย่างที่ว่าก็ดีเหมือนกัน

ล่าสุดก็สั่งเลิกเคอร์ฟิวในเขตเมืองหรือจังหวัดหรืออำเภอที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต สมุย เป็นต้น

มีรายงานข่าวว่านักท่องเที่ยวส่งเสียงเฮฮากันยกใหญ่ ที่จะได้สนุกกันเต็มคราบอีกหน และที่สำคัญจะเป็นการส่งสัญญาณไปยังนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้รับรู้รับทราบว่าแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆของเราไม่มีเคอร์ฟิวแล้ว

หลังจากที่นักท่องเที่ยวเกิดอาการช็อกจากเหตุการณ์รัฐประหาร ยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยจนแหล่งท่องเที่ยวแทบจะร้างไปตามๆกัน

ครับ! ที่ผมสรุปมาทั้งหมดนี้คงจะเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นได้ อย่างชัดเจนว่า คสช.ชุดนี้ให้ความจริงจังต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ทราบกันดีแล้วว่าชะลอตัวลงอย่างมากในช่วงที่การเมืองของเราอยู่ในภาวะวิกฤติ

ส่งผลให้สถาบันหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการพยากรณ์เศรษฐกิจทุกสำนัก ออกมาแถลงข่าวด้วยใบหน้าที่สดชื่นขึ้นว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ อัตราการเพิ่มของจีดีพีของปีนี้ ในช่วงหลังๆน่าจะดีขึ้นมาก

อาจจะทำให้จีดีพีทั้งปีขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 2 หรือ 3 ซึ่งก็ดีขึ้นกว่าที่ประมาณไว้ในช่วงที่กำลังห้ำหั่นพันตูกันอยู่ค่อนข้างเยอะ

แต่ประเด็นสำคัญที่จะต้องคำนึงเอาไว้อยู่เสมอว่าการกระตุ้นด้วยการลงทุนต่างๆของภาครัฐ อย่างที่กำลังทำอยู่นี้มีขีดจำกัด

เครื่องมือที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ก็คือการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งจะเชื่อมโยงกับการส่งออกหรือการค้าต่างประเทศ

รวมไปถึงรายได้จากการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักสำคัญของเรามาแต่ไหนแต่ไร

เครื่องมือ 2 ประการหลังนี้ จะอิงอยู่กับการค้าต่างประเทศอย่างมาก และประเทศที่เป็นขาใหญ่ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ ล้วนต้อง การให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วทั้งสิ้น

ในการค้าขายหรือการส่งออกไปหลายๆประเทศ เรายังต้องพึ่งพา สิทธิประโยชน์ทางการค้า ที่เรียกว่า GSP โดยเฉพาะกับประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา หรือสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูง

คงจะต้องตรวจสอบดูว่า เขาจะยังให้ GSP เราหรือไม่! บางประเทศที่หมดอายุแล้วจะต่อหรือไม่? เพราะหลายๆประเทศเขากำหนดไว้เป็นกฎหมายของเขาเลยว่า จะไม่ให้สิทธิประโยชน์ใดๆแก่ประเทศที่มิได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย

ผมจึงขอฝากประเด็นนี้ไว้ด้วย และมีความเห็นว่า คสช.ควรจะเร่งการดำเนินการตาม “โรดแม็ป” อย่าให้เกินกำหนดเวลาที่แถลงไว้ พร้อมทั้งขอร้องฝ่ายต่อต้านว่าอย่าได้ก่อกวนต่อต้านอีกเลย

เพื่อให้เรากลับเข้าสู่โหมดประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตามกำหนดเวลา หรือถ้าได้ก่อนเวลาก็จะยิ่งดีมากๆ

เพื่อประโยชน์ในการเจรจาการค้าต่างๆ ในอันที่จะช่วยให้ประเทศของเราได้สิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้ และสามารถแข่งขันหรือรักษาตลาดของเราเอาไว้ได้โดยไม่พลาดท่าเสียทีแก่ประเทศคู่แข่งของเราในระยะยาว.

“ซูม”

5 มิ.ย. 2557 09:51 5 มิ.ย. 2557 09:51 ไทยรัฐ