วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นัสวีร์ ตันติจิรสกุล ทายาท "พีน่าเฮ้าส์" แรงบันดาลใจสร้างสวนสนุก-สวนน้ำ "ซานโตรินี่"

ใครที่ผ่านไปมาบนถนนสายกรุงเทพฯ-ชะอำ หรือกรุงเทพฯ-หัวหิน จะต้องเตะตากับสวนสนุกสุดฮิพที่โดดเด่น อยู่ริมถนน ทั้ง “ซานโตรินี่ พาร์ค” และ “ซานโตรินี่ วอเตอร์ แฟนตาซี” ที่โดนใจและเร้าใจคนรุ่นใหม่ด้วยสถาปัตยกรรมและเครื่องเล่นเอ็กซ์ตรีมนานาชนิดที่ชวนให้แวะเยือน ต้องยกนิ้วให้กับไอเดียสุดบรรเจิดของผู้บริหารรุ่นใหม่ “นัสวีร์ ตันติจิรสกุล” ทายาทคนโตของ สุพจน์ ตันติจิรสกุล ประธานใหญ่กลุ่มบริษัทพีน่า กรุ๊ป ที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจวาดฝันแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ให้ผู้มาเยือนได้สนุกสนานเพลิดเพลินกันอย่างสุดๆ

นัสวีร์ หรือ “วี” บอกว่าจริงๆแล้วเธอเกิดและเติบโตมากับกองผ้า เพราะคุณพ่อ เริ่มต้นธุรกิจจากการทำการ์เม้นท์ จนมีแบรนด์ของตัวเองชื่อว่า “พีน่าเฮ้าส์” เมื่อโตมากับธุรกิจ เธอจึงเลือกเรียนด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) และไปเรียนต่อที่สถาบัน FIDM ซานฟรานซิสโก (Fashion Institute of Design&Merchandising) เกี่ยวกับการค้าขายและค้าปลีก เพราะยังไงก็ต้องเข้ามาช่วยธุรกิจของคุณพ่อ เริ่มงานแรก ด้วยการเข้ามาดูช็อป Warner Bro. ซึ่งซื้อลิขสิทธิ์ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตัวการ์ตูนดังๆ และเข้าไปช่วยงานในพีน่ากรุ๊ป วี เล่าถึงลักษณะการทำงานของที่บ้านว่า คนคนหนึ่งจะไม่ได้ทำงานอย่างเดียว ต้องช่วยกันดูหลายอย่าง เธอจึงเข้ามาดูด้านบุคลากร การฝึกอบรม และการพัฒนาของพีน่ากรุ๊ป รวมถึงงานด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นการต่อยอดในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีอยู่ โดยการทำพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์

เมื่อมาทำในส่วนของพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต วี บอกว่า ทำให้มองเห็นช่องทางการต่อยอดธุรกิจอื่นออกไปอีก “จากการดูตัวเลขปริมาณการจราจรบนถนนที่จะไปชะอำแล้ว ที่นี่โตขึ้นเรื่อยๆ ประมาณปี 2011 คุณพ่อจึงเริ่มซื้อที่เก็บสะสมมาเรื่อยๆ จนมีขนาดใหญ่ประมาณ 50 ไร่ ก็มานั่งคิดโปรเจกต์ว่า ควรทำอะไร จนเป็นที่มาของซานโตรินี่ พาร์ค และคุณพ่อก็ให้วีเข้าไปดูตั้งแต่แรก คืออยากทำรีเทล ที่ผสมกับทัวร์ริสสปอต เป็นเหมือนจุดท่องเที่ยวด้วย เราก็เลยเอาคำว่า “สนุก” เข้ามาเป็นโจทย์ให้ทุกมุมของซานโตรินี่พาร์คมีความสนุก มีทั้งเครื่องเล่น และร้านค้า สามารถถ่ายรูปได้ทุกจุด พอเปิดไปได้สักพักหนึ่งกระแสตอบรับดีมาก ปีแรกมีคนเข้ามาเที่ยวโครงการประมาณล้านคน คุณพ่อจึงบอก ลูกๆว่า น่าจะทำอะไรต่อ วีก็เสนอเลยว่า อยากทำธุรกิจเกี่ยวกับสวนน้ำ เพราะเมืองไทยอากาศร้อน เอื้อต่อการทำธุรกิจนี้มาก ขนาดต่างประเทศเปิดแค่เป็นซีซั่นเขายังทำเลย ในเมื่อเมืองไทยอากาศเอื้อให้เล่นน้ำได้ทั้งปี และยังไม่ค่อยมีใครทำธุรกิจสวนน้ำเท่าไร จึงเสนอคุณพ่อให้ทำสวนน้ำ คุณพ่อก็ให้เราไปศึกษาดูงาน และเรียกซัพพลายเออร์มานั่งคุยว่าจะเอาเครื่องเล่นตัวไหนบ้าง”

โปรเจกต์ยักษ์ทั้งสองโครงการที่ทำ วี บอกอย่างถ่อมตนว่า ไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันรวด เร็ว เพราะเป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับครอบครัวเธอ แต่ก็ดีใจที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ ทำให้มีกำลังใจและกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ๆต่อไป วี ยังบอกถึงหลักการทำงานของเธอด้วยว่า ลูกน้องไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่ขอให้ตั้งใจทำงาน คนเราผิดได้ เพราะผิดเป็นครู แล้วเรียนรู้จากมันก็ไม่เป็นไร แต่อย่าปล่อยให้ครูเดินเต็มออฟฟิศ ที่สำคัญคือต้องสร้างความรู้สึกรักในองค์กรด้วย... ซึ่งแน่นอนเมื่อทีมเวิร์กดี การจะก้าวต่อไปข้างหน้าย่อมไปได้สวยอย่างแน่นอน!!!

ใครที่ผ่านไปมาบนถนนสายกรุงเทพฯ-ชะอำ หรือกรุงเทพฯ-หัวหิน จะต้องเตะตากับสวนสนุกสุดฮิพที่โดดเด่น อยู่ริมถนน ทั้ง “ซานโตรินี่ พาร์ค” และ “ซานโตรินี่ วอเตอร์ แฟนตาซี” ที่โดนใจและเร้าใจคนรุ่นใหม่ 3 มิ.ย. 2557 11:22 ไทยรัฐ