วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คสช. ปัด ส่งทหารรื้อค้นบ้านปชช.ยัน'มูดีส์'จัดอันดับไทย เท่าเดิม

คสช.ปัด ส่งทหารรื้อค้นบ้านปชช.ระบุ ยังไม่ชัด ช่วย"วีระ"พ้นคุกเขมร -ดึง"วิษณุ"ป.ร่างรธน.ประสานหลายหน่วย ตั้ง คตร.ตรวจสอบงบประมาณ ยัน"มูดีส์"ยังจัดความน่าเชื่อถือไทยเท่าเดิม

วันที่ 4 มิ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล คณะทำงานทีโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกอบด้วย พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ร.ต.นพ.ยงยุทธ์ มัยลาภ น.ส.ปัฐมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ร่วมแถลงการดำเนินงานของ คสช.โดย พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ตอนนี้มีกลุ่มที่ไม่หวังดีกระจายข่าวทางโซเชียลเน็ตเวิร์คว่า มีทหาร ตำรวจ นอกเครื่องแบบ รื้อค้นบ้านประชาชนในต่างจังหวัด จากการตรวจสอบไม่พบกรณีดังกล่าว เป็นการปั้นแต่งเรื่องขึ้นมา ถ้าเจ้าหน้าที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่เข้าค้นต้องแต่งเครื่องแบบ และจะต้องปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เช่นเดียวกับการปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงประชาชนสามารถให้เจ้าหน้าที่ ยืนยันแสดงตัวได้ จะได้ตัดปัญหาการสร้างข่าวลือ

เมื่อถามว่า มีข่าวว่า ญาตินายวีระ สมความคิด อดีตประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และอดีตเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น (คปต.) ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ที่ประเทศกัมพูชา ขอให้ทางคสช.ช่วยเจรจาให้มีการปล่อยตัว พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูล และทางคสช.ไม่เคยออกมาพูดเรื่องนี้ตามที่มีการเผยแพร่ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค

เมื่อถามว่า ส่วนที่มีข่าวว่า ตั้งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานยกร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวนั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า คสช.ยังไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการ นายยงยุทธ มัยลาภ กล่าวว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชืื่อถือมูดีส์ ยังคงจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศอยู่ในอันดับเดิม คือ BAA เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแรง แม้จะประสบปัญหาทางกาารเมือง ซึ่งเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย ได้เข้าพบ พล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองหัวหน้าคณะ คสช. โดยทูตทั้งสองประเทศยังยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศไทย และมีความเข้าใจในสถานการณ์ของประเทศไทย

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ได้เดินทางไปพบรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาร์ ซึ่งได้ไปชี้แจงสถานการณ์ของบ้านเราให้ทราบ ซึ่งทางเมียนมาร์ ได้ติดตามสถานการณ์ของไทยอย่างใกล้ชิด ไม่แทรกแทรกกิจการภายในของไทย รวมทั้งเชื่อมั่นในประเทศไทย และพร้อมสนับสนุนโดยเฉพาะความสัมพันธ์ในกลุ่มอาเซียน นอกจากนี้ เมื่อเช้าวันนี้(4 มิ.ย.) ผบ.สส.ของมาเลเซีย ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้า คสช.ซึ่งทาง ผบ.สส.ของมาเลเซีย ยืนยันว่า ทางมาเลเซีย ยังพร้อมที่จะให้การสนับสนุนประเทศไทยต่อไป

นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า ทางคสช.ได้ตั้ง คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายของภาครัฐ (คตร.) เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปด้วยความรอบคอบ มีความโปร่งใส และมีระเบียบวินัยในการเงินการคลัง ซึ่งประธานกรรมการก็ คือ พล.ท.อนันตพร กาญจนรักษ์ ปลัดบัญชีทหารบก ซึ่งมีคณะกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ในการตรวจสอบในเรื่องงบประมาณของประเทศ ทั้ง ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ซึ่ง 3 ท่านนี้เป็นรองประธานกรรมการ นอกจากนี้ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆเป็นคณะกรรมการ หน้าที่สำคัญคือการตรวจสอบงบประมาณให้เป็นไปตามกรอบ รวมทั้งดูผลสัมฤทธิ์ของโครงการต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นอยู่ของประชาชน และแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจด้วย ซึ่งจะมีการประชุมและส่งผลการประชุมให้หัวหน้า คสช.ได้รับทราบต่อไป

ด้าน น.ส.ปัฐมาภรณ์ ร่ัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะทำงานทีมโฆษก คสช.แถลง ความคืบหน้าด้านการขับเคลื่อนตามนโยบายสมานฉันท์ทุกฝ่ายเพื่อการปฏิรูปของคสช. ว่า ช่วงเช้าวันนี้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนสัย ผบ.ท.ร.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมและจิตวิทยา พบผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม โดยขอให้กระทรวงปรับกิจกรรมให้สอดคล้องกับเจตนารมย์ของคสช.เช่น กิจกรรมวัฒนธรรมสัญจร ก็ขอให้มีการสอดแทรกความปรองดองเพื่อให้ประชาชนเกิดความรักความสามัคคี อีกทั้ง พล.ร.อ.ณรงค์ ยังได้ไปติดตามและมอบนโยบายที่่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ซึ่งทางกระทรวงเองก็กำลังอยู๋ในขั้นดำเนินการในขอบเขตที่่ทำได้

โดยพล.ร.อ.ณรงค์ ก็ได้เน้นในกิจกรรมฟื้นฟูสังคมเพื่อลดความขัดแย้งให้สังคมสงบสุข ส่วนความคืบหน้าของฝ่ายกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่่ได้ประชุมร่วมระหว่างผู้แทนกระทรวงและสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านกฏหมายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติการของส่วนราชการ รวมถึงไม่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มา่ใช้บริการหรือผู้ประกอบการที่มาติดต่องานกับหน่วยงานราชการ ซึ่งภายในสัปดาห์นี้คาดว่าข้อมูลจะมีความชัดเจนมากขึ้นเพื่อจะรวบรวมมาพิจารณาในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป