วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งฟื้นท่องเที่ยว ยุติเคอร์ฟิว ภูเก็ต-พัทยา-สมุย

‘วิษณุ’ลุยร่างธรรมนูญชั่วคราว หวั่นกม.สำคัญ4ฉบับสิ้นสภาพ ตั้ง‘กัมปนาท’นั่งผอ.ปรองดอง

คสช.เข้าโหมดสลายสีเสื้อเต็มพิกัด ลุยปรอง-ดองกระชับฉับไว เซ็นตั้ง “พล.ท.กัมปนาท” เป็น ผอ.ศูนย์ปรองดองฯ มี กอ.รมน.1-4 เป็นหัวเรือใหญ่ รวมพลังทหาร-ตร.-พลเรือนเคลื่อนทัพสมานฉันท์ สัปดาห์นี้ระดมกึ๋นร่างโรดแม็ปคืนความสุข “บิ๊กตู่” ปัดฝุ่นรายการพบ ปชช.เสาร์นี้ออกช่อง 5 เป็นตอนแรก พร้อมปรับแนวพีอาร์ยกใหญ่รับทั้งศึกใน-นอกประเทศ “วิษณุ” เร่งร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวมือระวิงหวั่น ก.ม. 4 ฉบับสำคัญสิ้นสภาพกระทบการเมือง ธุรกิจท่องเที่ยวใจชื้น คสช.จัดให้ยกเลิกแล้วเคอร์ฟิว พัทยา-สมุย-ภูเก็ต ป.ป.ช.แกะรอยทรัพย์สิน “ปู” กับ 5 รัฐมนตรีมัดคดีข้าว

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศคืนความสุขให้คนไทยสลายสีเสื้อ โดยจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.)ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและ กอ.รมน.เป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนภารกิจนั้น

“บิ๊กตู่” เข้า บก.ทบ.ติดตามงาน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังคงเดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ทั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานของส่วนงานต่างๆ และติดตามสถานการณ์ประจำวัน แต่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมคณะทำงาน คสช. และคณะทำงานของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก. ทบ.) โดยมอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขานุการ คสช. เป็นประธานการประชุมแทน ส่วน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เนื่องจากติดภารกิจของแต่ละส่วนงานที่รับผิดชอบ

คสช.พบ ปชช.ออกทุกเช้าวันเสาร์

จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค ทีมโฆษก คสช.พร้อมด้วย ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ซึ่งเคยเป็นโฆษกรัฐบาลมาก่อน น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักชำนาญการสื่อสารมวลชน กรมประชาสัมพันธ์ ทีมโฆษกพลเรือนมาร่วมแถลงข่าวหลังการประชุม คสช.ประจำวัน ทั้งนี้ พ.อ.วินธัยกล่าวถึงการจัดรายการ “คสช.พบประชาชน” เพื่อชี้แจงการทำงานของ คสช.ทุกเช้าวันเสาร์ว่า ในเบื้องต้น หน.คสช.มีเจตนาที่จะแจ้งผลการทำงานให้ประชาชนทราบทุกสัปดาห์ ในสัปดาห์นี้จะออกอากาศทาง ททบ.5 ก่อนในช่วงวันศุกร์เวลาประมาณ 3 ทุ่มและเช้าวันเสาร์อีกครั้งหนึ่ง

ลุยปรับแนวพีอาร์ระลอกใหญ่

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมงานโฆษก คสช. ฝ่ายพลเรือน กล่าวว่า ที่ประชุม คสช. ซึ่งมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช.เป็นประธานการประชุม โดยมีสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ ที่ประชุมมุ่งเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ สามัคคี ทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้เว็บไซต์ thaigov.go.th ที่ให้ข้อมูลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้ความสำคัญในการประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก นอกจากนั้นจะมีเว็บไซต์ของกระทรวง การต่างประเทศ ในการช่วยประชาสัมพันธ์งาน คสช. ในส่วนของสำนักนายกฯ ยังมีเว็บไซต์ “ไทยคู่ฟ้า” และวารสารไทยคู่ฟ้า ที่จะส่งเสริมแนวทางของ คสช.อีกด้วย นอกจากนี้ จะมีการประชุมระดับโฆษกกระทรวง เพื่อให้งานประชาสัมพันธ์เป็นเนื้อเดียวกันกับส่วนงานต่างๆของ คสช.

ศธ.ชงโมเดล “บ.ว.ร.” สร้างสามัคคี

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการ ทบ. หัวหน้าส่วนสังคมจิตวิทยา ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กรมการศาสนา โดยได้ หารือเรื่องแนวทางการใช้บ้าน วัด โรงเรียน หรือ “บ.ว.ร.” โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ตอบรับให้การสนับสนุนเพราะมีความพร้อมด้านบุคลากรร่วม 6 แสนคน ทั้งนี้ เยาวชนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์อย่างที่หัวหน้า คสช. พูดไว้ว่าความไม่เข้าใจเกิดขึ้นหลายระดับ รวมถึงระดับครอบครัวด้วยโดยสมาชิกในครอบครัวมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น

กรมประชาฯมีวงดนตรีขับกล่อม

น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองโฆษก คสช.กล่าวว่า วันนี้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เข้าชี้แจงกับ คสช.ถึงการตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อให้เป็นพื้นที่สื่อสารเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ในการเผยแพร่สปอตสารคดีต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจมากขึ้น ทั้งสื่อทีวี และออนไลน์ ในส่วนที่กรมประชาสัมพันธ์รับผิดชอบ นอกจากนี้ในทุกๆเย็นวันพฤหัสบดีจะใช้พื้นที่สวนสาธารณะของกรมประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมดนตรีในสวนโดยใช้วงดนตรีของกรมประชาสัมพันธ์ ทำกิจกรรมสร้างความสมานฉันท์ของพี่น้องประชาชน

ตั้ง “พล.ท.กัมปนาท” เป็น ผอ.ศปป.

พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ เป็น ผอ.ศปป. โดยคณะทำงานประกอบด้วย คณะทำงานส่วนกลาง และศปป.กอ.รมน. ภาค 1-4

ใช้ กอ.รมน.1–4 เดินเจาะข้อมูล

พ.อ.บรรพตกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการปฏิบัติ 3 ขั้น คือขั้นที่ 1 เป็นการเตรียมความพร้อม ศปป. เชิญผู้แทนส่วนที่เกี่ยวข้องจัดตั้งคณะทำงาน หารือกำหนดกรอบแนวทางในการดำเนินการ กอ.รมน.ภาค 1-4 จัดตั้งศูนย์ฯกำหนดรวบรวมข้อมูล และแผนการปฏิบัติ เพื่อดำเนินการในพื้นที่รับผิดชอบ ขั้นที่ 2 คือในช่วงเดือน มิ.ย. เป็นขั้นการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ศปป. โดยคณะทำงานส่วนกลางรวบรวมความเห็นในส่วนกลาง จัดทำเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการ ศปป.กอ.รมน.ภาค 1-4 รวบรวมความเห็นจากระดับครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค เสนอให้ ศปป.ทราบ และขั้นที่ 3 ในเดือน ก.ค. จะมีการประมวลข้อมูลที่ได้รับนำไปสู่การนำเสนอแนวทางการปฏิบัติประกอบการพิจารณาการแก้ไขปัญหาในภาพรวมต่อไป

มุ่งละลายพฤติกรรม–สลายสีเสื้อ

พ.อ.บรรพตกล่าวต่อว่า สำหรับกระทรวงมหาดไทยได้ออกคำสั่งให้ทุกจังหวัดจัดตั้ง ศปป.กอ.รมน.จังหวัดขึ้นรองรับแล้ว ศปป.จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้มาช่วยกันสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม ให้สังคมไทยยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง บริหารความขัดแย้งอย่างเท่าเทียม และเป็นระบบตามกระบวนการยุติธรรมปัจจุบัน โดยไม่ผูกพันกับเงื่อนไขตามกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นก่อน 22 พ.ค.57

ทหาร–ตร.–พลเรือนนำทัพขับเคลื่อน

พ.อ.บรรพตกล่าวด้วยว่า การดำเนินการโดยภาพรวม ขอให้บูรณาการทุกส่วนงาน ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร โดยอาศัยกลไกที่มีอยู่แล้วเข้าร่วมด้วย เช่น ศูนย์ไกล่เกลี่ยของอำเภอ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น องค์กรภาคประชาสังคม ฯลฯ เน้นการเสริมสร้างความสามัคคีและความเข้าใจ ให้เกิดการยอมรับความเห็นต่างทางการเมืองของบุคคล และกลั่นกรองรวบรวมข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป ตามลำดับความสำคัญหรือเร่งด่วน จนนำไปสู่การจัดกิจกรรมปรองดองสมานฉันท์ หรือแสวงโอกาสเข้าร่วมดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ กิจกรรมตามประเพณี การพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนของฝ่ายปกครอง การจัดเวทีเสวนาชุมชน การจัดเวทีชาวบ้าน การจัดประชาคมหมู่บ้าน ฯลฯ ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

ระดมกึ๋นร่างโรดแม็ปคืนความสุข

“ในช่วงเวลาพิเศษนี้เจตนารมณ์ของ หน.คสช. ต้องการคืนความสุขให้กับคนในชาติ สลายความขัดแย้งในสังคม สร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ ยึดถือสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และความสงบสุขปลอดภัยของประชาชน ให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่มีความขัดแย้ง เข้ามาร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู เดินหน้าประเทศ เพื่อเตรียมการเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูปและนำไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งได้ร่วมหารือกับรักษาราชการแทนปลัด กห.เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกันและภายในสัปดาห์นี้ ศปป.จะเชิญประชุมจัดทำแผนและแนวทางการปฏิบัติ (โรดแม็ป) ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง พร้อมกับขอให้หน่วยงานได้เร่งรัดในการดำเนินการเชิงคู่ขนานอย่างต่อเนื่องด้วย” โฆษก กอ.รมน. กล่าว

มท.เอกซเรย์สีเสื้อทุกตารางนิ้ว

ที่กระทรวงมหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการตามนโยบายของ คสช.ว่า โรดแม็ปของกระทรวงมหาดไทยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ก.ย. 2557 ครอบคลุมภารกิจตามปกติ โดยจากนี้จะนำข้อสรุปเสนอต่อ คสช. เช่น การสร้างความปรองดองจะให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ตั้งศูนย์ส่วนหน้ารองรับภารกิจนี้เพื่อประสานกับจังหวัด ทั้งนี้ได้ย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดให้วิเคราะห์สภาพในพื้นที่ว่ามีความขัดแย้งอย่างไร มีความหนักหนาเพียงใด จะมีวิธีใดที่จะพูดคุยกันเพื่อสลายสีเสื้อให้ร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความขัดแย้งไม่ได้มีเฉพาะการแสดงสัญลักษณ์แต่ยังมีเรื่องของจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่จังหวัดต้องวิเคราะห์ว่าปัญหาเกิดจากอะไร ควรต้องใช้กิจกรรมหรือวิธีใดจึงจะเหมาะกับสภาพของพื้นที่ โดยกระทรวงได้ติดตามการข่าวมาโดยตลอด

ก.แรงงานเด้งรับคลอด 12 ภารกิจ

ที่กระทรวงแรงงาน นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวหลังประชุมผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ในการกำหนดแผนงานเพื่อรองรับนโยบาย คสช. ว่า ภารกิจเกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงาน ที่ต้องเร่งดำเนินการ 12 ข้อ ได้แก่ 1. สนับสนุน คสช. สร้างความปรองดอง 2. ประชาสัมพันธ์และสร้าง ความเข้าใจแก่สังคมโลก ให้เข้าใจประชาธิปไตยของไทย 3.การดำเนินการทุกวิถีทางให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้ง โดยมีกิจกรรมเทิดพระเกียรติในทุกกิจกรรมของกระทรวง 4.แก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าของประชาชนที่ได้รับความ เดือดร้อน 5.เร่งเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 หน่วยงานต่างๆของกระทรวงแรงงาน ที่ค้างอยู่ภายในวันที่ 31 ส.ค. ตามกรอบเวลาที่ คสช.กำหนด 6. เร่งจัดทำร่างแผนงบประมาณปีงบประมาณ 2558 7. ดำเนินการทุกวิถีทางให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้ง 8. ส่งเสริมปัจจัยการผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ 9.ขับเคลื่อนงานให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส 10. ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ชนบทและตามแนวชายแดนมีงานทำ 11. ตั้งคณะทำงานปฏิรูปกฎหมายของกระทรวง 12. การส่งเสริมการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยแบบสมบูรณ์

ผบ.ทร.มอบนโยบายบิ๊ก พม.

ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.ในฐานะรองหัวหน้า คสช.และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เดินทางมาประชุมมอบนโยบายผู้บริหารพม. ภายหลังการประชุมกว่า 4 ชม. พล.ร.อ.ณรงค์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความวุ่นวายของบ้านเมืองที่ผ่านมาส่วนใหญ่เกิดจากงานสังคมที่ส่งผลให้สังคมแตกแยก ขาดความสามัคคี ลุกลามจนทำให้ประเทศหยุดชะงัก จึงคิดว่า พม.ในฐานะที่ทำงานพัฒนาสังคมจึงต้องเป็นหลักที่จะคิดหาแนวทางในการ คืนความสุข ความปรองดอง และความสามัคคีกลับคืน โดยร่วมมือกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยให้นำเสนอในระยะเวลาอันใกล้ และยังมอบหมายให้ พม.ทบทวนหลักเกณฑ์ความเหมาะสมการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุชุมนุมทางการเมือง

ใช้ทำเนียบฯเป็นศูนย์แถลงข่าว คสช.

ที่ห้อง 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ คสช.พล.ท.ภาณุวัชร นาควงษม์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน พร้อมด้วยทีมงานโฆษก คสช. หารือร่วม น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.เชาวเลข ชยันตร์สุภาพ ผู้ชำนาญการกองทัพบก ผู้แทนสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก กรมประชาสัมพันธ์ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช.เปิดเผยว่า เป็นการประชุมเพื่อประสานการทำงานด้านประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทั้งในและต่างประเทศ ทำความเข้าใจกับประชาชน และเพื่อความเหมาะสม คสช.ใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นศูนย์กลางประชาสัมพันธ์ แทนสโมสรกองทัพบก เทเวศร์ ขณะเดียวกันภายหลังการประชุม พล.ต.พลภัทร ยังได้เดินสำรวจอาคารต่างๆภายในทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้า

ติวบิ๊ก ขรก.ดันร่าง ก.ม.สกัดจุดอ่อน

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ คสช. กล่าวว่า ได้เรียกประชุมระดับปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของส่วนราชการต่างๆ ทั้ง 19 กระทรวง และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อวางกรอบนโยบายและชี้แจงถึงนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ว่ามีการแก้ไขข้อกฎหมายของส่วนราชการ เพื่อเป็นการแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน จนถึงการสร้างหลักประกันในการปฏิบัติงานไม่ให้มีการแทรกแซงอย่างไม่เหมาะสม และที่สำคัญเป็นการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและการทำธุรกรรมต่างๆ และลดความเหลื่อมล้ำ

แจกการบ้าน–นัดส่ง 6 มิ.ย.

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า การพิจารณากฎหมายแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กฎหมายที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และกระทบต่อประชาชนวงกว้าง 2. กฎหมายที่ค้างอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ 3. กฎหมายที่อยู่ในส่วนราชการที่เตรียมการยกร่าง หลังจากวางกรอบกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ในวันนี้จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายทุกส่วนราชการให้มีความเข้าใจในการแบ่งกลุ่มงานทั้ง 3 งาน และให้กลับไปทำเป็นการบ้านเรียงลำดับความเร่งด่วนของกฎหมาย และส่งกลับมาที่กระทรวงยุติธรรมที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาธิการในวันที่ 6 มิ.ย. หลังจากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดมาจัดลำดับ เพื่อดำเนินการส่งให้ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ คสช.ต่อไป

กกต.มึน ก.ม.ที่ตกไปหลังเลิก รธน.

มีรายงานข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ทำหนังสือสอบถามมาที่ คสช. ถึงสถานะพรรคการเมืองหลัง คสช.มีประกาศฉบับที่ 11 ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 ส่งผลให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองสิ้นสภาพการบังคับ ใช้ไปด้วย เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้มีประกาศรับรองการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

“วิษณุ” เร่งร่างธรรมนูญชั่วคราว

ทีมกฎหมาย คสช. เปิดเผยว่า เมื่อมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 ไปแล้ว ส่งผลให้ พ.ร.บ.พรรค การเมืองสิ้นสภาพการบังคับใช้ไปด้วย ดังนั้นพรรคการเมืองที่มีอยู่ก็ต้องสิ้นสภาพไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ขณะนี้หัวหน้า คสช.ได้สั่งการให้ทีมที่ปรึกษากฎหมายไปศึกษาข้อดีข้อเสียของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับที่สิ้นสภาพไปแล้วว่าควรจะมีการประกาศใช้ต่อไปหรือไม่ หากเห็นว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวส่งผลดีก็อาจจะออกเป็นประกาศหรือบรรจุลงในธรรมนูญปกครองชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะนี้นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย เป็นหัวหน้าคณะดำเนินการ ซึ่งทีมกฎหมายอยู่ระหว่างการร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราวอยู่ เป็นไปตามที่หัวหน้า คสช.เคยบอกว่า กรอบในการร่างเป็นไปตามประเพณี ซึ่งการประกาศใช้เป็นไปตามห้วงระยะเวลาที่ต้องให้สิ้นสุดสถานการณ์ในระยะที่ 1 ในการดูแลสถานการณ์ให้สงบก่อน

ชี้ ก.ม.ประกอบ รธน.4 ฉบับสิ้นสภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 11 ในการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 50 ทำให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับสิ้นสภาพไปด้วย ได้แก่ 1.พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการเลือกตั้ง ส.ว. 2.พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง 3.พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 4.พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ

กกต.ทวงคืนเงินพัฒนาพรรคการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณาประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 11 ที่ระบุให้รัฐธรรมนูญ 2550 สิ้นสุดลงยกเว้นหมวด 2 ทำให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองต้องสิ้นสุดลงด้วย ดังนั้นสถานะของพรรคการเมืองต่างๆต้องสิ้นสภาพไปด้วย กกต.จึงได้ทำหนังสือแจ้งไปยังพรรคการเมืองเพื่อให้คืนเงินจากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองที่ใช้ในการรณรงค์ด้านประชาธิปไตย เพราะเห็นว่าพรรคการเมืองไม่มีสภาพเป็นพรรคการเมืองอีกต่อไปแล้ว ถ้าพรรคการเมืองใดใช้เงินกองทุนไปบางส่วนแล้วก็ให้แจ้งบัญชีค่าใช้จ่ายมายัง กกต. นอกจากนี้การประชุมสมาชิกพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคจึงเป็นสิ่งไม่ควรกระทำ เพราะอาจเป็นการขัดต่อกฎอัยการศึกและประกาศของ คสช.ที่ห้ามมิให้ชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองเกิน 5 คน หากฝ่าฝืนต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ปชป.ยอ คสช.ฝีมือดีกว่า “ปู” เยอะ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทำงานของ คสช. เพียง 2 สัปดาห์ กลับมีประสิทธิภาพและสามารถจับกุมกวาดล้างอาวุธสงครามได้มากกว่าการทำงานของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหลายเท่าตัว ถือเป็นหลักฐานชั้นดีว่าตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา มีการจัดการในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบทั้งการซ่องสุมกำลังคน การฝึกอาวุธ และจัดทำแผนปฏิบัติการ เช่น ขอนแก่นโมเดล ถือเป็นเรื่องดีที่กองทัพติดตาม และสามารถป้องกันเหตุได้ก่อนลงมือปฏิบัติการ ทั้งที่ในสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงความเห็นต่างทางการเมือง ถือเป็นเรื่องปกติโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง

เชียร์ “บิ๊กตู่” ปัดฝุ่นรถไฟรางคู่

ที่รัฐสภา นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคสช.สั่งให้มีการพิจารณาโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทใหม่อีกครั้ง และให้สานต่อโครงการรถไฟรางคู่ว่า เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่จะต้องกู้เงิน ซึ่งการทำรถไฟรางคู่มีความจำเป็นต้องทำ เพราะรถไฟขนส่งผู้โดยสารปัจจุบันมีความเร็วแค่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่รถไฟรางคู่มีความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และควรจัดทำให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 30 กว่าจังหวัดที่ไม่มีทางรถไฟ โดยปัจจุบันประเทศมีทางรถไฟยาว 4,034 กิโลเมตร แต่มีรถไฟรางคู่กับรถไฟ 3 ทางเพียง 358 กิโลเมตร จึงเหลือเส้นทางที่ต้องสร้างรถไฟรางคู่ 3,676 กิโลเมตร

ข้อมูลไฮสปีดเทรนอย่าฟัง “ชัชชาติ”

นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีต ส.ว.สรรหา โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณี คสช. เตรียมนำแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ในโครงการรถไฟความเร็วสูงมาดำเนินการ ว่า ไม่ได้คัดค้านตัวโครงการ แต่หากจะนำโครงการรถไฟด่วนความเร็วสูงมาทำ ขอให้อยู่ใน 3 เงื่อนไข คือ 1.ให้อยู่ในกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีปกติ 2.ทำเฉพาะสายกรุงเทพฯ-หนองคาย เพื่อเชื่อมโยงต่อไปยังลาวและจีน 3.ออกกฎหมายเก็บภาษีลาภลอย หรือ Windfall (Profit) Tax เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมให้สังคม ส่วนประเด็นการเรียกใครมาคุยเรื่องโครงสร้างคมนาคมพื้นฐาน ขอให้คิดให้รอบคอบ โดยคำนึงถึงภาพลักษณ์และความรู้สึกของประชาชนด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดริเริ่มของนักการเมือง เพียงแต่นักการเมืองไปหยิบสารพัดโครงการที่ระบบราชการประจำทำไว้อยู่แล้ว มาใช้วิชาการตลาดปัดฝุ่นปรับแต่งให้ดูหรูเลิศเท่านั้น ถ้าจะเรียกคุยก็เรียกข้าราชการประจำ ถ้าจะเรียกนักการเมืองก็ควรเรียกทุกฝ่ายให้เสมอภาคกัน

แต่งตั้ง กก.ตรวจสอบงบฯภาครัฐ

ในช่วงค่ำ คสช. มีคำสั่งที่ 45/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ประกอบด้วย 1.ปลัดบัญชีทหารบกเป็นประธานกรรมการ 2.ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง 3.ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นรองประธานกรรมการคนที่สอง 4.ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นรองประธานกรรมการคนที่สาม โดยมี 5.เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 6.อธิบดีกรมบัญชีกลาง 7.ผู้อำนวยการสำนักประเมินผล สำนักงบประมาณ 8.เจ้ากรมจเรทหารบก 9.ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก 10.ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก 11.ผู้แทนฝ่ายความมั่นคง 12.ผู้แทนฝ่ายสังคมจิตวิทยา 13.ผู้แทนฝ่ายเศรษฐกิจ 14.ผู้แทนฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 15. ผู้แทนฝ่ายกิจการพิเศษตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 22/2557 16.ผู้แทน คสช. เป็นเลขานุการ 17.ผู้แทนคสช. เป็นผู้ช่วยเลขาฯ 18.ผู้แทนสำนักงบประมาณ เป็นผู้ช่วยเลขาฯ

เลิกเคอร์ฟิวพัทยา-สมุย-ภูเก็ต

เมื่อเวลา 16.15 น. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีประกาศฉบับที่ 52/2557 เรื่องยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่เพื่อเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและลดผลกระทบจากการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่ที่อยู่ในการรักษาความสงบและปราศจากการชุมนุมทางการเมืองอันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ จึงให้ยกเลิกการออกนอกเคหสถานในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต สำหรับพื้นที่อื่นยังคงให้ปฏิบัติตามประกาศคสช.ฉบับที่ 42/2557 เช่นเดิม

กฎอัยการศึกยังกระทบท่องเที่ยว

นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกฝ่ายการตลาดสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวว่า การประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวจะช่วยคลายความกังวลให้กับนักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติมากขึ้น และส่งผลดีต่อผู้ประกอบการหลักจากก่อนหน้านี้ที่ คสช. ประกาศเคอร์ฟิว 22.00-05.00 น. ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยว บางส่วนเดินทางกลับประเทศไปกว่าร้อยละ 10 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการยกเลิกเคอร์ฟิว แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าติดตามคือ การประกาศเตือนพลเมืองของประเทศต่างๆให้ระมัดระวังการเดินทางมาไทย ที่มีทั้งสิ้น 63 ประเทศ ประกันภัยไม่ครอบคลุมประเทศที่ประกาศกฎอัยการศึก ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความลังเลในการเดินทาง รวมถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างออสเตรเลียและไทยที่ลดความสัมพันธ์ลง ทำให้โฮเซลที่ขายออสเตรเลียต้องเปลี่ยนเดสซิเนชั่นใหม่

บิ๊กกรมการค้าฯแจง ป.ป.ช.คดีข้าว

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เดินทางมาให้ข้อมูลในฐานะพยานคดีโครงการจำนำข้าวต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยนายสมชาติกล่าวก่อนให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.ว่า มาให้ข้อมูลในฐานะพยานบุคคลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยจะมาให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับกระบวนการรับจำนำข้าวเปลือกในภาพรวมทั้งหมด ได้นำเอกสารการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวปี 54-56 มาเป็นข้อมูลให้ ป.ป.ช.ทราบ ไม่รู้สึกหนักใจเพราะเป็นการให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง

สาวเส้นทางเงิน 5 อดีต ครม.ปู

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของอดีต ครม.รัฐบาลยิ่งลักษณ์ในโครงการรับจำนำข้าวว่า เบื้องต้นมีอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ ป.ป.ช.จะต้องจับตาดูเป็นพิเศษและตรวจสอบข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในทางลึกเป็นกรณีพิเศษ เพื่อหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ประมาณ 4-5 คน คาดว่าในเร็วๆนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะแถลงถึงความชัดเจนในการตั้งผู้รับผิดชอบมาดูแลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวเป็นการเฉพาะ

แงะบัญชี “ปู-โต้ง-บุญทรง-นิวัฒน์ธำรง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอดีต ครม.รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ป.ป.ช.จะไล่ตรวจสอบย้อนหลังไปดูตั้งแต่อดีตรัฐมนตรีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 จนถึงอดีตรัฐมนตรีชุดล่าสุดที่เพิ่งพ้นสภาพไป โดยรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายที่ ป.ป.ช.จะจับตาตรวจสอบเป็นพิเศษอาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์

คสช.สั่งมารายงานตัวเพิ่มอีก 2

เมื่อเวลา 20.45 น. คำสั่ง คสช.ที่ 46/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ดังนี้ 1.นายขรรค์ชัย บุนปาน 2.นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ในวันที่ 4 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. ลงชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

4 มิ.ย. 2557 07:37 ไทยรัฐ