วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จัดใหญ่อนุสาวรีย์ชัย งานคืนความสุข

ทหาร-กทม.-ตร.เจ้าภาพ เกาะติด‘รัฐบาลพลัดถิ่น’

คสช.จับมือ กทม.-บช.น.เตรียม จัดงานยักษ์คืนความสุขสู่ประชาชน บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ช่วงเย็นวันที่ 4 มิ.ย. พร้อมขึงขังใส่ผู้ฝ่าฝืนชุมนุมเกิน 5 คน เจอดำเนินคดีตามกฎหมายแน่ จับหนุ่มห้าวปล่อยยางรถฮัมวี่นำส่งศาลทหารพิพากษาคดี สตช.ตั้งลำขอศาลออกหมายจับ 7 ผู้ต้องหาคดียิง กปปส.เขาสมิง “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” ทำสัญลักษณ์ต่อต้านการยึดอำนาจ ก่อนยืดอกเข้ารายงานตัวต่อกองทัพ เอเอชอาร์ซีระบุสิทธิมนุษยชนของไทยเสื่อมถอยครั้งใหญ่หลังรัฐประหาร

คสช.ตอกย้ำเตือนผู้ต่อต้านรัฐประหารห้ามชุมนุมเกิน 5 คน หากทำผิดกฎอัยการศึกเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด และมุ่งเน้นรักษาความสงบชนิดเข้มงวดและเข้มข้น

เครือข่ายแดงรายงานตัวกองทัพ

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ที่อาคารจามจุรี หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ มีบุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งฉบับที่ 44 ให้บุคคล 28 ราย มารายงานตัวตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. แต่นายสราวุฒิ ภูธรโยธิน เจ้าของโรงสีแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานี ได้เสียชีวิตแล้ว จึงเหลือ 27 ราย โดยนายพฤกษ์ พฤกษ์สุนันท์ ฉายาลุงยิ้ม ตาสว่าง แนวร่วมนปช. เป็นคนแรกที่เดินทางมาถึงพร้อมยกมือชูสามนิ้วและโบกมือให้กับสื่อมวลชน จากนั้นบุคคลที่ถูกเรียกตัวได้ทยอยกันเดินทางมา อาทิ นายธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายเก่งกิจ กิติเรียงลาภ อาจารย์ประจำม.เชียงใหม่ นายรัชพงศ์ โอชาพงศ์ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สื่อมวลชนเว็บไซต์ประชาไท น.ส.อุลัยรัตน์ ชูด้วง นายนิพนธ์ ผดุงศิลป์ไพโรจน์ นายกิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์ นางสลิลทิพย์ ณ พัทลุง นายเสรีภาพ สุนทรชัยภัค นายอัมรินทร์ ใสรัมย์ นายปัญญา สุรกำจรโรจน์ นายธนัท ศรีนิธิโฆษิต เป็นต้น ตลอดทั้งวันมีผู้มารายงานตัว 21 คน

คุมตัวแค่ 1 วันปล่อยตัว “เรืองไกร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบุคคลที่ไม่มารายงานตัว 6 คน ประกอบด้วย นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ (ภรรยานายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์) น.ส.จิตรา คชเดช อดีตประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ นายพฤทธิ์นรินทร์ ธนบริบูรณ์สุข นายพิพัฒน์ พรรณสุวรรณ์ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ และนายสิรภพ กรณ์อรุษ นอกจากนี้ คสช.ได้ปล่อยตัวนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ถูกควบคุมตัวเพียง 1 วัน

“วินธัย”ย้ำห้ามชุมนุมเกิน 5 คน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช. แถลงภายหลังการประชุม คสช.ว่า ที่ประชุมยังคงให้ความสำคัญงานด้านความมั่นคง มุ่งเน้นเรื่องการรักษาความสงบ คสช.เน้นการปฏิบัติ 2 ลักษณะ คือ 1. เข้มงวด 2.เข้มข้นในการตรวจจับอาวุธสงคราม

เห็นได้จากการตรวจจับอาวุธในทุกภูมิภาคตามประกาศ คสช.ที่ 37 ให้บุคคลสามารถนำเอาอาวุธมามอบให้ทางราชการ ส่วนกรณีมีบุคคลที่ยังรวมกลุ่มต่อต้านรัฐประหาร ถือว่าผิดกฎหมายตามประกาศใช้กฎ อัยการศึกห้ามชุมนุมเกินกว่า 5 คน โดย คสช.มีวิธีการดำเนินการจะสร้างความเข้าใจเป็นหลัก หากพื้นที่ใดมีการฝ่าฝืน ทางทหารและตำรวจจะดำเนินการ โดยใช้การเจรจา พูดคุยทำความเข้าใจ หากยังไม่ปฏิบัติตามก็ต้องควบคุมตัว

ไร้เจตนาปิดกั้นเสรีภาพสื่อ

พ.อ.วินธัยกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีมีเสียงสะท้อนว่า คสช.ปิดกั้นเสรีภาพภาพของสื่อมวลชน ขอยืนยันว่าเป็นมาตรการที่มีความจำเป็น ไม่มีเจตนาปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวนชน และที่ผ่านมา คสช.มีมาตรการผ่อนปรนมาโดยตลอด ทั้งทีวี ฟรีทีวีและทีวีดาวเทียม ยกเว้น 14 ช่องที่ยังมีเงื่อนไขพิเศษกับทาง คสช. และ คสช.ไม่ได้เพิกเฉย ยังมีการเจรจาหาทางออกร่วมกัน โดยวันที่ 4 มิ.ย. ผู้บริหารทั้ง 14 ช่องจะมาหารือกับผู้บริหาร คสช. ส่วนสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของ 14 สถานี เพราะไม่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้อง เป็นเรื่องของ กสทช.ดูแลและผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่ กสทช.กำหนด

จับตาห่างๆตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น

พ.อ.วินธัยกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ คสช.มีคำสั่งให้บุคคลมารายงานตัว ขณะนี้มีการปล่อยตัวไปอย่างน้อย 80-90 เปอร์เซ็นต์ ขอย้ำว่าคนที่ประกาศเชิญตัวมาไม่ใช่ผู้ที่กระทำผิด แต่เชิญมาทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างทัศนคติ ความเข้าใจในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ส่วนกรณีมีการส่งผู้ที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร 7 คนไปควบคุมตัวก็เป็นไปตามขั้นตอน ขณะนี้ทั้งหมดต้องถูกดำเนินคดี จะถูกฟ้องคดีในลักษณะใดขึ้นอยู่ในดุลพินิจของศาล โดยทั้งหมดมี 3 ฐานความผิด คือ ฝ่าฝืนคำสั่ง ทำลายทรัพย์สินราชการเสียหาย ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ส่วนการสร้างกระแสต่อต้านผ่านทางโซเชียลมีเดีย เท่าที่ติดตามยังอยู่ในวงที่จำกัด รวมถึงได้ติดตามการเคลื่อนไหวการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในต่างประเทศ

จัดงานคืนความสุขใจกลาง กทม.

นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.ร่วมกับกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ร่วมจัดการแสดงและดนตรี ในชื่องาน “คืนความสุขสู่ประชาชน” ในวันพุธที่ 4 มิ.ย.57 เวลา 16.00-19.00 น. ที่บริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ด้านภัตตาคารพงหลี เขตราชเทวี ภายในงานพบกับการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ทหารบก วงดุริยางค์ตำรวจ การแสดงโปงลางจากสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร พบปะดารานักแสดงที่เป็นทหาร ตำรวจ อาทิ ร.อ.นพ.สรวิชญ์ สุบุญ หรือ “หมอก้อง” ชมการแสดงวงโยธวาทิต ของนักเรียนโรงเรียนราชวินิตมัธยม กิจกรรมการออกร้านของผู้ประกอบการ ผู้ค้าบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ภายในงานยังมีบริการทางการแพทย์ ตรวจสุขภาพ โดยหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ของโรงพยาบาลพระมงกุฎ การบริการอาหาร เครื่องดื่มฟรีจากกรุงเทพมหานคร ทหาร และตำรวจ อีกทั้งกองพลทหารม้าที่ 2 จะนำทหารม้ามาร่วมโชว์ในงานด้วย โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อคืนความสุขให้แก่ประชาชน

กสทช.แจงกติกาวิทยุชุมชน

ที่ห้องอบรมกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.นครราชสีมา พ.อ.ชินกาจ รัตนจิตติ รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 นายศักดิ์ศรี ว่องไว ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เขต 7 นครราชสีมา ประชุมชี้แจงสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนภายใต้ข้อบังคับของ คสช. มี พล.ต.ชัยฤทธิ์พร บัวชุลี อดีตนายทหารบำนาญ ฐานะนายกสมาคมวิทยุชุมชนนครโคราช และประธานเครือข่ายวิทยุชุมชนอีสานตอนล่าง พร้อมผู้ประกอบการสถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และ จ.ชัยภูมิ กว่า 400 คน เข้าร่วมกิจกรรมทำบันทึกข้อตกลงและรับฟังแนวทางปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ที่ให้ระงับการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชน ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่กำหนดและสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ

เดินสายแนะสลายสีเสื้อทุกพื้นที่

ที่ จ.ปทุมธานี พ.อ. (พิเศษ) พัลลภ เฟื่องฟู ผบ.พล.ปตอ.2 ร.2 รอ. ได้เชิญหน่วยงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา มาร่วมรับฟังความเข้าใจแนวทางการปรองดองและแนวปฏิบัติ ในระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึก ที่ห้องประชุมศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี โดย พ.อ. (พิเศษ) พัลลภกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจแก่ข้าราชการ พร้อมกำหนดมาตรการการป้องกันการสร้างสถานการณ์จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นแก่ประชาชน หากหมู่บ้านชุมชนใดมีการแบ่งแยกสี จะเรียกมาพูดคุยไม่ให้มีการแยกสี ถ้าไม่รับฟังจะให้ทางอำเภอเข้าไปพูดคุย แต่ถ้ายังไม่รับฟังอีกจะให้จังหวัดเข้าไปพูดคุย สุดท้ายเมื่อคุยไม่ได้ทหารจะเชิญมาพูดคุยเอง

สตช.แจงย้ายนาย ตร.เหมาะสม

วันเดียวกัน พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีคำสั่งโยกย้ายรอง ผบช.และ ผบก.ว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งเรียก พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว รอง ผบช.ภ.8 มาช่วยราชการประจำ ศปก.ตร. ส่วนคำสั่งให้ระดับ ผบก.ไปช่วยราชการประจำภาค เป็นอำนาจของระดับ ผบช.ที่รับผิดชอบหน่วย เป็นไปตามความเหมาะสมกับสภาพสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน ในชั้นนี้ยังไม่มีคำสั่งเพิ่มเติม ส่วนการปฏิบัติในเรื่องการดูแลการชุมนุม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. ได้มีคำสั่งกำชับห้ามไม่ให้นำเครื่องหมายสัญลักษณ์ของสื่อมวลชนหรือหน่วยงานอื่นมาใช้ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเด็ดขาด

“เอก” เล็งจับ 7 ผู้ต้องหาคดียิง กปปส.

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุยิงถล่มเวที กปปส. อ.เขาสมิง จ.ตราด ว่าตามแนวทางการสืบสวนได้ความชัดเจนว่ามีผู้อยู่ด้วยช่วยกันในการกระทำความผิดจำนวน 7 คน โดยจะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป ส่วนกรณีพบระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี เบื้องต้น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาการ ผบ.ตร. สั่งการให้ตรวจสอบโดยเร่งด่วน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการพิสูจน์กระเดื่องของระเบิดดังกล่าวว่าจะมีความเชื่อมโยงไปสู่จุดใด คาดว่าน่าจะทราบความคืบหน้าในเร็วๆนี้

ล็อกมือปล่อยลมยางรถฮัมวี่

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. แถลงผลการจับกุม นายสมบัติ หรือติ๊ก โกมัยพันธุ์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ซอยพุทธบูชา 49 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ ก.8/2557 ศาลทหารกรุงเทพ จับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านราชประสงค์ ผู้ต้องหาก่อเหตุปล่อยลมยางรถฮัมว่ี เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่มีเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า ชุดสืบสวน บก.น.1 จับกุมนายสมบัติได้เมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย. การปล่อยยางลมเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุก 3 ปี ไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่จะทำกัน ผู้ที่กระทำการดังกล่าวจะถูกนำตัวส่งฟ้องศาลทหารอีกด้วย นายสมบัติก็รับทราบและเข้าใจว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกต้อง ที่ทำไปเพราะคึกคะนอง

เตือนผู้ชุมนุมอย่าฝ่ากฎเหล็ก

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า อยากฝากเตือนว่าอย่าเข้ามาร่วมชุมนุม เนื่องจากอยู่ระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึก ชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไปจะมีความผิดทันที รวมถึงเจ้าของสถานที่ที่ให้ชุมนุม ถือว่ามีความผิดด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาอีก 12 คน ที่อยู่ระหว่างกำลังดำเนินติดตามตัว หลังจากพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 14 คน และจับกุม น.ส.พรรณมณี ชูเชาวน์ ผู้ต้องหาพ่นสีสเปรย์ใส่รถฮัมวี่ทหารทำให้เสียหายได้

ดำเนินคดีหนุ่มห้าวนำตัวส่งศาล

พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สส.บก.น.1 กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายผู้ต้องหาที่กำลังปล่อยลมยาง กระทั่งทราบว่าคือนายสมบัติ ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านราชประสงค์ สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุปล่อยลมยางรถฮัมวี่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในวันที่ 28 พ.ค. เวลา 18.00 น. คนเดียวกันกับที่ภาพถ่าย พนักงานสอบสวน สน.พญาไท แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฝ่าฝืนประกาศ คสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป ต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน หรือผู้ซึ่งต้องช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย จนเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้เสื่อมค่า หรือให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น ก่อนนำตัวส่งศาลทหารดำเนินคดี

ปัดเป็นสายสืบดักจับผู้ชุมนุม

พ.ต.ท.ดวงโชติ สุวรรณจรัส รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี กล่าวที่ สน.ลุมพินี ถึงกรณีมีสื่อโซเชียลมีเดียแชร์รูปถ่ายโจมตีกันอย่างแพร่หลายว่า เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบที่มาคอยจับกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐประหารประกาศกันให้ระวังตัว เหตุเกิดที่ห้างเทอร์มินอล 21 วันที่ 1 มิ.ย. พร้อมทั้งมีการพูดถึงความสัมพันธ์ของครอบครัว โดยโยงว่าเป็นบุตรเขยของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.ว่า วันที่เกิดเหตุตนไปดูแลพื้นที่ตามปกติ เพื่อป้องกันเหตุร้ายไม่ให้เกิดความวุ่นวาย เนื่องจากห้างเทอร์มินอล 21 อยู่ในพื้นที่ สน.ลุมพินี ทราบเพียงว่ามีกลุ่มต่อต้านและสื่อมวลชนมาถ่ายรูปตนเยอะมาก ขอยืนยันว่าในวันดังกล่าวไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับคำสั่ง ไม่ได้ไปจับกุมหรือทำร้ายใคร ขอความเป็นธรรมและขอให้ไม่นำเรื่องของตนไปโยงกับครอบครัว เพราะไม่เกี่ยวกัน

รวบหนุ่มแจกใบปลิวต้าน

เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.ท.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งมหาเมฆ ร.อ.เฉลิมพล ลิ่มสกุล ผบ.ร้อย กองรักษาความสงบ กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่ทหาร ควบคุมตัวนายดำริห์ รินวงษ์ อายุ 59 ปี อาชีพขับวิน จยย.รับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 32/31 ซอยชุมชนหมู่บ้านพัฒนา แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จากปากซอยสวนพลู 8 พร้อมของกลางเป็นใบปลิวข้อความต่อต้านรัฐประหาร จำนวน 10 ใบ มาสอบสวน หลังจากพบพฤติกรรมเดินแจกใบปลิวต่อต้านการรัฐประหารให้ประชาชนที่สัญจรไปมาและในส่วนของผู้ใช้บริการ จยย.รับจ้าง พ.ต.ท.ศยามกล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ให้นายดำริห์ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตักเตือน หากกระทำการดังกล่าวขึ้นอีกจะควบคุมตัวเป็นเวลา 7 วัน ภายหลังได้ปล่อยตัวไป โดยไม่ได้แจ้งข้อหาแต่อย่างใด

กักตัว 9 คน ขัดกฎอัยการศึก

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ชุมนุมต่อต้านการยึดอำนาจรัฐของคสช.ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ แยกอโศก บริเวณห้างเทอร์มินอล 21 ก่อนส่งมากักตัวไว้ที่ห้องขัง บก.ป. พ.ต.ท.ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวน กก.1.บก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกกักตัวรวม 9 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.สุนันทา ห่วงศิริ อายุ 50 ปี ถูกตำรวจ สน.ลุมพินี ควบคุมตัวขึ้นรถแท็กซี่ไปสอบสวนดำเนินคดี 2.น.ส.วาริน ทินกร อายุ 71 ปี มีพฤติการณ์ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่มีข้อความว่า “People” มาปิดปากเอาไว้ 3.น.ส.นุชรา สุขแสวงบุญ อายุ 48 ปี 4.นายมงคล แสงสุดา อายุ 43 ปี 5.น.ส.จิราพร วราพิศิษฐ์ อายุ 53 ปี 6.นายสุเมศ วิโรจน์ชัยยันต์ อายุ 40 ปี 7.นายพีรวัส บุญจรัส 8.นางยุพา นุชทองม่วง อายุ 68 ปี และ 9.น.ส.คมคาย อ่อนหลำ อายุ 50 ปี ทั้งหมดจะถูกพิจารณาดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนประกาศ คสช.เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง

ขั้นตอนพิจารณาคดี ก.ม.พิเศษ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนการดำเนินการกับผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในอำนาจของเจ้าหน้าที่ทหาร จะพิจารณาคดีที่ศาลทหาร ในส่วนของการกักตัวไว้ระหว่างสอบสวนจะมีกำหนด 7 วัน ตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก หากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหารายใดมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายกระทำผิด จะมีการมอบอำนาจให้นายทหารเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.โดยจะมีหนังสือร้องทุกข์ส่งมาภายใน 7 วัน เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐานดังกล่าว ถ้าหากไม่เข้าข่ายถูกพิจารณาดำเนินคดี ทหารจะมีหนังสือแจ้งมายังพนักงานสอบสวนเพื่อปล่อยตัวภายใน 7 วัน แต่ต้องมีบันทึกถ้อยคำว่า จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุมต่อต้าน คสช.อีก

โพสต์ภาพชูสามนิ้วแชร์โลกออนไลน์

ด้านความเคลื่อนไหวกลุ่มต้านรัฐประหาร ที่ก่อตัวในโลกไซเบอร์ โดยมีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เป็นแกนนำ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติที่อยู่ระหว่างการหลบหนี คสช. ได้ออกแถลงการณ์ยกระดับการต้านรัฐประหาร เมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย. ภายใต้ชื่อกิจกรรม 3 นิ้ว 3 เวลา โดยชักชวนให้มีการชูนิ้วทั้งสามเป็นสัญลักษณ์การเรียกร้องสิทธิพื้นฐานทางการเมือง และให้ปฏิบัติการแบบจรยุทธไปชูนิ้วตามที่ต่างๆวันละ 3 เวลา เพื่อถ่ายภาพมาแชร์ในโซเชียลมีเดีย ล่าสุดได้มีแนวร่วมจำนวนหนึ่งเริ่มโพสต์ภาพถ่ายการชูสามนิ้วมาแชร์กันในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและไลน์กันบ้างแล้ว โดยแสดงสัญลักษณ์ที่บ่งบอกอาชีพ เช่น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ แต่ไม่เปิดเผยใบหน้าของผู้โพสต์ และไม่มีใครกล้าไปถ่ายภาพดังกล่าวในที่สาธารณะตามที่ บก.ลายจุดได้ชักชวนแต่อย่างใด

แกนนำ นปช.เฉ่ง บก.ลายจุดหลบสู้

ขณะเดียวกัน ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายสมหวัง อัสราษี รองประธาน นปช. ได้เกิดวิวาทะในหมู่คนเสื้อแดงพวกเดียวกันเอง เมื่อนายสมหวัง โพสต์ข้อความแสดงความไม่เห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารของ บก.ลายจุด ในลักษณะจรยุทธ ในทำนองที่ว่า นายสมบัติได้ชักชวนคนให้ออกมาโดยตัวเองหลบอยู่ด้านหลัง ทำให้มีคนถูกจับไปหลายคน การขับเคลื่อนลักษณะนี้ไม่เหมาะสมกับเวลา ปรากฏว่าหลังโพสต์ข้อความไม่นาน รองประธาน นปช.ถึงกับต้องลบโพสต์ข้อความดังกล่าวทิ้ง เนื่องจากมีมวลชนเสื้อแดงจำนวนมาก เขียนข้อความต่อท้ายความเห็น ประณามความคิดของแกนนำ นปช.บางราย ถึงกับด่าทอด้วยข้อความหยาบคาย เช่น แกนนำบางคนเคยพูดไว้ที่ถนนอักษะ ว่าถ้ามีรัฐประหารเราจะสู้ตาย แล้ววันนี้ทำอะไร หรือมีแกนนำอย่างพวก...มวลชนถึงไม่ชนะ...อายแทนผีวีรชนจริงๆ ส่งผลรองประธาน นปช.โพสต์ข้อความขอโทษมวลชนว่า ขออภัยที่ไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่คิดนั้นด้วยความเป็นห่วงพี่น้องกลัวจะโดนทหารทำร้ายและเป็นไปไม่ได้เลยที่ตนจะไปเห็นดีเห็นงามกับการยึดอำนาจ

เสื้อแดงโวย “อ้น แดงสยาม” ถูกรวบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นได้รับการเปิดเผยจากญาติของนายชัยนรินทร์ กุหลบอ่ำ หรือ อ้น อดีตแนวร่วมกลุ่มแดงสยามว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนหนึ่งบุกไปควบคุมตัวแกนนำ เสื้อแดงถึงบ้านพัก ล่าสุดได้นำตัวเข้าไปสอบปากคำ อยู่ที่กองปราบปราม ทั้งที่ไม่มีชื่ออยู่ในประกาศเข้ารายงานตัว โดยมีกลุ่มนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าประสานขอประกันตัวแล้ว

รวบยกแก๊งชุมนุมทางการเมือง

ขณะที่ สภ.เมืองสตูล พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผบก.ภ.จ.สตูล แถลงผลการจับกุม พ.จ.ท.พงศกร ชูพันธ์ อายุ 28 ปี นายสุรศักดิ์ อ่อนรอด อายุ 26 ปี นายภัทร นุ่นขาว อายุ 26 ปี นายวันเฉลิม ยศสุวรรณ อายุ 25 ปี นายสตวรรษ ไชยพร อายุ 23 ปี นายอนุวัฒน์ เกิดเส้ง อายุ 22 ปี นายพัฒนา ผลจันทร์ อายุ 26 ปี และนายฉัตรกุล องอาจ อายุ 26 ปี พร้อมของกลางปืน .357 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน 5 นัด อาวุธปืนพก 9 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน 20 นัด เบื้องต้นแจ้งข้อหา พ.จ.ท.พงศกร ชูพันธ์ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ชุมนุมทางการเมือง ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือแจ้งข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปชุมนุมทางการเมือง แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอด เหตุเกิดที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งบนเกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล

เอเอชอาร์ซีขยับต้านรัฐประหาร

วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (AHRC) องค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ สำนักงานใหญ่อยู่ที่เกาะฮ่องกง แถลงเปิดเว็บเพจใหม่ http://www.humanrights.asia/countries/thailand/thaicoups/2014 เพื่อรวบรวมแถลงการณ์ต่อต้านการรัฐประหารในประเทศ ไทย เมื่อ 3 มิ.ย. โดยนายบิโจ ฟรานซิส ประธานเอเอชอาร์ซี ระบุว่าการก่อรัฐประหารในไทยเป็นความเสื่อมถอยด้านสิทธิมนุษยชนครั้งใหญ่ ทำให้ไทยย้อนกลับเข้าสู่ยุคหินด้านสิทธิมนุษยชน กองทัพไทยสามารถทำสิ่งอื่นๆ ได้อีกมากในนามการพิทักษ์ความมั่นคงของชาติ ซึ่งมิใช่การก่อรัฐประหาร เอเอชอาร์ซีจะต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพอย่างจริงจังและต่อเนื่องต่อไป ดังเช่นที่เคยทำมาแล้วในปี 2549 ขอประณามรัฐบาลทหารไทยที่คุกคามสื่อมวลชน นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และนักวิชาการ ด้วยการออกคำสั่งให้ไปรายงานตัวต่อกองทัพ บ่งชี้ว่ามิได้คิดปราบปรามผู้คุกคามความสงบของสาธารณชนหรือความมั่นคงของชาติ แต่ต้องการคุกคามผู้ที่รัฐบาลทหารเห็นว่าเป็นศัตรู เอเอชอาร์ซีเรียกร้องให้องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและขบวนการภาคประชาสังคมทั่วโลก ร่วมกันสนับสนุนด้านเงินทุนและความช่วยเหลืออื่นๆ แก่ผู้ที่จำเป็นต้องออกจากประเทศไทยเป็นการชั่วคราว อันเป็นผลจากการรัฐประหาร

“วรงค์” สะกิด “ทักษิณ” ยุติบทบาท

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงกรณีที่สังคมออนไลน์แพร่ภาพ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนสุดท้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชู 3 นิ้วสัญลักษณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารใช้สื่อความหมายถึงเสรีภาพ อิสรภาพ และสันติภาพว่า น.ส.แพทองธารแน่ใจหรือที่เรียกร้องสิ่งเหล่านี้ น่าจะลองถามคุณพ่อดูว่า ตอนเป็นนายกฯได้ให้ 3 สิ่งนี้กับคนไทยหรือไม่ หรือตอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ได้ให้สิ่งเหล่านี้กับคนไทยหรือไม่ เพราะเสรีภาพ อิสรภาพ และสันติภาพเป็นสิ่งที่คนไทยต้องการทุกคน แต่พอมีอำนาจกลับทำอีกอย่าง กลายเป็น โกงข้าว ล้มเจ้า และเผาเมือง ทางที่ดีระหว่างนี้ น.ส.แพทองธารน่าจะแนะนำคุณพ่อลองทบทวนบทบาทของตัวเองว่า ทำไมคนไทยออกมาไล่มากขนาดนี้ สิ่งใดผิด เสียหายต่อชาติควรจะยุติ เพราะนิสัยคนไทยให้อภัยเสมอถ้ายอมรับผิด