วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำนิวไฮ!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 3 มิ.ย.57 ปิดที่ 1,454.24 จุด เพิ่มขึ้น 13.30 จุด ทำนิวไฮต่อ ขณะที่มีมูลค่าซื้อขายทะลัก 64,950.24 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,086.92 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด SAWAD ปิด 16.50 บาท บวก 1.40 บาท, SCB ปิด 167.50 บาท บวก 1.50 บาท, KBANK ปิด 199 บาท บวก 5.50 บาท, KTB ปิด 19.70 บาท บวก 0.50 บาท และ ADVANC ปิด 240 บาท บวก 4 บาท

บล.โนมูระ พัฒนสิน มองการยกเลิกเคอร์ฟิวบางพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ภูเก็ต พัทยา และเกาะสมุย และแรงคาดหวังต่อการผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มองการปรับขึ้นเป็นการถูกผลักดันจากทุกกลุ่มพร้อมๆกัน ขณะที่ประเมินแนวโน้มตลาดระยะสั้นหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นต่อแต่มีกรอบจำกัด เนื่องจากรับข่าวการเมืองไปพอสมควร แนะกลยุทธ์การลงทุนให้ตัดขายทำกำไรบางส่วน หรือเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นกลุ่มที่ได้ผลประโยชน์จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศ Domestic Play ยังชอบหุ้น KBANK, STEC, CPALL และ MINT

ขณะที่ บล.เอเซียพลัส ชี้ตลาดหุ้นฟื้นตัวเร็วกว่าคาด และมี Expected P/E 14.7 เท่า หากย้อนดูการรัฐประหารปี 49 มีกระแสข่าวลือตลอดทั้งวัน กดดัชนีลงเล็กน้อย -0.47% ก่อนจะลงในอีก 2 วันถัดมาที่ 1.42% และ 1.56% แต่จากนั้นดัชนีค่อยๆฟื้นตัว ใช้เวลาราว 16 วันทำการก็กลับมายืนที่เดิมได้ และยังปรับขึ้นต่อเนื่องจนทำจุดสูงสุดได้ที่ 747 จุด ก่อนที่ดัชนีจะปรับลงรุนแรงจากการประกาศใช้มาตรการ capital control ช่วง 19 ธ.ค.49

เมื่อเทียบกับการยึดอำนาจครั้งนี้เมื่อ 22 พ.ค. แม้ดัชนีจะลงไปมากกว่าครั้งที่ผ่านมาโดยลดจาก 1,405.21 จุด ไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,377 จุด หรือ -2% แต่กลับใช้เวลาน้อยกว่าในการฟื้นตัวแค่ 5 วันทำการก็สามารถกลับมาทะลุจุดสูงสุดของปีนี้ที่ 1,423.7 จุด แต่ความต่างของการยึดอำนาจทั้ง 2 ครั้ง อยู่ที่การซื้อขายของนักลงทุนโดยครั้งนี้ต่างชาติเทขายติดต่อ 9 วันทำการ จนทำให้ปีนี้มียอดขายสุทธิเป็นปีที่ 2 ซึ่งมียอดขายสุทธิรวมกันใกล้ 3 แสนล้านบาทแล้ว ขณะที่สถาบันในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นที่ 2 ตรงข้ามกับปี 49 ที่ต่างชาติขายสุทธิช่วง 1-2 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นก็กลับมาซื้อใหม่ จนเกิดปัญหา capital control ทำให้ต่างชาติขายสุทธิรอบใหม่

ที่สำคัญรอบนี้ดัชนีได้ขยับขึ้นไปที่ระดับ Expected P/E 14.7 เท่า ต่างจากปี 49 ตลาดมี P/E ณ สิ้นปี 11.2 เท่า ทำให้ความเสี่ยงต่อการปรับฐานเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงเน้นเลือกหุ้น Laggards คือ SEAFCO เป้า 6.03 บาท, SCC เป้า 520 และ BTS เป้า 11.2 บาท และให้ระวังการขายทำกำไรในหุ้นที่ outperform ตลาด!!

อินเด็กซ์ 51

4 มิ.ย. 2557 04:20 ไทยรัฐ