วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาธิปไตย

การต่อสู้ระหว่างชนชั้นสูง+นายทุนกับชนชั้นรากหญ้า มีปรากฏให้เห็นในทุกประเทศ แม้แต่ในอังกฤษนี่ก็เถอะ กว่าที่คนรากหญ้าและกรรมกรจะได้สิทธิเลือกตั้ง ต้องสู้กันนานนับศตวรรษ ผู้อ่านท่านที่สนใจเรื่องนี้ ผมขอความกรุณาท่านเข้าไปอ่านเปิดฟ้าส่องโลก ฉบับวันจันทร์และวันอังคารที่เพิ่งผ่านมา ท่านจะเห็นว่า สถาบันกษัตริย์ พวกขุนนาง เจ้าของที่ดินและเศรษฐี ของอังกฤษ ไม่ยอมให้สิทธิคนที่มีสตางค์น้อยเลือกตั้ง คนจะไปหย่อนบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จะต้องเป็นคนรวย เป็นผู้ดีมีเชื้อชาติตระกูลเท่านั้น

คนชนชั้นกลางที่แทรกเข้าไปเป็นนักการเมืองได้ ก็พยายามเสนอร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูประบบการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา ยื่นเข้าไป 2 ครั้งแรกถูกสภาขุนนางตีตกหมด ต้องอีกนาน จึงได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูประบบการเลือกตั้งฯ เป็นครั้งที่ 3 และผ่าน แต่ก็ยังให้สิทธิ์เฉพาะคนที่มีรายได้ต่อปีพอสมควร ถ้าเป็นคนที่เช่าที่ดินคนอื่นทำกิน ก็ต้องมีสัญญาเช่านาน 60 ปีขึ้นไป ฯลฯ

ส่วนกรรมกรรับจ้างรายวันไม่มีสิทธิ์

แม้ว่าจะยังไม่ได้รับสิทธิสมบูรณ์ แต่นี่ก็คือก้าวแรกที่คนจน ชนชั้นกลาง สามารถแบ่งประชาธิปไตยมาจากมือของพวกนายทุน ขุนนาง ชนชั้นสูง และกษัตริย์ได้ พอรู้ว่าร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูประบบการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาผ่านสภา ประชาชนคนทั้งประเทศถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เสียงระฆังในแผ่นดินสหราชอาณาจักรดังกังวานทุกโบสถ์ ดอกไม้ไฟถูกจุดทุกเมือง ประชาชนคนชั้นกลางชั้นล่างโห่ร้องยินดี ผู้อ่านผู้เจริญที่รักประชาธิปไตย รักความเท่าเทียม กันของมนุษย์ รักความยุติธรรม ฯลฯ โปรดไปหาวรรณกรรมที่กล่าวถึงบรรยากาศในประเทศอังกฤษช่วงเดือนมิถุนายน ค.ศ.1832 อ่านเถิดครับ อ่านแล้วท่านจะได้สัมผัสจิตวิญญาณการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของแท้

เรื่องจิตวิญญาณประชาธิปไตยนี่ มนุษย์มีได้โดยไม่ต้องถ่อไปเรียนถึงอังกฤษดอกครับ เรียนที่โรงเรียนวัดก็มีได้ ถ้าท่านมีเถยจิตที่ยุติธรรม มีความเชื่อว่าคนเท่ากัน ไม่มองคนด้วยหางตา บางคนไปเรียนถึงอังกฤษ แต่พฤติกรรมไม่เป็นประชาธิปไตยก็มี เพราะไม่ได้ไปเรียนรู้จิตวิญญาณอะไร พ่อแม่มีเงินก็ส่งไปเรียน ที่เรียนได้เพราะมีเงิน ไม่ใช่เพราะมีสมองของแท้

อ่านความดีใจของคนชั้นกลางและชั้นล่างในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1832 แล้วก็ดีใจปนสงสารครับ ที่สงสารเพราะผมอ่านคำของนายเอิร์ลเกรย์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่พูดกับคนใกล้ชิด แกบอกว่าแกจัดตนเองเป็นพวกอนุรักษนิยม คำปราศรัยของแกในสภาก็มาในแนวอนุรักษนิยมทั้งนั้น แต่คนยากคนจนและคนชั้นกลางกลับมาแสดงความยินดีกับแก ตอนที่แกเดินทางขึ้นไปในตอนเหนือของประเทศหลังจากที่กฎหมายได้รับความเห็นชอบจากสภาสมัยนั้น การสื่อสารยังไม่เจริญเหมือนสมัยนี้ ประชาชนจึงคิดว่า อ้า ท่านผู้นี้แหละ ได้มอบเศษเสี้ยวประชาธิปไตยให้กับเรา

ประชาชนบูชาว่านายเอิร์ลเกรย์เป็นวีรบุรุษ รถม้าของแกต้องหยุดครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อรับการขอบคุณจากประชาชน จอดที่ไหนผู้คนก็มาแห่ห้อมล้อมแสดงความขอบคุณ

อ่านตรงนี้แล้วผมน้ำตาจะไหลอีกแล้ว โถ ประชาชน ท่านไม่รู้เลยว่า ไอ้คนที่ท่านดีใจได้ปลื้มชื่นชมนั้น มันกดหัวท่านมาตลอด มันไม่ต้องการมอบสิทธิและประชาธิปไตยให้กับท่านแต่อย่างใด

ท่านผู้เจริญ ในโลกนี้มีเยอะครับ ที่ประชาชนชื่นชมคนผิด

7 ปีต่อมา ก็อุบัติขบวนการชาร์ทิสต์ที่เรียกร้องให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งให้เท่าเทียมกัน ให้ยกเลิกเรื่องมีเงินมากเงินน้อย และขอให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแบบลับ

ต่อมาก็มี พ.ร.บ.ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง ค.ศ.1867 และ ค.ศ.1884 ยังมี พ.ร.บ.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ค.ศ.1885 ที่เรียกว่า Redistribution Act of 1885 ฯลฯ

ผู้อ่านท่านผู้ที่มีจิตใจสูงส่ง

ประเทศชาติบ้านเมืองไหนก็ตาม

ถ้าปราศจากการต่อสู้อย่างเสียสละของบรรพบุรุษแล้ว

คนรุ่นหลังก็จะไม่ได้สัมผัสประชาธิปไตยที่สมบูรณ์.

คุณนิติ นวรัตน์

3 มิ.ย. 2557 09:15 3 มิ.ย. 2557 09:15 ไทยรัฐ