วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ครั้งแรกของไทย

ครั้งแรกของไทย

  • Share:

อันที่จริงคอลัมน์เรียงหน้าชนนี้ ไม่ค่อยได้มีโอกาสรับใช้แฟนๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตมากนัก

ตอนนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผมจะนำเอาเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬามอเตอร์สปอร์ต

โดยเฉพาะเรื่องของรถ การแข่งรถมานำเสนอประชาสัมพันธ์เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ได้รับทราบกัน อีกทั้งยังเพื่อเป็นการเชิดชูนักแข่งและทีมแข่งของคนไทยที่จะไปร่วมทำการแข่งขันรายการสำคัญ อันจะเป็นการนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศด้วย

โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เตรียมนำทัพนักแข่ง 4 ชีวิต ทั้งสุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และ “กีกี้” ศักดิ์ นานา เป็นทีมตัวแทนประเทศไทยเพียง ทีมเดียวเข้าร่วมการแข่งขันรายการ “24 ชั่วโมง นูร์เบอร์กริง” ที่เป็นสุดยอดการแข่งรถ 24 ชั่วโมงต่อเนื่องรายการใหญ่ระดับตำนานติดอันดับ “ท็อป 3 ของโลก” ระหว่างวันที่ 19–22 มิ.ย.นี้ ณ เมือง นูร์เบอร์ก ประเทศเยอรมนี

ว่ากันถึงสนาม “นูร์เบอร์กริง” ใครที่ชื่นชอบ กีฬาแข่งรถย่อมต้องเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาบ้าง สนามแห่งนี้มีฉายาว่า “สุสาน” เป็นสนามที่ขับยาก ท้าทาย และอันตรายที่สุดสนามหนึ่งในโลก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาคดเคี้ยว

จริงๆแล้วสนามแห่งนี้ถูกสร้างมาเพื่อใช้สำหรับแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง รายการเยอรมันกรังด์ปรีซ์ตั้งแต่ปี 1947 จนถึง 1970 ก่อนที่สนามจะถูกงดทำการแข่งขันไประยะหนึ่ง เนื่องจากความยากและอันตรายของสภาพภูมิประเทศและเส้นทางนักแข่งหลายต่อหลายคนต้องจบชีวิตไปกับสนามแห่งนี้!

ขณะที่ “24 ชั่วโมง นูร์เบอร์กริง” เป็นรายการ แข่งขันชื่อดังติด 1 ใน 3 ของรายการแข่งรูปแบบ 24 ชม. โดยใช้รถโปรดักชั่นคาร์ที่มีจำหน่ายตามโชว์รูมและนำมาโมดิฟายเพื่อไปแข่งขัน ไม่ได้เป็นรถแข่งโดยเฉพาะ จึงทำให้รายการนี้ได้รับความ นิยมจากผู้ผลิตรถทั่วโลก เพราะสามารถทดสอบประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถในแต่ละรุ่นได้ อย่างเต็มที่

ในครั้งนี้ “โตโยต้า ทีมไทยแลนด์” ตัวแทนประเทศไทยเพียงทีมเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งรถและคนจะต้องมีความพร้อมสมบูรณ์แบบอย่างเต็มที่เพื่อสู้กับความเร็วระดับ 200-250 กม./ชม. ระยะทางรวม 26 กิโลเมตร กับ 73 โค้งที่อันตราย ทั้งแคบและคดเคี้ยว ขึ้นลงเนินสูงต่ำอยู่ตลอดเวลา

ปีนี้มีรถเข้าร่วมแข่งขันจากทั่วโลกกว่า 282 คัน แบ่งออกเป็นรุ่นตามความจุของเครื่องยนต์ โดยครั้งนี้ทีมตัวแทนจากประเทศไทยลงแข่งในรุ่น 1,601-2,000 CC ด้วยเบอร์ข้างรถ 194 โดยใช้ “โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต เครื่อง 1,800 CC” เป็นรถในการแข่งขัน ส่วนทีมเซอร์วิสหัวหน้าช่างเป็นคนไทย และใช้วิศวกรชาวญี่ปุ่นทำงานร่วมกับทีมเซอร์วิสจากยุโรป

ด้วยความยากและท้าทาย จึงทำให้นักแข่งและ บริษัทฯผลิตรถยนต์ทั่วโลก พร้อมใจกันส่งรถเพื่อ ทำการทดสอบประสิทธิภาพ หากแต่สนามนูร์เบอร์กริง ไม่ได้เปิดกว้าง และง่ายดายต่อการลงสนาม เพราะผู้ที่จะมีสิทธิ์ในการลงสนามและแข่งขันในรายการ 24 ชม.นี้ได้ จะต้องมีประสบการณ์และสะสมชั่วโมงการขับที่สนามแห่งนี้ได้ครบตามกำหนด จึงจะได้รับ สิทธิ์เข้าสู่รายการแข่งขันได้

จึงถือเป็นเกียรติภูมิของนักขับไทยทุกคนที่จะได้ไปลงแข่งขันในรายการนี้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับ ประเทศไทยด้วย ส่วน “โตโยต้า” เอง ในฐานะผู้ผลิต รถยนต์ที่ส่งแข่งนั้น ก็คงจะได้พิสูจน์ศักยภาพและ สมรรถนะรถยนต์ของตัวเองก่อนจะนำมาปรับปรุงใช้ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผมว่าเราๆท่านๆที่เป็นบุคคล ทั่วไปก็จะได้รับประโยชน์ด้วยโดยภาพรวม.

พาวเวอร์บอมบ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้