วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่า2ปี รวบได้แล้ว สาวแสบตุ๋นเพชรไฮโซ 400 ล้าน!

ชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ตามรวบสาวแสบแก๊งต้มตุ๋น หลอกเหล่าไฮโซให้ร่วมลงทุนค้าเพชรได้กำไรงาม มีคนหลงเชื่อร่วมลง เงินกว่า 400 ล้าน ตอนแรกให้ผลตอบแทนดี ก่อนจะจ่ายเช็คเด้ง เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลหนีหาย ผู้เสียหายรวมกลุ่มตามล่า 2 ปี ถึงเจอตัว...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. 57 พ.ต.ท.ปรีชา ทิมหอม รอง ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.สมคิด พงศ์สินชินภัทร สว.สส. พ.ต.ท.ยงฤทธิ์ ศุภผล สว.สส.กำลังชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม นำกำลังพร้อมหมายจับศาลแขวงนครปฐม ลงวันที่ 11 ม.ค. 57 ในข้อหาฉ้อโกง และหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 24 เม.ย. 55 ข้อหาร่วมกันกระทำความผิดกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนา เพื่อจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เข้าจับกุมตัว นางศันสนีย์ หรือ ศรีวรินทร์ วนิชกีรติ หรือ พูนธนารมย์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/293 หมู่ 5 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยจับกุมได้ขณะเดินอยู่ที่ลานจอดรถอาคารซิตี้โอม คอนโดมิเนียม ซอยสุขุมวิท 105 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2555 นางปุณยวีร์ รังสีอธิวัชร์ กับพวกผู้เสียหาย ซึ่งเป็นชาว จ.นครปฐม และกรุงเทพฯได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ถูกนางศรีวรินทร์ พูนธนารมย์ หรือ นางศันสนีย์ วนิชกีรติ และนายช่วงโชติ อัครปัญญวัฒน์ นางธนลักษณ์ หรือ วงพลอย อัครปัญญวัฒน์สามีภรรยา ร่วมกันหลอกลวง มีผู้เสียหายรวม 17 คน ในลักษณะการกู้ยืมเงิน ให้ร่วมลงทุนในการประมูลเพชร เหตุเกิดระหว่างวันที่ 1 มี.ค. 2553 ถึง 6 ม.ค. 2555 ต่อเนื่องกัน โดยกลุ่มผู้กระทำความผิดได้วางแผนให้นายช่วงโชติกับนางธนลักษณ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกับกลุ่มผู้เสียหายมานานกว่า 20 ปี ชักชวนผู้เสียหายให้มาร่วมลงทุนกับนางศรีวรินทร์ ซึ่งเป็นหลานสาว โดยอ้างว่านางศรีวรินทร์ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับเพชรและการประมูลเพชรนำเข้าจากต่างประเทศ จะได้รับผลตอบแทนในอัตราสูง ซึ่งนายช่วงโชติกับนางธนลักษณ์ ภรรยา ได้ร่วมลงทุนมาก่อนและได้กำไรงงาม

จากนั้นนายช่วงโชติและนางธนลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้มีฐานะดีคนหนึ่ง มีคนรู้จักมากมายในวงการธุรกิจ นำนางศรีวรินทร์ หลานสาวมาแนะนำตัวต่อลูกค้า เพื่อให้เกิดความเชื่อถือ อ้างว่าหลานสาวมีร้านเพชรและร้านทองในกรุงเทพฯ และยังพาลูกค้าไปดูร้านเพชรร้านทอง จนลูกค้าหลงเชื่อ จากนั้นก็ออกชักชวนกลุ่มสาวไฮโซที่มีฐานะดีมาร่วมลงทุน โดยจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนร้อยละ 10 ต่อเดือน มีการจ่ายเงินตอบแทนระยะแรกจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ยตรงตามกำหนด จนมีเศรษฐีหลายคนหลงเชื่อร่วมลงทุนกันมากมาย ถึง 400 ล้านบาท เมื่อได้เงินมามากพอแล้วก็เริ่มเบี้ยว จ่ายเป็นเช็คมาให้ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เมื่อกลุ่มลูกค้าไปตรวจสอบตามธนาคารที่ทั้งสองร่วมกันจ่ายเช็คมาให้ ปรากฏว่าบัญชีถูกสั่งปิด มีเงินติดบัญชีเพียงแค่บัญชีละ 100 บาทเท่านั้น ทางกลุ่มผู้เสียหายจึงออกติดตามหาตัว แต่ไร้ร่องรอย บริษัทที่เปิดอยู่และอ้างว่าเป็นร้านทองร้านเพชร ใน กทม. เมื่อตรวจดูแล้วก็ไม่ใช่ร้านของสองสามีภรรยาและหลานสาว จึงรู้ว่าถูกต้ม และพากันไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครปฐม และดีเอสไอ

กระทั่งเดือน เม.ย. 55 ดีเอสไอได้รับคดีและตามจับตัวนายโชติช่วงกับนางธนลักษณ์ สองสามีภรรยาได้ โดยทั้งสองอ้างว่าเงินทั้งหมดนั้นส่งให้นางศรีวรินทร์ หลานสาวไปหมด ทั้งสองรับเพียงแค่เงินเดือน โดยปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่จนด้วยหลักฐาน ดีเอสไอจึงส่งฟ้องต่อศาล ศาลชั้นต้นตัดสินให้ทั้งสองจำคุก 95 ปี อยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ส่วนนางศรีวรินทร์หลบหนีการจับกุม และไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลไว้หลายชื่อ แถมทำบัตรประชาชนปลอมไว้หลายใบ เมื่อถูกตำรวจตรวจจับก็หลุดไปได้ทุกครั้ง กระทั่งผู้เสียหายออกสืบหาจนรู้แหล่งกบดาน และนำเจ้าหน้าที่ไปจับกุมตัว พร้อมยืนยันให้นำตัวมาดำเนินคดีที่ จ.นครปฐม

ทางด้าน นางรุ่งรวิ พรพรรณไพบูย์ อายุ 61 ปี บ้านอยู่ ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม ทำธุรกิจส่วนตัวและซื้อขายที่ดิน หนึ่งในผู้เสียหายที่ต้องสูญเงินไปร่วม 30 ล้านบาท เมื่อทราบว่านางศรีวรินทร์ถูกจับตัวได้ ก็เดินทางมาที่ ภ.จว.นครปฐม พร้อมกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งล้วนเป็นสาวไฮโซ ที่ต้องสูญเงินตั้งแต่ 1 ล้าน จนถึง 10 ล้านบาท เพื่อดูตัวผู้ต้องหาพร้อมจะเข้ารุมทำร้าย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามปรามไว้

นางรุ่งรวิ กล่าวว่า เจ็บใจมากที่ถูกต้ม เวลานี้เงินทองแทบหมดตัว กว่าจะหาเงินมาได้ และที่เจ็บใจมากก็คือ นายโชติช่วงและนางธนลักษณ์ นั้นเป็นคนนครปฐม และเป็นคนคุ้นเคยกันมาก กลับมาหลอกคนบ้านเดียวกัน ซึ่งจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนนางศรีวรินทร์ ผู้ต้องหา ยังไม่ยอมให้การใดๆ กับตำรวจ โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะขอไปให้การในชั้นศาล.

ชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ตามรวบสาวแสบแก๊งต้มตุ๋น หลอกเหล่าไฮโซให้ร่วมลงทุนค้าเพชรได้กำไรงาม มีคนหลงเชื่อร่วมลง เงินกว่า 400 ล้าน ตอนแรกให้ผลตอบแทนดี ก่อนจะจ่ายเช็คเด้ง เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลหนีหาย ผู้เสียหายรวมกลุ่มตามล่า 2 ปี ถึงเ 3 มิ.ย. 2557 18:14 3 มิ.ย. 2557 19:41 ไทยรัฐ