วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความโรแมนติกราคา 7 หลัก! กว่าจะเป็น เจ้าพ่อเวดดิ้งเซเลบเมืองไทย!

เป็นความโรแมนติกที่คนดังต้องควักเงินแพงระยับ ระดับ 7 หลัก เพื่อแลกมากับการบันทึกภาพความทรงจำครั้งหนึ่งของชีวิตในรูปแบบวิดีโอ (เวดดิ้ง - พรีเวดดิ้ง) เฉพาะตัว สุดอลังการซาบซึ้งราว 5 นาที หลายคนบอกแพง แต่หลายคนบอกการเก็บประวัติศาสตร์ด้วยราคานี้มันคุ้มค่า  

จากเด็กไม่มีความฝัน เพื่อนน้อย พูดน้อย ขี้อาย โดดเดี่ยว และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้นอกห้องเรียนมากกว่าในห้องเรียน (เขาเล่นเปียโนเก่ง และศึกษาสิ่งที่สนใจต่างๆ จากการอ่าน-ชมด้วยตัวเอง รวมทั้งการถ่ายรูปและตัดต่อด้วย) 

ปัจจุบันกลายเป็นช่างถ่ายภาพงานแต่งงานอันดับต้นๆ ของประเทศไทยที่ดาราและคนมีชื่อเสียงใช้บริการมากที่สุด 

"ออฟฟิศผมสบายๆ ไม่ซีเรียส นั่งทำงานแล้วอยากดื่มเบียร์ อยากนอนก็ทำได้ ทำงานสร้างสรรค์ต้องความสบายใจเป็นหลัก"  

ไทยรัฐออนไลน์พาไปเจาะลึกทุกเรื่องราว อาร์ม จักร์กวินทร์ ภู่สวาสดิ์ เจ้าพ่อเวดดิ้งเซเลบประเทศไทย เจ้าของสไตล์เท่ๆ ที่กลายเป็นเทรนด์งานแต่งสุดฮิต 'ซิเนมาโตกราฟฟี่' ผู้ชายที่ลั่นว่าจะทุ่ม 150 ล้านบาทสร้างโลเกชั่นเวดดิ้งแห่งแรกในประเทศไทย

ประชาชื่น, บ้านเขาดูไม่ได้โรแมนติกแบบที่หลายคนคิด เป็นหมู่บ้านชื่อดัง 3-4 ชั้นดัดแปลงเป็นออฟฟิศ ผู้นำทางพาขึ้นไปห้องรับรอง เป็นห้องทำงานที่มีเครื่องไม้เครื่องมือ บรรยากาศดูอุ่นๆ จากไฟและสีของเฟอร์นิเจอร์

รอไม่นาน เจ้าของบ้าน-ภรรยาเดินเข้ามาพร้อมกับส่งยิ้มหวานทักทาย แล้วบทสนทนาที่เต็มไปด้วยความสุขก็เกิดขึ้น

Q : ดูจากผลงาน ชีวิตคุณคงโรแมนติก ตอนเด็กๆ คุณฝันว่าอยากเป็นในสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้บ้างไหม?

ไม่เลย ตอนเด็กๆ ไม่มีความฝันเลย ผมรู้สึกว่าชีวิตมันไม่ค่อยมีความหมายอะไร ตั้งแต่จำความได้ ผมจะเกลียดการเรียนมาก แต่ไม่เกเรนะ ผมจะโดดเรียนไปเล่นเกมเฉยๆ ส่วนหนึ่งไม่ชอบบรรยากาศในโรงเรียน เพราะมันไม่สร้างให้รู้ว่าเรียนแล้วเอาไปใช้อะไรต่อ อีกอย่างการเรียนในห้องเรียนต้องเชื่อครูทั้งหมดด้วย ผมเลยไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไม 

ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เกิดพิจิตร คุณพ่อรับราชการ (ทหาร) จึงต้องย้ายที่เรียนบ่อย มาอยู่เป็นหลักเป็นฐานก็ที่พิษณุโลก พอมหาวิทยาลัยผมก็เลือกเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ เพราะมันใกล้เคียงกับเกมมากที่สุด (หัวเราะ) แต่เป็นอีก 4 ปีที่ไม่มีความสุขเลย ตอนเรียนคอมพิวเตอร์ก็ไม่ชอบอีก เพราะส่วนใหญ่จะชอบเรียนเองข้างนอก แต่ไม่ชอบ ก็ไม่ต่อต้านนะ จะเฉยๆ ผมเป็นคนพูดน้อย ขี้อาย ไม่ค่อยชอบพูดหน้าชั้นที่สุด แต่ก็ทนเรียนจบจนได้ จริงๆ พ่ออยากให้ลูกเป็นทหาร แต่ผมเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรเลยนอกจากตัวเอง ผมหาเงินเองได้ตั้งแต่เด็ก เรียนจบมาก็ไม่ได้ขอเงินจากครอบครัวจนถึงทุกวันนี้ 

Q : พูดได้ไหมว่าเป็นคนไม่มีแต้มต่อแต่ไหนแต่ไร?

ใช่ครับ ชีวิตผมเริ่มจากศูนย์ ทำงานก็ศูนย์ ทำงานก็หาเงินเล็กๆ น้อยๆ อยากได้อะไรก็ต้องซื้อเอง อย่างที่คุณพ่อไม่ได้ห้ามเราทำอะไร แม้ท่านจะอยากให้ผมเป็นทหาร แต่ก็ไม่ได้บังคับ แต่ก็ไม่ได้อยากได้คอมพิวเตอร์แล้วจะซื้อให้เลย ต้องมีผลการเรียนที่ดีตามที่ตกลงกันถึงจะได้มา สรุปเรียนจบมาแบบทุกวิชาแย่หมด ยกเว้นคอมพิวเตอร์ (หัวเราะ) เรียนแย่ขนาดได้ D อย่างมากก็ C และลอกคนอื่นทุกวิชา (หัวเราะ) เอาให้จบพอ แต่คอมพิวเตอร์นี่คือได้คะแนนท็อปสูงสุดของชั้นด้วย ผมเป็นคนที่ชอบอะไรแล้วจะทำให้ดีที่สุด แต่ก็ทิ้งสิ่งอื่นที่ไม่สนใจ

เหมือนตอนที่ผมฝึกงานช่อง 5 คือไม่ว่าผมจะทำอะไรอยู่จุดไหน ผมจะทำให้ตัวเองเด่นขึ้นมา ฝึกงานให้ผลงานเด่นแล้วทุกคนจะรู้จักเราเอง อยู่ช่อง 5 ก็เหมือนกัน ผมไปฝึกงานแล้วผลงานมันเข้าตา เลยได้เข้ามาทำงาน อยู่ที่นั่นหน้าที่หลักของผมคือออกแบบกราฟิกข่าวของช่อง 5 แทบทั้งหมด ผมทำที่นั่นอยู่ 7 ปี เพราะทำงานที่นี่เราได้เปรียบตรงที่เรามีเวลาเยอะ ช่วงที่มีเวลาว่างๆ ผมจะศึกษาและเรียนรู้ด้วยตัวเองมาโดยตลอด ทั้งเว็บไซต์เมืองนอกอะไรพวกนี้ ผมจะศึกษาสิ่งที่ชอบ สิ่งที่สนใจด้วยตัวเอง 


Q : ช่างภาพเวดดิ้งเข้ามาในชีวิตคุณยังไง

อย่างที่บอกผมเป็นคนที่ถ้าชอบอะไร แล้วจะจริงจังมากๆ จะศึกษาหาความรู้เพ่ิมเติมเรียนรู้มากที่สุด อย่างซื้อกล้องถ่ายภาพก็เหมือนกัน จนมีความชำนาญ หลังเลิกงานหลักผมก็เร่ิมรับถ่ายงานวิดีโอเล็กๆ น้อยๆ มาเรื่อยๆ ทีนี้จุดเปลี่ยนคือปี 2008 กล้อง Nikon ออกมารุ่นแรกที่ถ่ายวิดีโอได้ ตอนนั้นเป็นการปฏิวัติกล้องถ่ายภาพนิ่ง เป็นการถ่ายภาพวิดีโอได้ Nikon รุ่น D90 ผมชอบและศึกษากล้องอย่างที่บอก เห็นสเปกแล้วต้องไปรีบจองตั้งแต่มันยัง
ไม่ออก (หัวเราะ) เพราะรู้ว่าไอ้นี่มันจะต้องเปลี่ยนวงการแน่นอน เนื่องจากมัน Support ความคิด จินตนาการ

หลังจากนั้นก็เร่ิมลองเอามันไปถ่ายวิดีโองานแต่งงานในสไตล์ภาพยนตร์ที่ตัวเองชอบแบบไม่สนใจลูกค้า (หัวเราะ) ปรากฏว่าลูกค้าชอบแล้วเอาไปโพสต์ลงยูทูบ วันหนึ่งผมก็งงว่าอยู่ดีๆ คนโทรศัพท์มาถามเยอะจัง หลังจากนั้นก็เริ่มยึดแนวสไตล์นี้ โดยเรียกว่า 'ซิเนมาโตกราฟฟี่' ซึ่งผมเป็นเจ้าแรกที่เอา DSLR มาถ่ายงานแต่งงานแรกๆ คนที่เห็นก็จะคิดว่าใช้ฟิล์มเพราะเหมือนหนัง แต่พอเขาเห็นอุปกรณ์เราเขาก็ตั้งคำถาม ผมก็แล้วแต่ ไม่ได้บังคับให้เชื่อ ก็รอดูผลงาน และแล้ววงการนี้ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็น DSLR จนเป็นมาตรฐานทุกวันนี้เหมือนที่ผมคิดเอาไว้

Q : คุณเริ่มจากการถ่ายภาพวิดีโอเวดดิ้งก่อนแล้วค่อยขยายไปภาพนิ่ง และก็เปิดเวดดิ้งแพลนเนอร์เต็มรูปแบบในที่สุด ?

ใช่ครับ เต็มรูปแบบเพิ่งเปิดไม่ถึงปี จริงๆ จุดร่วมทุกอย่างมันตรงกับความสนใจ และสายงานของผมอยู่ ซึ่งหลังจากทำวิดีโอระยะใหญ่จนคนรู้จักและเชื่อมือ ก็มีโอกาสได้ศึกษาเรื่องการถ่ายภาพนิ่งในงานแต่งงาน และ 'มิกซ์แอนด์แมตช์' มาเป็นแนวทาง เป็นสไตล์ของจักร์กวินทร์เอง (เขาเรียกสไตล์ภาพนิ่งนี้ว่า ''Emotional' เป็นภาพที่ดึงอารมณ์ สื่ออารมณ์ออกมา) 
พร้อมกับลองมารับงานการถ่ายภาพนิ่งในงานแต่งงานด้วย ซึ่งก็มีลูกค้าเชื่ออยู่แล้วว่า ถ่ายวิดีโอสวยถ่ายภาพนิ่งก็ต้องสวย 
หลังจากนั้นก็ลาออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง
 

พนักงานในบริษัทมีผมคนเดียว ผมเร่ิมจากการทำงานคนเดียว (เขาใช้ห้องนอนเป็นที่ทำงาน) ถ่ายตัดต่อคนเดียว ตอนนั้นแฟนยังทำงานประจำอยู่ ไม่ได้ออกมาช่วยการจัดการเหมือนอย่างทุกวันนี้ หลังๆ เริ่มไม่ไหวต้องจ้างน้องๆ และคนที่รู้จักมาช่วยกัน เริ่มพัฒนาไปเรื่อยๆ คนก็เริ่มติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ จากวันแรกมีผมแค่คนเดียว ปัจจุบันทีมงาน 20 คน เฉลี่ยมีงาน 15-20 ต่อ 1 เดือน เพราะเราก็ไม่อยากให้มากกว่านี้ อยากรักษาคุณภาพ เพราะระยะหลังมันเยอะเริ่มไม่สนุก ผมเอาตัวเองและทีมงานเป็นตัวตั้ง เอาแค่ตัวเรามีความสุขและควบคุมคุณภาพได้

Q : คุณถนัดแบบไหนมากกว่า วิดีโอหรือว่าภาพนิ่ง

จริงๆ ผมถ่ายได้ 2 แบบ ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ความสำคัญของวิดีโอมันอยู่ที่ทีมเวิร์กของทีมงาน ซึ่งเราเทรนและวางแผนมาอย่างดี ดังนั้น เวลาตัดต่อจึงไม่ยาก เพราะผมมีภาพอยู่ในหัวแล้ว ระยะหลังผมจึงมีโอกาสไปลุยภาพนิ่งได้มากขึ้น 

Q : ในสายตาคุณ
จุดเด่นของจักร์กวินทร์อยู่ตรงไหน?

อยู่
ที่อารมณ์ของภาพ (ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ) เป็นภาพที่ดูได้นาน ดูคลาสสิก คือคนที่มาจ้างก็จะรู้สึกว่ามันมีอารมณ์ร่วมกับภาพทุกภาพที่จะได้ถ่าย
แล้ว อย่างที่บอก ถ้าคนจะมาจ้างจักร์กวินทร์ต้องคุยกันมาเป็นสิบๆ ครั้ง เพื่อคุยเรื่องคอนเซปต์และสิ่งที่อยากได้

Q :  เซเลบที่เข้ามาถ่ายเวดดิ้งคุณคือใคร?

คนแรกผมไปถ่ายวิดีโอให้  นุ่น วรนุช กับ ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ครบรอบหนึ่งปีในการแต่งงาน จากนั้นก็มีดาราเซเลบฯ อีกมากมาย เช่น จากนั้นก็ หนิง-ปณิตา กับ จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ นาเดีย กับ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล, คุณแอฟ ทักษอร กับ สงกรานต์ เตชะณรงค์, คุณแป้ง อรจิรา แหลมวิไล และ ร.ต.อ. ทรงพันธุ์ กุลดิลก, จ๋า ยศสินี ณ นคร กับ คุณเปิ้ล ณัฐบูรไตรณัฐี, แตงโม - โตโน่, ปลื้ม - ทับทิม ล่าสุดก็งานแต่งงาน อั้ม - นัท มีเรีย เป็นต้น 

Q : เสน่ห์ของความยากง่ายของการถ่ายงานคนดัง-เซเลบเหล่านี้ ?

ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของสื่อมวลชน ทั้งการทำงานและงานตัดต่อวิดีโอส่งให้สื่อไปลงเร็วมากๆ ส่วนการทำงานก็ยากมาก เพราะสื่อจะมากันเยอะแล้วเราก็วางแผนว่าจะขยับได้ไหม อย่างงาน คุณแอฟ-สงกรานต์ เราขยับตัวไม่ได้เลยเราก็วางตัวจุดนี้ๆ ก็ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรืออย่างงานนัท กับอั้ม พูดตรงๆ ยิ่งทำงานตรงนี้ก็ยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ

ความยากงานของคุณ นัท-อั้ม เราเป็นออร์กาไนเซอร์ด้วย แล้ววันที่ 14 เมษายน เป็นวันสงกรานต์ ทีมงานก็จะค่อนข้างขาดแคลน อากาศก็ร้อน แถมจัดนอกสถานที่ด้วย ยุงก็เยอะมาก แล้วสถานที่ก็เป็นสถานที่อย่างเดียว ดังนั้น เราต้องจัดดอกไม้ อาหารก็ไม่มีเพราะไม่ใช่โรงแรม คนล้างห้องน้ำก็ไม่มี เราก็ต้องเตรียมให้ แต่ที่สุดงานก็แฮปปี้ดี 
อันนี้คือยากมากที่สุด

อีกอย่าง งานเซเลบฯ งานคนดัง ความยากง่ายอยู่ตรงที่รสนิยมของดารา เซเลบฯ แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนชอบตูมตาม งานใหญ่โต ของทุกอย่างต้องดูอลังการ แต่บางคนชอบเรียบๆ ง่ายๆ แต่อบอุ่น เราก็ต้องดึงคาแรกเตอร์ของเขาออกมาให้หมด ซึ่งเราก็ต้องคุยกับเจ้าของงานก่อนถ่าย ต้องเจอกันเป็นสิบๆ ครั้ง ไม่ใช่เรื่องง่ายในแต่ละงาน


Q : เล่าวิธีการทำงานของคุณหน่อย?

ถ้าเป็นงานปกติหมายถึงงานมาตรฐานทั่วๆ ไป ผมจะใช้ทีมกล้องภาพนิ่ง 5 คน ทีมวิดีโอ 4-
5 คน 
กระจายตามจุด ซึ่งเราต้องดูสถานการณ์นั้นว่าเป็นสถานการณ์ไหน 
ยกตัวอย่าง เช่น ดารา อั้ม-นัท เราใช้ทีมทั้งหมด 
5 คน ตอนเดินเข้างานขี่ม้าเข้างาน เราก็จะต้องมีละ คนหนึ่งข้างหน้า ด้านซ้าย-ขวา และก็อยู่ในงานอีกคนหนึ่งคอยเก็บสีหน้าแขก เพราะฉะนั้นผมจะวางค่อนข้างชัดเจนว่าคนนี้ถ่ายแขก ข้างหน้าก็ถ่ายธรรมดาๆ เราเดินมา ข้างหลังก็ถ่ายข้างหลัง คนที่รับมอบหมายนี้ก็ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น สนใจแค่ตัวเอง

ผมยกตัวอย่างตอนตัดเค้ก ก็จะมีคนเก็บสีหน้าคุณพ่อ-คุณแม่ ว่ามีสีหน้าที่มองมาอย่างไร ถ้าเกิดคุณไม่ได้รับมอบหมายทุกคนจะแห่มาตัดเค้กกันหมด ก็จะประทับใจว่ามีแม่เรามองลักษณะนี้ด้วย เป็นอารมณ์เหมือนอย่างที่บอก เก็บทุกรายละเอียดเหมือนหนังรัก เขาก็จะเล่าอารมณ์เรื่องของบรรยากาศเป็นไง คุณพ่อ-คุณแม่มองเรายังไง เราก็จะได้อินสไปเรชั่นนี้มาจากพวกหนัง
 โดยส่วนใหญ่ผมจะชอบดูหนัง
โรแมนติก อย่าง Notting Hill ผมจะชอบมากๆ 

Q: ที่ผ่านมางานคนดัง งานไหนยากมากที่สุด?


ผมว่ายิ่งทำยิ่งยาก อย่าง นัท-อั้มเนี่ยผมก็ว่ายาก จริงๆ ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าเราดูแลทั้งหมด ความยากงานของคุณ นัท-อั้ม เราเป็นออร์กาไนเซอร์ เป็นวันที่ 14 เมษายน ทีมงานก็จะค่อนข้างขาดแคลน อากาศก็ร้อน จัดเอาต์ดอร์ ยุงก็เยอะ แล้วสถานที่ก็เป็นสถานที่อย่างเดียว จัดดอกไม้ อาหารก็ไม่มี เพราะไม่ใช่โรงแรม แขกเขาน้อย เราต้อง VIP ทุกคน



Q : ค่าใช้จ่ายคิดอย่างไร ค่าใช่จ่ายลือกันว่าแพงน่าดู?

สำหรับค่าใช้จ่าย ต้องดูว่าจะเอาอะไรบ้าง ถ้าเอาหลายๆ อย่างรวมกันราคา 7 หลักก็มี ต้องดูว่าอะไรบ้างยังไง ราคาทั่วไปก็วิดีโอก็หกหลักต้นๆ ภาพนิ่ง และวิดีโอไม่เกี่ยวกับพรีเวดดิ้ง และพรีเซนเทชั่นนะครับ พรีเซนเทชั่นก็ประมาณแสน พรีเวดดิ้งก็ประมาณสองแสน แต่ต้องถามว่าคุณจะเอาอะไรบ้างจริงๆ ไม่ต้องแพงก็สามารถทำได้ เพราะเรามีถ่ายงานสเกลเล็ก คือไม่ใช่จักร์กวินทร์ เป็นทีมงานของผมถ่ายอย่างเดียว จะมีช่างภาพ 2 คน เราก็จะจัดน้องไปถ่าย
 อารมณ์ก็คือจักรกวินทร์ เพราะยังไงก็ต้องผ่านตาเราราคาเท่าไร ราคาหลักหมื่นก็สามารถทำได้ครับ

Q : ถ้าจะจ้างคุณต้องทำอย่างไร เห็นบอกว่ายากมาก และไม่ทำให้กับคนทั่วไป ทำให้เฉพาะดารา?

เรารับทำให้กับทุกคนครับ ถ้าตกลงว่าจะใช้บริหาร 'จักร์กวินทร์' ตอนแรกต้องคุยกันก่อนว่าเขาชอบอะไร Reference ต่างๆ เปิดหนังสือแฟชั่นดูตรงนี้ไม่ชอบตรงนี้พาไปเลือกชุดเลือกของชำร่วยกับ EXPERT ดังนั้น จึงต้องเจอกันเป็นสิบครั้ง อย่างงาน คุณนัท-มีเรีย ของชำร่วยเป็นเซียมซี ซึ่งมาจากแฟนคลับ เป็นของที่แฟนคลับเขาให้มานานแล้ว แล้วเขาชอบอันนี้มาก เพราะเขาเล่นทุกวันเลย แต่ว่าหาซื้อไม่ได้แล้วเราก็ต้องมานั่งทำเองเป็นร้อยๆ อัน ไปซื้อขวดซื้อจุกมาจุ่มสี

ไหนจะคุยเรื่องพรีเวดดิ้ง สถานที่ต่างๆ พาไปคุยเรื่องสถานที่ดูว่าเป็นอย่างไร พาทีมดอกไม้มาดู มาแก้แบบกัน พาไปชิมอาหารกัน เพราะว่าคุณนัท-อั้ม เขาจะลงรายละเอียดเลยว่าอาหารต้องดีที่สุด ฉะนั้นของทุกอย่างต้องทดสอบก่อน แล้วก็ต้องคุยต้องเซตอีกเยอะ 

อย่างเรื่องขี่ม้า ตอนแรกจริงๆ คุณอั้มเขาชอบม้ามาก เพราะแสดงหนังเกี่ยวกับม้าเยอะ ทีนี้ก็มาคุยว่าเขาชอบม้าแล้วเราจะเล่นอะไรได้บ้าง แรกๆ จะจัดที่โรงแรม แต่เอาม้าเข้าไปไม่ได้ เลยแนะนำมา ที่นี่ก็มีการขี่ม้าเข้ามาได้ ก็สวยเก๋ไปอีกแบบ

ทั้งนี้ วิธีการส่งงานวิดีโอผมจะมี 2 แบบ โดยจะตัดต่อสั้นๆ 5-6 นาที แบบที่ 2 ส่งฟุตเทจทั้งหมดที่ถ่ายมาชั่วโมงกว่าๆ มอบให้ผู้ว่าจ้างทั้งหมด 
หลังจากได้ฟุตเทจที่ต้องการ เราก็จะนำมาตัดต่อ ถ้าเป็นงานดาราหรือเซเลบฯ ต้องรีบตัด ไม่กี่ชั่วโมงต้องเสร็จเพราะว่าเขาจะนำไปให้กับสื่อมวลชน เรื่องการวางภาพก็ไม่ยากมาก เพราะก่อนหน้าเราคิดภาพแต่ละภาพเอาไว้ก่อนว่าจะเล่าอย่างไรให้เหมาะกับเพลงที่เลือกมา ซึ่งผู้จ้างจะไกด์คร่าวๆ คุยกันก่อนว่าอยากได้อารมณ์ประมาณไหน ส่วนภาพถ่ายเราจะส่งภาพที่ตกแต่งให้ทั้งหมด แต่จะเก็บภาพต้นฉบับเอาไว้

Q : ในมุมของคุณ ภาพนิ่งที่ดีมาจากการตกแต่งหรือรูปมันสวยมาจากครั้งแรกที่ถ่าย?

ของผมน่าจะเป็นทุกอย่างรวมๆ ด้วยกันเข้าทุกอย่าง Process ออกมา เช่น คุณยายกินก๋วยเตี๋ยว คุณก็ต้องมีวัตถุดิบที่ดีก่อน แต่กินวัตถุดิบอย่างเดียวมันก็ไม่อร่อย เราก็ต้องปรุงรสตกแต่งอะไรต่างๆ ออกมา เพราะฉะนั้นมันก็ต้องหลายๆ อย่างรวมกัน

ถามว่าภาพตอนแรกจะสวยอย่างใจเรากี่เปอร์เซ็นต์ 
75 ครับ เวลาผมถ่าย ผมจะถ่ายเป็นขาวดำไม่ให้สีมาหลอกตา ถามว่าเรียนถ่ายภาพที่ไหน จริงๆ ผม
ไม่เคยเรียนถ่ายภาพที่ไหนใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยตัวแบบที่ผมชอบ ดังนั้น การเรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพผมจะไม่เน้นเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพ ผมจะไปเน้นเรื่องอินสไปเรชั่นรอบๆ ตัว เช่น ผมไปเที่ยวเมืองนอกผมจะไปดูการตกแต่งของสถานที่ ไปดูของเมืองนอกว่าทำไมเข้าไปในสถานที่นี้มันสวยมันโอ่อ่า เรียนรู้ตรงนี้มากกว่า ที่จะไปดูว่าเขาปรับยังไง เพราะเบสิกมันต้องรู้อยู่แล้ว แล้วสิ่งที่ผมให้ความสำคัญอีกอย่างก็คือการให้เขา (บ่าว-สาว) แสดงออกมาจากข้างใน 

Q : เหมือนทำบ้านผีสิง ก็ต้องทำบรรยากาศให้น่ากลัว

ใช่ๆ พอเขากลัวจริงๆ เราค่อยกดชัตเตอร์ ฉะนั้น คนที่ไปถ่าย ทีมผมจะถ่ายง่าย เพราะเราสร้างบรรยากาศให้ดี ให้สวย ไม่ต้องกล้องโปรฯ คนใช้ไอโฟนถ่ายก็สวย ผมเน้นอารมณ์ไม่ใช่เทคนิค อีกอย่างผมไม่เคยเรียนถ่ายรูป ผมศึกษาด้วยตัวเอง  

Q : ทำแต่งานหวานๆ ไม่เบื่อ?

จริงๆ เราก็ทำแนวอื่นได้นะ แต่ถามว่าแนวหวานๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเรา
ตอนนี้ยังไม่เบื่อ (หัวเราะ) เพราะแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน แม้แต่สถานที่เดียวกันก็อีกอารมณ์หนึ่ง คุณแตงโมกับโตโน่ก็อีกอารมณ์หนึ่ง คุณนัท-อั้ม ก็อีกอารมณ์หนึ่ง คุณแอฟ-สงกรานต์ก็อีกอารมณ์หนึ่ง การตัดต่อการเลือกเพลง เราต้องเน้นคาแรกเตอร์ของแต่ละคนให้ชัด ไม่ใช่ว่าคู่เดียวกันใช้เพลงเหมือนกัน ฉะนั้นแต่ละคู่จะไม่เหมือนกันเลย


Q : ปัจจุบันมีสไตล์คล้ายๆ จักร์กวินทร์เยอะ ตกลงใครลอกใคร?

ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเลียนแบบและก็ไม่ดูผลงานอื่นเหมือนกัน ไม่รู้จะดูทำไม อย่างที่บอกผมไม่ได้ดูงานแต่งงาน และผมก็ไม่ได้ดูแต่รูปถ่าย ผมดูรูปถ่ายจริง แต่ไม่ได้ดูรูปถ่ายเกี่ยวกับงานแต่งงาน ผมเลือกดูพวกงานอาร์ต งานสถาปัตยกรรมอะไรพวกนี้ อย่างหนังสือที่ผมซื้อไม่เกี่ยวอะไรกับงานแต่งงานเลย (หัวเราะ) ผมก็จะดูว่าตรงนี้นะเอาชุดแต่งงานไปยืนมันจะเท่มากเลย เราจะดูดีเทลอะไรพวกนี้ เเล้วเราก็เก็บมันมาตกแต่ง 


ดังนั้น ไม่เกี่ยวว่าเราจัดงานแต่งงานแล้วจะต้องดูหนังสือแต่งงานตลอดเวลา ไม่งั้นมันก็จะอยู่แค่นั้น ไม่หลากหลาย ไม่กว้าง
 ถามว่าถ้ามีคนเลียนแบบสไตล์รู้สึกอย่างไร ก็ไม่โกรธครับ เพราะของดีเขาก็คงอยากได้เหมือนกัน

Q : 
ธุรกิจงานเวดดิ้ง
อีก 3-4 ปีจากนี้ มันจะโตมากน้อยแค่ไหน?

ผมว่ามันเพิ่งบูม สิ่งที่มันเพิ่งบูมก็เพราะซิเนมาโตกราฟฟี่ ให้งานมันดูดีขึ้น พอดูดีมากขึ้นคนก็อยากจะแต่งงานมากขึ้น มันสวย และพอมี AEC มันก็ต้องมีต่างชาติเข้ามามากขึ้น 
อนาคตต่อไปอีก 3 ปี
 ผมว่าอุปกรณ์ที่พัฒนามันทำให้ง่ายขึ้น คนก็จะถ่ายกันมากขึ้นมันก็จะต้องวัดกันด้วยฝีมือเหมือนทีวีดิจิตอล ผมเชื่อว่าหลังจากนี้การแข่งขันไอเดียมากขึ้น

Q  : วิธีการไหนที่เราอยากทดลองอยากจะเล่าเรื่อง?

คำถามนี่น่าสนใจ (นิ่งคิด) กำลังคิดค้นอยู่ครับ แต่ถ้าเป็นพรีเซนเทชั่นปัจจุบันไม่เฉพาะแนวหวานๆ เราก็ทำได้หมดทุกแนว

Q : 
อยากจัดงาน ถ่ายงานคู่ไหนเป็นพิเศษไหม?


พี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสไปที่บ้านเขา เจอพี่เบิร์ดที่บ้าน และมีโอกาสได้ไปนอนตักพี่เบิร์ดด้วย (ยิ้มกว้าง) ผมรู้สึกว่าพี่เบิร์ดน่ารักมากกับทุกคน ไม่รู้สึกว่าเราเป็นคนนอก ถ้ามีโอกาสจะจัดงานให้ ผมอยากจัดให้พี่เบิร์ดครับ

Q : 
เสน่ห์ของอาชีพนี้คืออะไร?

ที่การทำงานคือความสุข ทุกคนที่มาให้เราทำงานก็ต้องมีความสุขอยู่แล้ว เพราะจะแต่งงานไป ทำงานวันงานก็เจอแต่รอยยิ้ม เป็นความสุขทั้งหมดเลย

Q : อีก 5 ปี เราจะเห็นจักร์กวินทร์ในรูปแบบไหน?


ตอนนี้สิ่งที่ผมอยากทำก็คือ สถานที่รองรับการแต่งงาน คอนเซปต์ของตัวนี้เป็นเอาไว้จัดงานแต่งงาน เดินแบบแฟชั่น อีเวนต์อะไรทั้งหลายแหล่ แต่มันจะไม่เป็นอะไรที่ซ้ำที่เคยมีมา แต่มันต้องเป็นอะไรที่จัดแล้วแปลก เจ๋ง สวย เท่ ตอนนี้ผมกำลังหานายทุนอยู่
ต้องใช้เงินประมาณ 150 ล้าน ผมจะเนรมิตสถานที่สวยๆ หลากหลายอารมณ์ทำเอาไว้หลายโซนให้เลือก พวกช่างภาพจะมาถ่ายที่นี่ ผมเชื่อว่าการจัดงานแต่งงานไม่จำเป็นต้องเป็นโรงแรม สมมติว่าจัดงานแต่งงานในถ้ำ ให้คนเข้าไปถ่ายยังไม่เคยมี ไม่ต้องไปต่างจังหวัด ไปมุดถ้ำจริงๆ.

ไทยรัฐออนไลน์พาไปเจาะลึกทุกเรื่องราว อาร์ม จักร์กวินทร์ ภู่สวาสดิ์ เจ้าพ่อเวดดิ้งเซเลบประเทศไทย เจ้าของสไตล์เท่ๆ ที่กลายเป็นเทรนด์งานแต่งสุดฮิต 'ซิเนมาโตกราฟฟี่' 4 มิ.ย. 2557 16:46 20 มิ.ย. 2557 00:31 ไทยรัฐ