ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ทดสอบ BMW M3/M4 (ตอนที่ 4)

    อาคม รวมสุวรรณ4 มิ.ย. 2557 14:05 น.
    SHARE

    TESTDRIVE BMW M3/M4
    TESTDRIVE BMW M3/M4

    M3 มีทุกอย่างเหมือน M4 ยกเว้นน้ำหนักที่เพิ่มเข้ามาอีก 23 กิโลกรัม ซึ่งเกิดจากน้ำหนักของบานประตูหลังอัลลอยกับกระจกและมอเตอร์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนเจ๋งๆ บนรถคันนี้ยังมีอยู่อีกเพียบ เช่น แครงน้ำมันเครื่องผลิตจากแมกนีเซียม ค้ำโช้กรูปตัวยูในห้องเครื่องยนต์ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ แพหน้าน้ำหนักเบา หรือ Light wight Front Axle ทำจากอัลลอยขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีแรงดันสูง ฝากระโปรงหน้า บานประตูทั้งสี่และแก้มข้างผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอย

    พวงมาลัย M กับระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าแบบใหม่ เบาะไฟฟ้าแบบสปอร์ตของ M แป้นคันเร่ง M กาบบันได M โช้กอัพทำจากอะลูมินั่มอัลลอยกับล้อฟอร์จราคาแพง ขอบ 19 นิ้ว เบรก M คาร์ลิปเปอร์สีทองแบบ 6 พอตหน้า 4 พอตหลัง พร้อมจานคาร์บอนเซรามิกทั้งหน้าและหลัง เพลากลางคาร์บอนและแพหลัง Light wight Real Axle ทำจากอัลลอยขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีแรงดันสูงแบบฟอร์จ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เหมือนกันกับ M 4 แต่ M3 ผู้พี่นั้นอ้วนกว่านิดหน่อยและนั่งได้สบายกว่าที่ตำแหน่งเบาะผู้โดยสารตอนหลัง ส่วนสูงของมันยังมากกว่า M4 อยู่นิดๆ ตามรูปแบบสปอร์ตซีดาน รวมถึงระยะห่างระหว่างผิวถนนกับใต้ท้องรถก็ยังสูงกว่า M4

    ผมพยายามรวบรวมสติให้มั่นคง ก่อนที่จะใช้ความเร็วบน M3 ทางตรงยาวสลับกับการวิ่งผ่านเนินเขาเตี้ยๆ ที่ปราศจากรถราร่วมทาง ทำให้ต้องระมัดระวังไม่หลงระเริงไปกับอัตราเร่งที่มันพยายามยัดเยียด เย้ายวน ให้กระแทกคันเร่งอยู่ตลอดเวลา สีฟ้านัมเบอร์ B68 – Yas Marina Blue Metallic ของ BMW M3 F80 สว่างกระจ่างตากลมกลืนไปกับท้องฟ้าอันสดใส ในช่วงบ่ายของเมืองฟาโร มันช่างเข้ากันอย่างเหมาะเจาะ ราวกับภาพวาดของจิตรกรฝีมือชั้นครู ด้วยสีสันของท้องฟ้ากับปุยเมฆในเขตยุโรปทางตอนใต้กับสีฟ้าอันแจ่มจรัสแสบสันดันทรวงของเจ้า M3 ตัวใหม่ล่าสุด อะไรจะงามไปกว่านี้อีกนะ

    TESTDRIVE BMW M3/M4
    TESTDRIVE BMW M3/M4

    ชุดส่งกำลัง 7 สปีด M-DCT หรือ Dual clutch transmission ยกมาทั้งยวงจาก M5 แต่มีการปรับปรุงอัตราทดให้เหมาะสมกับรูปแบบของ M3/M4 สำหรับการขับขี่แบบปกติในเกียร์คลัตช์คู่ลูกนี้ มันจะให้อารมณ์เรียบลื่น ไม่แตกต่างไปจากเกียร์ 8 Speed ของ ZF เท่าใดนัก ต่อเมื่อโหมดการขับถูกปรับไปที่ Sport Mode จังหวะของการเปลี่ยนอัตราทด จะว่องไวและกระชากกระชั้นขึ้น เป็นไปตามซอฟต์แวร์ของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ในการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่ได้โปรแกรมเอาไว้สำหรับการขับที่มีความหลากหลาย

    แป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัยกับโหมดแมนนวล เชื่อมโยงการเปลี่ยนเกียร์ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกคล้ายเกียร์ธรรมดา โดยไม่มีความจำเป็นต้องเหยียบคลัตซ์ช่วยแต่อย่างใดทั้งสิ้น โหมดสปอร์ตกับความกระชับฉับไวของอัตราทดที่เปลี่ยนขึ้น-ลงไปตามความเร็ว ที่แท้จริงมีความแม่นยำราวกับจับวาง เกียร์ M-DCT ยังเปิดโอกาสให้คุณใช้รอบเครื่องยนต์ได้อย่างสะใจ ด้วยการคารอบเอาไว้ แม้เท้าจะถูกยกออกจากคันเร่งเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนเกียร์ ขึ้นหรือลงอย่างต่อเนื่อง ใน M 4 รุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ยังมีตัวช่วยเบิ้ลรอบเครื่องยนต์ เพื่อคงรอบที่มีแรงบิดสูงสุดของแต่ละเกียร์ไว้ให้ใช้งานสำหรับการขับ M ในรุ่นเกียร์ธรรมดา

    TESTDRIVE BMW M3/M4
    TESTDRIVE BMW M3/M4

    ความรู้สึกใน M3 บอกผมว่า มันขับได้ผ่อนคลายมากกว่า M4 อยู่นิดๆ พวงมาลัยไม่หนักจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้เบาจนขาดสัมผัสที่ดี ความรู้สึกของพวงมาลัยออกมาในแนวกลางๆ คร่อมอยู่ระหว่าง M4 และ Series-3 F30 335i รวมถึงระบบรองรับก็ยังโอนอ่อนผ่อนคลายมากกว่า M4 ที่แข็งราวกับรถแข่ง ผมลองปรับโหมดการขับทั้งสามรูปแบบใน M3 เพื่อจับความรู้สึก แม้จะคาอยู่ในโหมดสูงสุด Sport + Mode แต่สัมผัสที่ได้รับในทุกแง่มุมก็ยังคงบอกกับตัวเองว่ามันขับได้สบายมากกว่า M4 ช่วงล่างของ M3 นั้น เหมือนกันกับน้องชายของมันทุกอย่าง มันให้ความรู้สึกหนึบแต่ไม่กระด้างเท่ากับ M4

    ส่วนความแม่นยำของชุดบังคับเลี้ยวนั้น พอดิบพอดีด้วยกันทั้งคู่ ความพอดีและความเหมือน ยังส่งถ่ายมาถึงย่านของกำลัง อัตราเร่ง ความเร็วสูงสุด มีเพียงน้ำหนักตัวเท่านั้นที่ M3 หนักมากกว่า M4 ผู้น้องอยู่ 23 กิโลกรัม แม้วิศวกรของ M GmbH จะบอกผมว่ามันเหมือนกันทุกอย่าง แต่พอได้ลองขับดูแล้วกลับพบว่า BMW M3 F80 นั้น โอนอ่อนผ่อนคลายและขับได้สบายเนื้อสบายตัวมากกว่า M4 F82 อยู่นิดๆ เมื่อผมลองถามความรู้สึกหลังพวงมาลัย ระหว่าง M3 กับ M4 ริชชี่และเพื่อนนักข่าวชาวมาเลเซีย ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เจ้า M3 นั้นขับได้สบายกว่าอยู่เล็กๆ มันเหมาะสำหรับคนมีครอบครัวที่ต้องการรถแรง และมีพื้นที่ภายในมากพอสำหรับการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วน M4 นั้นเหมาะกับแฟนพันธุ์แท้ของ M Car ซึ่งชอบอารมณ์ควมรู้สึกแบบรถแข่งในคราบเคราของรถสปอร์ต 2 ประตู

    TESTDRIVE BMW M3/M4
    TESTDRIVE BMW M3/M4

    เบรกคาร์บอนเซรามิก แบบ 6 พอตหน้า 4 พอตหลังของ M เป็นออปชั่นเสริมที่ต้องควักกระเป๋ากันค่อนข้างหนักหน่วงเลยทีเดียว จานเบรกเซรามิก ให้ความรู้สึกที่ดีขณะใช้ความเร็วแล้วต้องการชะลออย่างฉับพลันทันที แม้จะมีเสียงดังจากการเบรกอยู่บ้าง แต่สภาพการที่แท้จริงเมื่อขับด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง เบรกคาร์บอนเซรามิกจะรับแรงและมีระยะเบรกที่เหนือกว่าจานเบรกแบบเหล็กหล่ออยู่พอสมควร เบรกแบบคาร์บอนเซรามิกยังคงทนต่อการแพร่กระจายของความร้อนที่เกิดขึ้นจากการใช้เบรกหนักๆ ไปตลอดทาง มันมีความเหมาะสมกับสภาพเส้นทางที่คดเคี้ยวและผู้ขับขี่ต้องใช้เบรกอย่างต่อเนื่อง มันยังเหมาะกับการขับในสนามแข่งขันที่รถมีความเร็วสูงมากกว่าบนเส้นทางปกติ

    ช่วงล่างของ M3 ให้ความรู้สึกเหมือนกับสปริงมีค่าของความแข็งต่ำกว่า M4 อยู่นิดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ค่าความแข็งของสปริงในรถทั้งสองคันนั้น ก็ยังคงเท่ากัน จุดยึดและลูกหมากลูกยางที่มีความแตกต่างจาก Series-3 F30 ทำให้มันเกาะถนนราวกับตุ๊กแก ทางหลวงหมายเลข N122 ต่อเชื่อมกับ N22 เจ้า M3 ทะยานไปตามทางได้อย่างไหลลื่น และสามารถทำความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง ต้องขอขอบคุณการเลือกเส้นทางทดสอบของทีมงานจาก BMW Group และ BMW M GmbH ซึ่งเลือกทางตรงยาวสลับกับทางโค้งขึ้นลงเนินเขาในเมืองฟาโร เพื่อการทดสอบและเค้นเอาสมรรถนะที่แท้จริงของตัวรถออกมาได้อย่างหมดจด

    TESTDRIVE BMW M3/M4
    TESTDRIVE BMW M3/M4



    ผมกับริชชี่ นักข่าวจาก Bangkok Post ในรถ M3 รวมกับพี่เล็ก มนชัย จาก GM Car กับคุณปิ้กจากหนังสือรถยนต์ชั้นนำ ฟอร์มูลล่า เพื่อนผู้สื่อข่าวจากประเทศไทยในรถ M4 มาถึงยังโรงแรมที่พักเอาเกือบ 6 โมงเย็น หลังจากนั้นในช่วงหัวค่ำที่ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมมีงานแถลงข่าว และกล่าวแนะนำทีมงานของ BMW M Gmbh ผู้ทำการพัฒนารถ M3/M4 รวมถึงนักแข่งสองคนที่จะรับหน้าที่ขับนำในสนามแข่ง Autodromo Algarve ในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น งานเลี้ยงต้อนรับผู้สื่อข่าวสายรถยนต์ ที่จัดอย่างเรียบง่าย เริ่มต้นขึ้นในเวลา 19.30 น.

    ภายในงานมีเจ้าหน้าที่ของ M division ทั้ง 7 คน ซึ่งประกอบไปด้วย วิศวกรตัวถัง เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง รวมถึงหัวหน้าทีมพัฒนา กระจายกันนั่งร่วมกับโต๊ะของผู้สื่อข่าวจากเอเชีย ซึ่งมีทั้งอินเดีย ยูเออี ไทย มาเลเซีย สิงค์โปร พร้อมๆ ไปกับการแนะนำผลิตภันฑ์รายละเอียดปลีกย่อยของรถ M3/M4 รวมถึงการตอบคำถามให้กับสื่อมวลชนนานาชาติที่มีความสนใจในบางจุดบางตำแหน่งของตัวรถแบบเจาะลึก งานเลี้ยงที่มีบรรยากาศของความเป็นกันเอง มาสิ้นสุดลงในเวลา 22.30 น. ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อเตรียมความพร้อมในเช้าวันรุ่งขึ้น สำหรับการขับทดสอบในสนามแข่ง Autodromo Algarve ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมที่พักประมาณ 56 กิโลเมตร

    Autodromo Algarve
    Autodromo Algarve

    สนามแข่งขันรถยนต์และจักรยานยนต์ทางเรียบ Autodromo Algarve มีความยาวทั้งสิ้น 4.7 กิโลเมตร มีที่ตั้งอยู่ใน​​เมือง Portimão โดยมีระยะทางห่างจากเมืองฟาโร ประมาณ 56 กิโลเมตร สนามแข่งรถ Autodromo Algarve เปิดให้บริการในเดือนตุลาคมปี 2008 และได้รับการอนุมัติจากทั้ง FIM (Fédération Internationale de Motorcyclisme ) และ FIA (Fédération Internationale de Automobile) ผังสนามมีรูปแบบของโค้งรวมทั้งสิ้น 18 โค้ง กับรูปแบบของสนามที่มีความแตกต่างกันออกไป สนาม Autodromo Algarve ใช้สำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์ประเภทซุปเปอร์ไบค์ชิงแชมป์โลก รวมถึงยังเป็นที่นิยมสำหรับการจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบเอนดูลาน์ซ ด้วยความที่เป็นสนามมาตรฐานระดับโลก มีความกว้างของแทรคมากกว่าสนามทั่วไปและมีความปลอดภัยสูง

    ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการสร้างสนามแห่งนี้อยู่ที่ € 195,000,000 (ประมาณ $ 250,000,000) การก่อสร้าง Autodromo Algarve แล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปี 2008 และผ่านการรับรองโดยมีความถูกต้องต่อกฎ homologated โดย FIM ในวันที่ 11 ตุลาคม ปี 2008 และ FIA ในอีกสองวันถัดมา ผังสนามมีดีไซน์ให้มีความตื่นเต้นเร้าใจ ตลอดจนความยากของการขับขี่ควบคุมรถแข่งพลังสูง ถูกออกแบบโดย Ricardo Pina สถาปนิกนักออกแบบสนามแข่งรถชั้นนำของยุโรป ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2010 Autodromo Algarve ถูกเพิ่มเติมสำหรับการแข่งขันรถสูตรหนึ่งในฤดูกาลของปีนั้น โดยถูกเพิ่มเข้ามาพร้อมกับสนามแข่งรถ F1 ในประเทศบาห์เรน

    Circuit Statistics

    Length: 4.648 km (2.905 miles)

    Turns: 18

    Direction: Clockwise

    Contact Details Autodromo Internacional do Algarve Sitio do Escampadinho, Mexilhoeira Grande 8500 – 130 Portimao Algarve – Portugal Tel: +351 282 405600

    Main contact: Paulo Pinheiro

    Media contact: Rute Vieira (media@autodromodoalgarve.com)

    Lap record 1:30.681 (Nicolas Lapierre, ORECA Team Matmut, 2010, Peugeot 908 HDI FAP, LMP1)

    Autodromo Algarve
    Autodromo Algarve

    08.00 น. เช้าวันรุ่งขึ้น ผมออกจากหน้าโรงแรมที่พัก Epic Sana ด้วยรถทดสอบ BMW M4 โดยส่งมอบหน้าที่ควบคุมให้กับ ริชชี่ เพื่อมุ่งตรงไปยังสนามแข่ง Autodromo Algarve เราทั้งคู่ใช้เวลาวิ่งอยู่บนไฮเวย์หมายเลข N22 ต่อเชื่อมกับ N120 เพียงแค่ 25 นาที ก็มาถึงยังสนามแข่งขันรถยนต์และจักรยานยนต์ทางเรียบชั้นนำของยุโรปใต้ พร้อมๆ กับความตื่นตาตื่นใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้จัดได้นำเอารถ M รุ่นต่างๆ มาจอดโชว์ตัวยั่วความอยากให้กับนักข่าวต่างประเทศได้สัมผัสกันแบบจะๆ ครบทุกรุ่นทุกโมเดล

    ความเจ๋งของสถานที่แห่งนี้ นอกจากจะมีความยากและท้าทายในระดับสนามแข่งรถ F1 แล้ว ทีมงานของ BMW M GmbH ยังได้จัดให้นักข่าวขับทดสอบ BMW M3/M4 รุ่นละ 5 รอบ โดยสองรอบแรกจะเป็นการวิ่งตามรถนำที่ขับโดยนักแข่งสุดยอดฝีมือในทีมแข่งของ M division ที่เหลืออีก 3 รอบ เป็นการวิ่งแบบเพียวๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งทางทีมงานของ M division เปิดโอกาสให้ใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่ สนาม Autodromo Algarve แม้จะมีความกว้างอยู่ในระดับมาตรฐานของสนามแข่งรถ F1 แต่มีความยากอยู่ตรงทางขึ้น-ลงเนินที่มีอยู่ทั่วทั้งสนาม บวกกับทางโค้งโหดๆ ทั้งโค้งแบบยูเทิรน์ หรือโค้งแบบแฮร์พิน หรือโค้งรูปตัวยู ที่พร้อมจะเหวี่ยงรถทุกคันให้ออกไปนอกแทรค หากใส่มาเกินลิมิต

    สองรอบแรกจากการเรียนรู้สภาพอันแท้จริงของ Autodromo Algarve นักขับรถแข่งในทีม BMW M Power Mr Pedro Lamy รับหน้าที่ขับนำโดยมีผมและเพื่อนนักข่าวจาก UAE ขับตามเพื่อศึกษาสภาพของแทรค โค้งอันตรายและการเข้าออกจากไลน์ที่มีความถูกต้อง วิทยุสื่อสารจากรถคันนำของ Pedro Lamy ในรอบเรียนรู้ผังสนามคอยแจ้งเตือนถึงจุดยากๆ และตำแหน่งของการเบรก โดยภาพรวม เจ้าหน้าที่ของ M division ได้ตั้งกรวยยางสีส้มเพื่อกำหนดจุดของการเบรก และการเข้าสู่ไลน์ในโค้งที่มีความถูกต้อง ทำให้การขับทดสอบ BMW M3/M4 ในสนามแข่งแห่งนี้ มีความปลอดภัยในระดับที่ดี

    TESTDRIVE BMW M3/M4 in Autodromo Algarve
    TESTDRIVE BMW M3/M4 in Autodromo Algarve

    2 รอบแรกของการเรียนรู้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว Pedro Lamy ซึ่งมีบุคลิกที่มาดมั่นและเป็นกันเอง ในฐานะนักขับของ BMW เลี้ยวรถ M4 คันนำเข้าสู่พิตเลน ปล่อยให้รถทดสอบของผู้สื่อข่าวที่เหลืออีก 2 คัน ค่อยๆ เพิ่มความเร็วในอีก 3 รอบที่เหลือ ใน M4 ผมปรับโหมดการขับไปที่ Sport Mode โดยยังคงปล่อยให้ระบบควบคุมการทรงตัว หรือ ESP ทำงานไปตามเรื่องตามราวของมัน เป็นการขับที่แฝงไว้ด้วยความระมัดระวังและผ่านการควบคุมอาการโดยซอฟต์แวร์เจ๋งๆ ของระบบช่วยทรงตัว

    เจ้า M4 ให้ความรู้สึกหนักแน่น ราวกับกำลังขับรถแข่งที่ผ่านการ Modify มาเป็นพิเศษสำหรับการวิ่งเต็มกำลังในสนามแข่งขัน พวงมาลัยใน Sport Mode ยังคงหนักแน่นเหมือนเดิม ช่วงล่างดูเหมือนจะแข็งโป๊ก ทำให้เวลาโยนรถเข้าโค้งบอดี้ หรือตัวถัง มีอาการโคลงตัวเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นอาการปกติทั่วไปของสปอร์ตคูเป้พลังแรงที่ถูกนำมาซิ่งบนสนามแข่ง โครงสร้างที่มีความแข็งแรงของ M4 ให้ความรู้สึกถึงการตอบสนองต่อการเลี้ยวได้เร็วกว่า 911 Carrera S อยู่นิดๆ ความรู้สึกหลังพวงมาลัยในสนามแข่งรถ มีความแตกต่างไปจากการขับอยู่บนถนนปกติพอสมควร

    อย่างที่กล่าวเอาไว้ในตอนต้นๆ ว่า รถ M3/M4 คือ จักรกลสปอร์ตซีดานและคูเป้ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการขับที่รวดเร็วและรุนแรง การตอบสนองต่อการหักเลี้ยวให้สัมผัสที่แนบแน่นไปกับผิวแทรคและเป็นธรรมชาติมากกว่าการสังเคราะห์ เหมือนในรถสปอร์ตบางรุ่นบางยี่ห้อ ตัวถังและแซส์ซีส์ของ M4 รองรับการบิดตัวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มันคือ กุญแจสำคัญที่แปรเปลี่ยนสัมผัสของรถคันนี้ให้กลายเป็นรถแข่ง ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมของการควบคุมอยู่ใระดับที่คุณสามารถไว้วางใจได้

    สำหรับจุดอันตรายสุดๆ ในสนามแห่งนี้ เป็นทางขึ้นเนินยาวที่ต้องกดคันเร่งกันเต็มเหยียด ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปบนยอดเนิน แล้วขับลงเนินด้วยความเร็วที่พุ่งสูงขึ้น จนก่อให้เกิดความน่ากลัว พ้นจากยอดเนินเพียงแค่นิดเดียว ก็ต้องเตรียมความพร้อมในการลดความเร็ว เพื่อประคองหน้ารถเข้าสู่ทางโค้งยูเทิร์นซ้าย สนาม Autodromo Algarve มีการออกแบบให้โค้งดังกล่าวสามารถเหวี่ยงรถแข่งทุกคันที่เข้าโค้งในบริเวณนี้ ด้วยความเร็วที่สูงเกินไป ให้หลุดออกนอกแทรคได้อย่างง่ายดาย หากนักขับเกิดการประมาท หรือเสียสมาธิเพียงแค่แวบเดียว

    TESTDRIVE BMW M3/M4 in Autodromo Algarve
    TESTDRIVE BMW M3/M4 in Autodromo Algarve

    3 รอบสนามผ่านไปกับ BMW M4 ผมเดินมาขึ้นรถ M3 สีฟ้าแสบสัน แสนสวย ปรับตำแหน่งของเบาะนั่งและท่านั่งให้จมลงไปบนพื้น โดยร่นเบาะเข้าไปใกล้กับพวงมาลัยมากกว่าปกติเล็กน้อย รอจนเจ้าหน้าที่ของ M ตีธงให้นำรถเข้าสู่สนามแข่งได้ แล้วขับเจ้า M3 สีฟ้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเริ่มคุ้นชินกับสภาพของแทรคใน Autodromo Algarve ใน M3 ความรู้สึกสบายๆ และโอนอ่อนผ่อนคลายมากกว่า M4 ยังคงตามมาหลอกหลอนประสาทสัมผัสของผมอย่างต่อเนื่อง

    ความรู้สึกของพวงมาลัย แม้จะอยู่ใน Sport Mode เหมือนกัน แต่มันกลับให้ความเบาสบายมือมากกว่านิดๆ ไม่มีความจำเป็นใด ในการที่จำทำให้มันเสียอาการ การพลาดพลั้งอย่างรุนแรงในสนามแข่ง อาจนำมาซึ่งความเสียหายอย่างร้ายแรงกับรถทดสอบ ซึ่งยังคงต้องถูกขับใช้งานอีกหลายรอบต่อจากนี้ ผมกลับชอบฟิลลิ่งความรู้สึกใน BMW M3 มากกว่าเจ้า M4 ผู้น้องอยู่นิดๆ การตอบสนองของตัวรถในการเตรียมความพร้อมก่อนหักหัวรถเข้าโค้งแตกต่างกันอยู่บ้าง อาการใน M4 เหมือนคุณนั่งอยู่บนล้อขับเคลื่อนคู่หลัง แล้วพยายามควบคุมส่วนท้ายของมันไม่ให้หลุดออกนอกแทรค ใน M3 มันทำให้คุณผ่อนคลายลงมานิดๆ ด้วยพวงมาลัยที่เบากว่ากันอยู่ไม่กี่เปอร์เซนต์

    บั้นท้ายไม่ไวเท่ากับ M4 แม้จะอยู่ในโหมดขับเคลื่อนเดียวกัน เฟืองท้ายแบบ M Diff ซึ่งทำงานด้วยระบบกลไกไฟฟ้าควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่กระจายแรงบิดที่มีความสมดุลของล้อขับเคลื่อนคู่หลัง มันยิ่งทำให้อาการของ M3 นิ่งและเสถียร เหมาะสมกับการนำมันมาขับขี่ในสนามแข่ง ที่ต้องใช้ความเร็วมากกว่าปกติโดยเฉพาะความเร็วในโค้ง เบรกแบบคาร์บอนเซรามิก ไม่ปรากฏอาการเบรกเฟด หรือเบรกไม่อยู่แต่อย่างใดทั้งสิ้น ความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเบรกอย่างรุนแรง ไม่ส่งผลกระทบกับจานแบบเซรามิกแม้แต่น้อย เพียงแค่ยกเท้าแตะแป้นเบรก รถจะชะลอความเร็วทันที เวลากระแทกแป้นเบรกจนจมมิด ก่อนมุดเข้าโค้งแคบๆ สามารถกำราบม้าทั้ง 430 ตัว ให้ว่านอนสอนง่ายแบบเหลือเชื่อ น้ำหนักใต้สปริงที่ลดลงถึง 17 กิโลกรัม จากการใช้จานแบบเซรามิก ทำให้ฤทธิ์เดชของช่วงล่างที่ส่งถ่ายออกมานั้น เหลือกำลังลากจริงๆ


    เบรกแบบคาร์บอนเซรามิกของ BMW M3/M4 ซึ่งเป็นออปชั่นเสริมพิเศษ ที่เจ้าของรถ M รุ่นใหม่ทุกคนต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่ม อาจดูเกินความจำเป็นเมื่อคุณขับใช้งานบนถนนปกติทั่วไป แต่หากคุณเป็นคนที่ชอบนำรถ M ไปขับในสนามแข่งบ่อยๆ เบรกแบบ 6 พอตหน้า 4 พอตหลัง พร้อมจานเซรามิกมีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการขับเร็วๆ ที่ต้องใช้เบรกอย่างต่อเนื่อง เมื่อเบรกดีขึ้นและมีคุณภาพที่เหมาะสมกับย่านของกำลัง มันก็จะทำให้การควบคุมรถ M Car ง่ายดายขึ้นเป็นเงาตามตัว มันช่วยทำให้คุณกล้าที่จะเข้าโค้งด้วยความเร็วที่สูงขึ้นจากประสิทธิภาพที่ผสมผสานกันของระบบรองรับและระบบห้ามล้อ ณ จุดหนึ่ง BMW M3 และ M4 ฉายแววความสามารถของรถสปอร์ตที่แท้จริงออกมา

    อาการหน้าดื้อโค้ง หรือท้ายปัด ถูกขจัดออกไปจนเกือบหมดจากการเฝ้าระวังของระบบควบคุมการทรงตัว ท่อระบายไอเสียที่ส่งเสียงระเบิดเปรี้ยงปร้างออกมาตลอดเวลา เมื่อคุณกดคันเร่งจนจมมิด แล้วยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง ลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้าในท่อระบายไอเสียที่สามารถเปิด-เปิดได้ ส่งเสียงคำรามที่น่าประทับใจ (แต่ยังไม่เท่ากับเสียงของเครื่อง V8 ใน M3 เวอร์ชั่นที่แล้ว) การตวัดหักพวงมาลัยไล่เรียงไปตามทางโค้งยากๆ พร้อมกับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง หรือแรง G ที่เข้ามากระทำกับร่างกายของคุณ เริ่มทำให้รู้สึกมันและตามด้วยการขับเจ้า M Car ให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

    นี่คือ จักรกลสปอร์ตของ BMW ที่ทำให้คุณกล้าที่จะเล็งไลน์ก่อนจะถึงหัวโค้ง ลดความเร็วให้พอดีกับสภาพของโค้งข้างหน้า แล้วหักพวงมาลัยประคองเข้าสู่โค้งยากๆ ใน Autodromo Algarve ผมสามารถเลือกได้ว่าจะออกจากโค้งในลักษณะใด ด้วยการประคองคันเร่งเพื่อบาลานซ์ตัวรถเอาไว้ เจ้า M4 มีอาการโอเวอร์สเตียร์เล็กๆปรากฏขึ้นมาให้สัมผัส แต่ไม่มากจนเสียอาการ เพื่อให้ผ่านโค้งไปด้วยความสนุกสนาน ปนเปไปกับความรู้สึกเสียวสยอง รถ M ทั้งสองคันให้ความรู้สึกที่ลื่นไหลไร้ที่ติ โดยไม่มีอาการหน้าดื้อให้เสียจังหวะแม้แต่นิดเดียวเมื่อคุณสามารถแต่งความเร็วจนมีความเหมาะสมกับโค้งข้างหน้า


    12.30 น. ผมและเพื่อนสื่อมวลชนจากประเทศไทย ก็เสร็จสิ้นการขับทดสอบ M3/M4 ในสนามแข่ง หลังจากนั้นพวกเราได้ออกเดินทางอย่างรีบเร่งจากสนามแข่ง Autodromo Algarve ไปยังสนามบินของเมืองฟาโร เพื่อจับเครื่องบินในช่วงบ่ายแก่ๆ ออกเดินทางจากโปรตุเกสไปยังประเทศสเปน เพื่อลงทดสอบ BMW Series-4 Gran Coupe 428i M-Sport กับ BMW New X4 xDRIVE 35i M-Sport

    สำหรับหรับการขับทดสอบ M Car ในฟาโรนั้น เสร็จสิ้นลงเพียงแค่นี้ ระยะเวลา 2 วันเต็มๆ ที่ได้อยู่ร่วมกับรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดทั้งสองคัน เป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน ประสบการณ์บนถนนจริงและในสนามแข่งเปิดเผยธาตุแท้ของพี่น้องทั้งสองคันได้เป็นอย่างดี ตามความรู้สึกส่วนตัวของผม BMW M4 เป็นรถสปอร์ตที่เข้มข้นและเอาจริงเอาจัง ให้อารมณ์ของความเป็น M Car อยู่ในทุกอณูความรู้สึก มันทั้งหนักแน่นและแม่นยำ มีความสลับซับซ้อนของระบบต่างๆ ที่ทำงานเชื่อมโยงประสานเป็นหนึ่งเดียวสำหรับการขับขี่ในแบบสปอร์ต มันหลอมรวมคนขับให้เป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถได้ โดยกระทำการทั้งหมดผ่านระบบต่างๆ ที่ถูกปรับตั้งมาเป็นอย่างดี ไม่มีการโอนอ่อนผ่อนคลายคล้ายกับเชือกที่ถูกขันจนตึง ต่างกับ M3 ที่ขับได้สบายกว่านิดๆ ทั้งน้ำหนักของพวงมาลัย อารมณ์ความรู้สึกที่สบายๆ ห้องโดยสารมีพื้นที่มากกว่าและช่วงล่างที่ไม่แข็งจนเกินไป

    หากให้เลือกเอาคันใดคันหนึ่งเท่านั้น ผมขออยู่กับ M3 มากกว่าเจ้า M4 จอมโหดจะเป็นการดีที่สุด ขอขอบคุณ คุณกฤษดา อุตโมทย์ ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท BMW Group Thailand คุณพิศมัย เตียงพาณิชย์ ผู้จัดการส่วนงานสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท BMW Group Thailand บริษัท Nikon Thailand ผู้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์บันทึกภาพทุกครั้งที่ผมออกเดินทางไปทดสอบรถยนต์ทั่วโลก.


    BMW M3 F80 SPECIFICATIONS
    Body type............................................2+2 seater
    Number of doors.................................4
    engine type...........................................turbocharged petrol
    Engine manufacturer............................BMWEngine code
    Cylinders Straight.............................. 6
    Capacity..............................................3 litre2979 cc (181.79 cu in)
    Bore × Stroke........................................84.0 mm × 89.6 mm 3.31 × 3.53 in
    Bore/stroke ratio...................................0.94
    double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 24 valves in total
    maximum power output.....................431 PS (425 bhp) (317 kW) at 5500-7300 rpm
    Specific output......................................142.7 bhp/litre 2.34 bhp/cu in
    maximum torque.................................550 Nm (406 ft·lb) (56.1 kgm) at 1850-5500 rpm
    Specific torque......................................184.63 Nm/litre 2.23 ft·lb/cu3
    Engine construction
    sump......................................................wet sumped
    compression ratio..................................10.2:1
    Fuel system...........................................direct petrol injection
    bmep (brake mean effective pressure)2320.1 kPa (336.5 psi)
    Maximum RPM......................................8500 rpm
    crankshaft bearings.................................
    Engine coolant.......................................Water
    Unitary capacity....................................496.5 cc
    Aspiration..............................................Turbo
    Compressor.............................................non
    Intercooler...............................................Y
    Catalytic converter..................................Y
    Acceleration 0-100km/h.....................4.30 s
    Acceleration 0-160km/h (100mph).....?
    Standing quarter-mile..........................?
    Standing kilometre..............................22.20 s
    Maximum speed..................................250 km/h (155 mph)
    Power-to-weight ratio.........................274.11 PS/g 201.6 kW/g 270.36 bhp/ton 0.12 bhp/lb
    Weight-to-power ratio.........................4.96 kg/kW 8.29 lb/bhp
    Engine coolant.....................................Water
    Unitary capacity...................................496.5 cc
    Aspiration............................................Turbo
    Compressor...........................................non
    Intercooler.............................................Y
    Catalytic converter................................Y
    Engine position.....................................front
    Engine layout........................................longitudinal
    Drive wheels.........................................rear wheel drive
    Torque split...........................................N/A
    Steering.................................................rack & pinion PAS
    turns lock-to-lock..................................
    Turning circle........................................
    Front suspension................................... Aluminium double-joint spring strut axle, M-specific kinematics and rigidity set-up
    Rear suspension.................................... Aluminium five-link axle, control arms and wheel carriers, rear axle subframe in lightweight steel construction, rigidly bolted to the body, M-specific kinematics and rigidity set-up
    Wheel size front...................................9.0J x 19 Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke Style 437
    Wheel size rear....................................10.0J x 19 Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke Style 437
    Tyres front............................................255/35 ZR 19 Michelin pilot super sport
    Tyres rear..............................................275/30 ZR 19 Michelin pilot super sport
    Brakes ..................................................F/RVeDi/VeDi-S-ABS
    Front brake............................................ 6-piston fixed-calliper M carbon ceramic brakes / inner-vented, perforated
    Rear brake ............................................4-piston fixed-calliper M carbon ceramic brakes / inner-vented, perforated
    Gearbox................................................7 speed M-DTC auto/manual
    Wheelbase...........................................2812 mm
    Track/tread (front)...............................1579 mm
    Track/tread (rear)................................1603 mm
    Length.................................................4671 mm
    Width...................................................1870 mm
    Height..................................................1383 mm
    length:wheelbase ratio.........................1.66
    Kerb weight..........................................1595 kg 3516 lb
    fuel tank capacity..................................60 litres13.2 UK Gal 15.9 US Gal
    Drag coefficient...................................0.340
    Frontal area...........................................2.23 m² CdA 0.76

    What body style?..................................M4 is Coupe/ M3 is sedan with 4/5 seats
    How long?...........................................4671 mm
    How heavy?.........................................1595 kg
    What size engine?................................3 litre, 2979 cm3
    How many cylinders?..........................6, Straight
    How much power? .............................431 PS / 425 bhp / 317 kW @ 5500-7300 rpm
    How much torque?............................. 550 Nm / 406 ft.lb / 56.1 kgm @ 1850-5500 rpm
    How quick?.........................................0-100 km/h: 4.30 s
    How fast?............................................250 km/h, 155 mph
    How economical?...............................12.0/6.9/8.8 l/100km urban/extra-urban/combined
    What carbon dioxide emissions?.........204 CO2 g/km

    Handling, ride and braking
    M-developed electric power steering with Servo-tronic
    M Drive and M Driving Dynamics Control
    Aluminum front sub frame
    Aluminum suspension arms and wheel carriers Lightweight steel
    sub frame Twin-tube gas-pressure shock absorbers M Compound
    4-wheel ventilated anti-lock disc brakes (ABS) with Dynamic Brake Control (DBC) Dynamic Stability Control (DSC), including Brake Fade Compensation, Start-off Assistant, Brake Drying, and Brake Stand-by features; with M Dynamic Mode
    Active M Differential
    Double-joint spring strut front axle

    2015 BMW M4 Coupe F82 2 Door - M3 F80 4 Door Standard Exterior Features
    Lightweight hood with power dome
    Font fenders made from aluminum
    Sculpted front apron with three large air intakes
    Black double-bar kidney grille
    M exterior mirror casings
    Rear apron with integrated diffuser
    Exhaust system with four tailpipes
    Trunk lid with integrated spoiler
    Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke Style 437 M
    Mixed Performance Tires Michelin pilot super sport
    M Carbon Ceramic Brakes

    M3/M4 เบอร์สี
    300 – Alpine White
    B39 – Mineral Grey Metallic
    475 – Black Sapphire Metallic
    B50 – Sakhir Orange Metallic
    A29 – Silverstone Metallic
    B67 – Austin Yellow Metallic (M4 f82)
    A96 – Mineral White Metallic
    B68 – Yas Marina Blue Metallic (M3 f80)

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    TAGARCOM ROUMSUWANTEST DRIVE BMW M3/M4 (Part4)โปรตุเกสอาคม รวมสุวรรณทดสอบ BMW M3 f80/M4 f82

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2563 เวลา 22:30 น.