วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม้หอม

หนังสือดีมีคุณค่า และขายดี สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งแรก ปี 2532 พิมพ์คำสำนักพิมพ์ พิมพ์ครั้งที่สอง เพิ่งพิมพ์เสร็จ สดๆร้อนๆ เมื่อพฤษภาคม 2557 เอนก นาวิกมูล เขียน ชื่อ นิทานมิบ

คำ มิบ ฟังแปลก ดูเหมือนใหม่ แต่ความจริงเป็นคำเก่า...

หนังสือพิมพ์มิบ ออกในงานออกร้าน พ.ศ.2444 รัชกาลที่ 5 โปรดให้ออกหนังสือพิมพ์ประจำงาน เนื้อหาเป็นคำเขียนสั้นๆ ขันๆ เย้าแหย่กันในหมู่เจ้านาย

ออกเป็นรายสะดวก บ่าย 2 โมงบ้าง 3 โมงบ้าง แล้วก็ไปออก 5 โมงเย็น บางวันก็ไปออกตอน 3 ทุ่ม

เมื่อหนังสือพิมพ์มิบ ออกมาแล้ว ก็โจษถามกันวุ่นวาย มิบ แปลว่าอะไร ไม่เคยได้ยินมาก่อน บางคนเทียบหาคำแปลจากภาษามคธ อังกฤษ เยอรมัน แต่ลงท้ายก็หาไม่ได้

มีคนหนึ่งทายว่า มิบ คือคำที่คิดขึ้น ไม่ให้ใครแปลได้ถูก อีกคนว่า มิบ แปลว่า แปลไม่ออก

ผมอ่านจบ ถูกใจหลายเรื่อง ตั้งใจจะค่อยๆทยอยเล่าต่อไป

วันนี้ ลองชิมลาง ด้วยเรื่อง “ทุบเสียด้วยท่อนจันทน์”

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อราว 300 ปีมาแล้ว พระศรีศิลป์ผู้เป็นพระภาติยะ (หลาน) พระนารายณ์ คิดขบถ แย่งราชสมบัติ คราวแรก พระศรีศิลป์เอาพระแสง จะแทงพระนารายณ์ พระนารายณ์ทรงจับฉวยป้องกันพระองค์เอาไว้ได้

แต่ทรงเห็นว่า เป็นโอรสของพระไชยาทิตย์ ผู้เป็นเชษฐาที่รัก ก็ทรงงดโทษให้

คราวหลัง พระศรีศิลป์ ทำการร้ายอีก วันหนึ่งถือพระแสงไปแอบอยู่หลังบานประตู ที่พระนารายณ์จะเสด็จเข้าไป บังเอิญมีเจ้าพนักงานไปพบเห็นเข้าก่อน พระศรีศิลป์จึงถูกจับ

ครั้งนี้ พระนารายณ์ไม่ทรงงดโทษให้อีก โปรดเกล้าฯให้นายเพชฌฆาต เอาตัวไปประหาร

เพชฌฆาตจับพระศรีศิลป์เอาเชือกมัดแน่นหนา แล้วจับใส่ลงขันสาคร (ขันขนาดใหญ่สำหรับใส่น้ำอาบ) เรียบร้อยแล้ว ก็เอาทั้งขันทั้งคน ใส่ลงในถุงแดง

นำไปฝังทั้งเป็น

มีเจ้าพนักงานเฝ้าดูให้ครบ 7 วัน เพื่อให้แน่ใจว่า ตายแน่...จึงถือเป็นเสร็จกระบวนการประหารชีวิต

เมื่อเจ้าพนักงานไปแล้ว มหาดเล็กคนหนึ่งของพระศรีศิลป์ ยังมีใจภักดี ก็ไปลอบขุดหลุม ปรากฏว่าพระศรีศิลป์ยังไม่ตาย จึงช่วยพาหนีไปหลบซ่อนในเมืองไกล

พระศรีศิลป์ใช้โอกาสนี้ซ่องสุมผู้คน จนแน่ใจว่าได้คนมากพอ ก็เตรียมการก่อกบฏเป็นครั้งที่ 3 ยกกำลังเข้าโจมตีพระราชวัง ตอนพลบค่ำ

พระนารายณ์เสด็จออกมาต่อสู้ เป็นการสามารถ จนถึงรุ่งเช้า ฝ่ายกบฏก็พ่ายแพ้ พระศรีศิลป์ถูกจับเป็นคำรบที่สาม

บทเรียนของการประหารครั้งที่แล้ว...ทำให้ต้องเพิ่มกระบวนการ โปรดให้เอาพระศรีศิลป์ไปทุบด้วยท่อนจันทน์ท่อนใหญ่ ทุบจนแน่ใจว่าตาย เอาใส่ขันสาคร แล้วยัดลงถุงแดง แล้วจึงเอาไปฝัง

ไม้จันทน์ ต้นตำรับของไม้หอม...ซึ่งแต่เดิมใช้ เป็นคุณ ใช้เป็นเครื่องหอม ใช้เป็นยา รวมความว่าใช้แต่ในงานมงคล

เพิ่งถูกนำมาใช้ในงานไม่เป็นมงคล คือเป็นไม้ประหารเจ้านาย ในสมัยพระนารายณ์

การใช้ท่อนจันทน์ เป็นไม้ประหารเลิกกันไปนาน ปัจจุบัน เหลือร่องรอย การวางไม้จันทน์ ในการเผาศพ ไม้จันทน์ ถือเป็น

สัญลักษณ์ของการแสดงความคารวะ ให้เกียรติกันในวาระสุดท้าย

ในสงครามชิงอำนาจ...ถือกันว่า ชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นกบฏ

แต่เมื่อถึงเวลาตาย...ได้รับเกียรติด้วยไม้จันทน์...เท่าเทียมกัน ทุกผู้ทุกคน แต่ความหอมของไม้จันทน์ จะซาบซึ้งไปถึงตัวคนตายมากน้อยแค่ไหน...คงไม่จริงเหมือนคำโบราณสอน...สถิตทั่วแต่ชั่วดีประดับไว้ในโลกา.

กิเลน ประลองเชิง

3 มิ.ย. 2557 09:20