วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ไทย" ไม่ใช่เมืองขึ้น โปรดคิดเสียใหม่

โดย สายล่อฟ้า

ปฏิกิริยาจากนอกประเทศที่แสดงออกต่อประเทศไทยโดยเฉพาะสหรัฐฯและออสเตรเลียค่อนข้างจะแข็งกร้าวกว่าประเทศอื่นๆ ที่แสดงออกด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์และเตือนประชาชนของเขาให้ระมัดระวังในการเดินทางเข้าประเทศไทย

เป็นการแสดงออกที่ต่างกันอย่างชัดเจนจึงเป็นการบ่งบอกว่าสหรัฐฯ-ออสเตรเลียคิดยังไงกับประเทศไทยที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน

หลายประเทศคงเข้าใจต่อสภาพความเป็นจริงทางการเมืองของไทยเป็นอย่างดี และในฐานะมิตรประเทศจึงแสดงออกด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เสียนํ้าใจต่อกัน

แต่สหรัฐฯ-ออสเตรเลียนั้นคิดตรงกันคือ มองในแง่ผลประโยชน์เป็นด้านหลัก ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าปัญหาของไทยว่าเกิดอะไรขึ้นเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

ทำไมถึงต้องพูดและคิดอย่างนี้

“ออสเตรเลีย” นั้นก็ต้องการที่จะเข้ามามีบทบาทในอาเซียนเนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน แต่ที่ผ่านมาออสเตรเลียปฏิบัติต่อประเทศในภูมิภาคนี้ไม่ค่อยจะดีนัก เคยมีการกีดกันอย่างรุนแรงด้วยการควบคุมการเข้าประเทศอย่างเข้มข้นที่เรียกว่าการปิดกั้น “ผิวเหลือง”

จนมีการประท้วงและแสดงความไม่พอใจให้ปรากฏมาแล้ว นั่นเป็นจุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ไม่ค่อยจะดีนัก

การจะเข้ามาขยายบทบาทในอาเซียนทั้งด้านการทหาร การค้าขายจึงไม่สามารถดำเนินการได้อย่างที่ต้องการ

ที่สำคัญก็คือ การไม่ต้องการให้อาเซียนตกอยู่ใต้อิทธิพลของจีน

นั่นก็เท่ากับว่าสอดรับกับสหรัฐอเมริกา จึงน่าเชื่อได้ว่ามีการส่งสัญญาณจากสหรัฐฯต่อออสเตรเลียที่ประสานสอดคล้องกัน โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยอยู่ใจกลางของภูมิภาคนี้ที่มีเศรษฐกิจโตเป็นอันดับ 2

เมื่อ คสช. เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ จึงเป็นเงื่อนไขที่จะเข้ามามีบทบาทด้วยการแทรกแซงอย่างไม่เคารพต่อความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันด้วยการใช้กฎกติกาประชาธิปไตยมาใช้เป็นเครื่องมือ

เป็นการแสดงอานุภาพให้เห็นว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนหากไม่ยอมขึ้นตรงต่อประเทศของพวกเขาก็ต้องตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากประเทศไทย

พยายามจะทำให้โลกเห็นว่าประเทศเหล่านี้ไม่ต่างกับเมืองขึ้นของเขา หากไม่ยอมจำนนขัดขวางความต้องการก็จะใช้ “ประชาธิปไตย” ที่ไร้มาตรฐานเข้าไปจับทันที

พฤติกรรมของสหรัฐฯที่แสดงออกมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นประเทศตะวันออกกลางได้แสดงให้ปรากฏอย่างชัดเจนอย่างที่อียิปต์กองทัพเข้าทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สหรัฐฯ โอเคเห็นดีเห็นชอบให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

แต่ประเทศไทยไม่สามารถหาทางออกให้ประเทศได้เมื่อเกิดความขัดแย้งมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี จึงต้องหาทางออกด้วยการจัดการแก้ไขปัญหาของกองทัพเพื่อทำให้บ้านเมืองสงบพร้อมกับออกโรดแม็ปเป็นขั้นเป็นตอนจนไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

เวลา 1 ปีครึ่งก็น่าจะเหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เป็นจริง เพราะมันมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขสะสางเพื่อให้เกิดการปรองดอง ปฏิรูปประเทศ เพราะปัญหาสั่งสมมานาน วัน 2 วันไม่มีทางแก้ได้แน่

ปฏิกิริยาของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศหรือกลุ่มนักเรียนเก่าสหรัฐฯ จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม แสดงให้เห็นว่าไทยไม่ใช่เมืองขึ้นของเขาและเพื่อเป็นการทำความเข้าใจ

แต่เรื่องนี้จะต้องทำงานให้หนักกว่า โดยเฉพาะทูตที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะต้องตื่นตัวเพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจนต่อรัฐบาลของประเทศนั้นๆ อย่างกระตือรือร้นมากกว่านี้

และที่อยากจะบอกไปยังพรรคการเมืองเก่าแก่ที่รู้ปัญหาดีอย่าคิดทำตัวเป็น “พระเอก”

พยายามกดดันเสียเหลือเกินใช้ปัญญาเสียบ้างอย่าดีแต่พูด.

“สายล่อฟ้า”

3 มิ.ย. 2557 09:51 3 มิ.ย. 2557 09:51 ไทยรัฐ