วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย
6 มิ.ย. 2557 05:00 น.
พรรคไม่ควรสิ้นสภาพ

พรรคไม่ควรสิ้นสภาพ

โดย
6 มิ.ย. 2557 05:00 น.
  • Share:

ประเทศไทยกำลังสร้างสถิติใหม่ ด้วยการมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 19 แทนรัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับที่ 18 ที่ถูกยกเลิกไป เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาใช้บังคับในอนาคตอันใกล้ ก่อนที่จะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญถาวรเป็นฉบับที่ 20 เพื่อคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์

แต่ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวว่า กกต.ได้มีหนังสือสอบถาม คสช.เกี่ยวกับสถานะของพรรคการเมือง เนื่องจากประกาศของ คสช. ฉบับที่ 11 ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 มีผลให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองสิ้นสภาพไป กกต.เห็นว่าพรรคการเมืองสิ้นสภาพไปหมดแล้ว จึงไม่ควรมีการประชุมพรรค และ กกต.จะทวงเงินอุดหนุนคืน

ทุกครั้งที่มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ อาจมีปัญหาตามมาว่ามีองค์กรใด หรือกฎหมายฉบับใดบ้างที่สิ้นสภาพไปตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญทุกฉบับจึงควรเขียนให้ชัดเจน หรือถือเป็นประเพณีว่าองค์กรและกฎหมายต่างๆยังคงอยู่ต่อไป ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะถูกยกเลิก เว้นแต่ว่าจะออกกฎหมายยกเลิก มิฉะนั้นอาจมีปัญหาในการปฏิบัติ เช่น เรื่องพรรคการเมือง

พรรคการเมืองเป็นองค์กรหลัก ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น การเกิดขึ้น การดำรงอยู่ หรือการสิ้นไปของพรรค จึงควรเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน มิใช่เป็นไปตามคำสั่งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เว้นแต่จะเป็นการยุบพรรคด้วยความผิดร้ายแรง เช่น ล้มล้าง หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย ตั้งกองกำลังติดอาวุธต่อสู้ เป็นต้น

ถ้าทุกพรรคต้องสิ้นสภาพไป คสช.ก็มีอำนาจที่จะออกประกาศรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ได้ โดยถือเสียว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความปรองดองกับสมาชิกพรรค ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ควรให้พรรคดำเนินกิจกรรมการเมืองในกรอบของกฎหมายดีกว่าจะกดเอาไว้จนง่อยเปลี้ยพิการ เดินไม่เป็นหรือเดินไม่ได้ เมื่อจะต้องลงแข่งขันการเลือกตั้ง

รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 เขียนถึงวัตถุประสงค์สำคัญของพรรคการเมืองไว้ตรงกันคือ “สร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชน และเพื่อดำเนินกิจการทางการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้น” ในทางนิตินัย พรรคต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่พรรคการเมืองที่แท้จริง ถึงจะจดหรือไม่จดทะเบียน หรือถูกสั่งยุบ ก็ยังคงเป็นพรรค

ในช่วงที่ว่างเว้นการเลือกตั้งประมาณปีเศษ เป็นช่วงเวลาของการสร้างความปรองดองและปฏิรูปประเทศ เรื่องสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งต้องปฏิรูปเร่งด่วน เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินหน้าไปได้ คือการปฏิรูประบบพรรคการเมืองให้เป็นประชา-ธิปไตยแท้ ทั้งภายในพรรคและการบริหารประเทศ และต้องขจัดระบบธุรกิจการเมืองในพรรคที่กำลังเฟื่องฟู.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้