วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม็อบ3นิ้วท้าทาย นัดใหม่อีก8มิ.ย.

‘ตำรวจ’ออกมาเตือน ถึงจะชุมนุมสงบก็ผิด

ทหาร-ตำรวจ ยังตรึงกำลังสกัด ม็อบต้านรัฐประหาร “สมยศ” ประชุม ตร.ปรับแผนรับมือแปรผันตามสถานการณ์ หาข่าวก่อนกำหนดยุทธวิธี ให้ทหารเป็น ผบ.เหตุการณ์ ตำรวจคอยสนับสนุน แจงมาตรการปิดถนนเพื่อความปลอดภัย เลี่ยงเผชิญหน้า งัดอัยการศึก ตอกย้ำชุมนุมเกิน 5 คนผิดหมด พร้อมขู่ผู้ให้สถานที่ชุมนุม มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน เย้ยพวกชุมนุมแค่แฟลชม็อบ สร้างกระแส คนหยิบมือผลุบโผล่ไปทั่ว เผย 2 ชายฉกรรจ์อุ้มหญิงนิรนาม เป็นตำรวจจับไปส่งทหาร คสช.ย้ำต้องทำบ้านเมืองให้สงบราบคาบก่อนขับเคลื่อน ขู่ถ้าจำเป็นอาจต้องใช้ความรุนแรง ยังตามล่าหัวโจกแดงที่ยังหลบหนี ด้าน บก.ลายจุดที่ยังล่องหนกระแทกคีย์บอร์ดนัดรวมตัว 8 มิ.ย. ชู 3 นิ้วสัญลักษณ์ต้านรัฐประหาร

หลังจากม็อบต้านรัฐประหารได้รวมตัวออกมาแสดงพลังตามจุดต่างๆเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ต้องระดมกำลังคุมเข้มในทุกจุด ล่าสุดมีการปรับแผนประเมินสถานการณ์ ใช้การข่าวนำยุทธวิธี ให้ทหารเป็น ผบ.เหตุการณ์ ตำรวจเป็นฝ่ายสนับสนุน พร้อมย้ำกฎอัยการศึกชุมนุมเกิน 5 คน ถือว่ามีความผิด แม้จะเป็นไปด้วยความสงบก็ตาม

บิ๊กคลีนนิ่งรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. นางลักษณา โรจน์ธำรง ผอ.สำนักงานเขตราชเทวี ร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักเทศกิจ ทหาร และผู้ค้า ทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อคืนพื้นที่ให้ประชาชนใช้สัญจรได้ตามปกติ หลังจากหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารได้สนธิกำลังรักษาความเรียบร้อยกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร นางลักษณากล่าวว่า ตามปกติเป็นการ ทำความสะอาดของสำนักงานเขตราชเทวี เพราะจะทำความสะอาดในทุกๆวันจันทร์ เป็นวันที่ผู้ค้าจะต้องหยุดค้าขายบนทางเท้าบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ในวันนี้ถือเป็นบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ เพราะก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาใช้พื้นที่

ทหาร–ตำรวจยังตรึงกำลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจควบคุมฝูงชน ปักหลักปฏิบัติหน้าที่ ติดตามกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมาแสดงออกไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารเป็นวันที่ 10 ติดต่อกัน และยังมีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 50 นาย ก่อนที่จะกระจายกันไปปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารส่วนใหญ่ปักหลักเตรียมความพร้อม มีบางส่วนกระจายยืนประจำตามจุดต่างๆบนสกายวอล์ก พร้อมแจกใบปลิวแก่ประชาชน เนื้อหาอธิบายเหตุผลการเข้ายึดอำนาจของ คสช. จำนวน 10 ข้อ ขณะที่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ กระทั่งเวลา 18.15 น. จึงถอนกำลังโดยไม่มีกลุ่มมวลชนแสดงกิจกรรมต่อต้านแต่อย่างใด

จัดกิจกรรมคืนความสุข 4 มิ.ย.

ด้าน พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผู้บังคับการโรงเรียนศูนย์การทหารม้าจังหวัดสระบุรี ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ เผยว่า กิจกรรมคืนความสุขให้กับประชาชนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณเกาะพญาไทนั้น เดิมกำหนดไว้เป็นวันที่ 3 มิ.ย. แต่เนื่องจาก คสช.ต้องใช้เวลาจัดเตรียมการ จึงได้เลื่อนไปจัดเป็นวันที่ 4 มิ.ย. เวลา 16.00-19.00 น.แทน โดยจะเป็นการจัดกิจกรรมร่วมกัน 3 ฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และ กทม.จะมีกิจกรรมบันเทิงการแสดงดนตรีจากทั้ง 3 ฝ่าย และจะมีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการประชาชนด้วย

ปรับแผนสกัดม็อบต้าน คสช.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ บช.น. พร้อมด้วย รอง ผบช.น. ผบก.และรอง ผบก.ในสังกัด ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์และสรุปผลปฏิบัติหน้าที่กรณีผู้ชุมนุมฝ่าฝืนกฎอัยการศึกของ คสช. โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้น พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ได้วางแผนการปฏิบัติในวันต่อไปเพื่อให้สอดคล้องและรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมามีการวางกรอบและแผนไว้ แต่สถานการณ์บางครั้งเปลี่ยนไป โดยแนวนโยบายคือ เริ่มจากการประเมินสถานการณ์ ทหาร และตำรวจมีฝ่ายข่าว นำมาประเมินร่วมกันก่อนจะกำหนดยุทธวิธี โดยทหารเป็น ผบ.เหตุการณ์ ส่วนตำรวจเป็นผู้ให้การสนับสนุน

แจงมาตรการปิดถนนเลี่ยงปะทะ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมนัดหมายสถานที่ต่างๆแล้วต้องปิดการจราจรนั้น เมื่อมีการชุมนุมแล้วต้องปิดถนนทำให้มีผลกระทบกันประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และผู้ประกอบธุรกิจการค้า ถือว่ามีความจำเป็นที่ต้องทำ เพราะว่าหัวหน้าคณะ คสช.ต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันจนเกิดความสูญเสีย ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุม หรือทหาร ตำรวจ เราไม่ได้มีความต้องการปิดถนนทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ที่ต้องปิดถนนหรือบล็อกพื้นที่ก่อน เพราะไม่ต้องการให้ผู้ชุมนุมได้ใช้พื้นที่ หากผู้ชุมนุมเข้าไปแล้วเราเข้าไปทีหลังนั้น สุ่มเสี่ยงต่อการเผชิญหน้า อาจทำให้สูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ต้องการให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น

ยอดวันแรกจับผู้ชุมนุม 6 ราย

พล.ต.อ.สมยศกล่าวด้วยว่า การชุมนุมถือว่าฝ่าฝืนประกาศ คสช.ฝ่าฝืนกฎอัยการศึกซึ่งผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นผู้ชุมนุมที่มาแสดงสัญลักษณ์ใดๆ ก็ต้องทำตามกฎหมาย ต้องมีการจับกุม ส่วนวิธีการจับกุมเป็นยุทธวิธีที่ทหารหรือตำรวจต้องปฏิบัติร่วมกัน การจับกุมในภายหลังถือเป็นยุทธวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ผู้ที่มาชุมนุมนั้นเราจะถ่ายรูปเอาไว้แล้วขออนุมัติศาลออกหมายจับ โดยวันที่ 1 มิ.ย. จับกุมผู้ชุมนุมต้าน คสช. ได้ทั้งหมด 6 ราย ตำรวจนำตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ทหารดำเนินการต่อไป ส่วนจะขึ้นศาลทหารหรือไม่นั้น ทหารจะไปคัดกรองว่า การกระทำของผู้ชุมนุมผิดมากหรือน้อยเพียงใด สำหรับยอดผู้ชุมนุม เช่น ที่ห้างเทอร์มินอล 21 ที่มาแสดงสัญลักษณ์มีประมาณ 20 คน แต่คนดู คนที่สัญจร และผู้สื่อข่าวมีเยอะมาก

รวมกลุ่มชู 3 นิ้วมีความผิด

เมื่อถามว่า ผู้ชุมนุมต่อต้านยืนชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว มีความผิดหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศตอบว่า การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญเดิมที่ถูกพักใช้นั้นบัญญัติว่า การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธไม่เป็นความผิด แต่ขณะนี้ใช้กฎหมายกฎอัยการศึก การชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปถือว่าเป็นความผิด ไม่ว่าท่านจะมายืนชูมือ ชูนิ้วเฉยๆถือว่าเป็นความผิด ผู้ที่มาร่วมชุมนุมไม่ว่าจะมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ มาเพราะอุดมการณ์ ถูกชักชวนหรือถูกจ้าง ต้องทำความเข้าใจว่า การชุมนุมด้วยรัฐธรรมนูญที่ถูกพักไปกับการชุมนุมโดยใช้กฎอัยการศึกมันคนละเรื่องกัน นอกจากนี้ มีประกาศคณะ คสช.ฉบับที่ 49 ระบุว่า ผู้ที่ให้ผู้ชุมนุมใช้สถานที่ ไม่ว่า ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรือสถานที่ใดๆ จะมีความผิดฐานผู้สนับสนุน

“ม็อบแบบนี้มีลักษณะเรียกว่า แฟลชม็อบ คือ ไม่มีกำลังชัดเจนแน่นอน จะแสดงสัญลักษณ์แค่ประเดี๋ยวประด๋าวก็เปลี่ยนไปชุมนุมที่อื่น เพราะเจ้าหน้าที่จะมาจับกุม โดยต้องการสร้างกระแสหากทำที่เดิมแบบนี้ 3 วัน สื่อก็ไม่มาแล้ว ม็อบแบบนี้มีทั่วโลก และลำบากในการป้องกัน มีคน 2 คน 3 คนก็ชูป้าย ผมเชื่อว่าการชุมนุมมีที่มาที่ไปแน่ อย่างที่ห้างเทอร์มินอล 21 ก็มีการแจกน้ำ แจกขนมกัน” พล.ต.อ.สมยศกล่าว

เยี่ยมทหารโดนรถเก๋งชนขาหัก

ต่อมาเวลา 13.00 น.ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกพิเศษ-สามัญ (ชาย) ตึก มวก.โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ พล.ต.อ.สมยศ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.น.7 นำกระเช้าผลไม้เข้าเยี่ยม จ.ส.อ.สุพรักษ์ ฉัตรเจต ทหารสังกัดศูนย์ประชาสัมพันธ์ คสช.ร.9 พัน.3 หลังถูกนายนนท์ ธุวานนท์ อายุ 45 ปี วิศวกรศูนย์โตโยต้า ประจำ จ.ฉะเชิงเทรา ขับรถเก๋งโตโยต้า คัมรี พุ่งชนจนขาซ้ายหัก 2 ท่อน ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่จุดรักษาความสงบเรียบร้อย ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาเข้า ก่อนขึ้นสะพานคู่ขนานลอยฟ้า แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา สาเหตุเกิดจากนายนนท์มีอาการหลับใน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดย พล.ต.อ.สมยศและคณะได้กล่าวให้กำลังใจพร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง

ไม่ค้านประกันวิศวะขับหลับใน

ที่ สน.ธรรมศาลา พ.ต.ท.วันชัย แก้วจินดา พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ (หัวหน้า) สน.ธรรมศาลา เจ้าของคดี เผยว่า ขณะนี้รอให้ จ.ส.อ.สุพรักษ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บอาการดีขึ้นเพื่อไปสอบปากคำ รวมถึงต้องรอผลตรวจร่างกายจากทางแพทย์ รพ.พระมงกุฎฯ ก่อน จึงจะให้ฝ่ายคู่กรณีเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องชดใช้ค่าเสียหาย จากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนและส่งศาล ทั้งนี้ไม่ได้คัดค้านประกันตัวนายนนท์ ผู้ขับขี่รถยนต์แต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าตัวยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายทุกอย่าง ส่วนรถยนต์ที่ถูกชนได้รับความเสียหาย 2 คันนั้น ทางฝ่ายบริษัทประกันจะเป็นผู้ดูแล

เผย ตร.อุ้มผู้หญิงขึ้นแท็กซี่ส่งทหาร

พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวถึงกรณีที่มีคลิปเหตุการณ์เผยแพร่อยู่บนโลกโซเชียล ปรากฏภาพชายฉกรรจ์ 2 คน ทำการฉุดกระชากผู้หญิงวัยประมาณ 50 ปี ขึ้นรถแท็กซี่ไปโดยไม่ทราบชะตากรรม หน้าห้างไทม์สแควร์ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตทวีวัฒนา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการระบุว่าทั้งคู่เป็นทหารนอกเครื่องแบบ ว่า หลังได้ตรวจสอบคลิปภาพแล้วนั้น ชายทั้ง 2 คนเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ซึ่งได้ควบคุมตัวหญิงคนดังกล่าวที่เข้าร่วมการชุมนุมที่ห้างเทอร์มินอล 21 และทำผิดกฎอัยการศึก ทั้งนี้ภายหลังได้ควบคุมตัวมายัง สน.ลุมพินี โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารมารอรับตัวเพื่อดำเนินการต่อไป

คสช.ขู่ม็อบต้านเจอยาแรง

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่หอประชุมกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้า คสช.ประชุมร่วมกับหัวหน้าฝ่ายสำนักงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้าน เศรษฐกิจ ถึงกรณีที่ยังคงมีกลุ่มมวลชนออกมาต่อต้าน คสช. ว่า ยังคงเน้นการสร้างความเข้าใจ ถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ ซึ่งการสร้างความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะส่งผลต่อการเดินหน้าในการเดินหน้างานด้านต่างๆ ถ้าหากมีความขัดแย้งอยู่ก็จะทำให้การขับเคลื่อนไม่เป็นไปตามแผน และอาจจะเกิดความล่าช้า สำหรับมาตรการการควบคุมดูแลก็ยังใช้รูปแบบเดิม คือการเน้นบังคับใช้กฎหมาย และจะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง แต่ถ้าหากว่าจำเป็นก็จะต้องใช้

ยังตามล่า “โกตี๋–บก.ลายจุด”

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ในส่วนของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด ขณะนี้ยังหลบเลี่ยงอยู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยายามติดตามควบคุมตัว สำหรับยอดการจับกุมกลุ่มที่ต่อต้าน คสช. ทั้งหมดมีอยู่ 6 คน โดยจะพิจารณาจากฐานความผิดของแต่ละบุคคลว่าเป็นอย่างไร บางคนอาจจะแค่ตักเตือน และปล่อยตัว แต่ถ้ารุนแรงก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คือขึ้นศาลทหาร เพราะก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านความมั่นคง เพราะฝ่าฝืน ส่วนกรณีที่ผู้เห็นต่างแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วนั้น จะต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งนัย ท่าที ถึงจะมีการเข้าไปควบคุมดำเนินการต่อไป

ศธ.เด้งรับโรดแม็ป คสช.

นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช. เชิญผู้บริหาร 5 องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงผู้บริหารสำนักงานต่างๆ ในสังกัดเข้าพบว่า พล.ท.สุรเชษฐ์ได้หารือเรื่องการสร้างสมานฉันท์ปรองดองในประเทศตามโรดแม็ป ระยะที่ 1 ของ คสช. ขอความร่วมมือให้กระทรวงศึกษาธิการช่วยขยายผลชี้แจงทำความเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองให้กับบุคลากรระดับล่างเข้าใจ พร้อมทั้งขอให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น สร้างกลไกพร้อมกิจกรรมที่ยั่งยืนในการสร้างความสมานฉันท์ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เตรียมประชุมทำความเข้าใจในระดับเขตพื้นที่การศึกษา และกำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของ คสช.

สื่อจี้ ตร.หยุดปลอมเป็นนักข่าว

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ- ไทย นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ในฐานะโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีที่มีคลิปวีดิโอเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบสวมปลอกแขนสีเขียวอ่อน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการชุมนุมทางการเมือง เข้าจับกุมผู้ชุมนุมรายหนึ่งนั้น ถือเป็นภาพที่สมาคมนักข่าวฯ ไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของผู้สื่อข่าวและช่างภาพ ทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนโดยรวม จึงขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ที่ดูแลการชุมนุม สั่งการให้ทบทวนการปลอมแปลงตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในลักษณะดังกล่าว เพื่อเข้าทำการจับกุมบุคคล หรือหาข่าวในพื้นที่การชุมนุม หากยังไม่ทบทวน สมาคมนักข่าวฯจะพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน นำปลอกแขนของสื่อไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ต่อไปในทุกกรณี

“เอกนัฏ” เล็งบวชอุทิศม็อบตาย

วันเดียวกัน นายเถกิง สมทรัพย์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชนแนล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “เถกิง สมทรัพย์” โดยมีข้อความบางส่วนระบุถึงการสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์กับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.ว่า “ในไลน์เอกนัฏเขียนไว้อย่างนี้ครับ ผมอยากบวช เพราะเรื่องคนตายในการชุมนุม ผมสะเทือนใจมากจนถึงทุกวันนี้ถึงอยากจะบวช คิดถึงพวกเขาและครอบครัวเขาทุกวัน เราปลอดภัยแต่มีคนตาย ผมรู้สึกเหมือนไม่ยุติธรรม เลยอยากทำอะไรให้พวกเขาเท่าที่ทำได้ เครียดที่สุดตอนที่มีเด็กตาย ตราด และราช–ประสงค์” ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกับนายเอกนัฏได้ยอมรับว่า มีความตั้งใจจะบวชเร็วๆนี้ เป็นความตั้งใจตั้งแต่ตอนที่ยังชุมนุมแล้ว ส่วนจะจัดงานบวชวันเวลาใดนั้น ตอนนี้ยังไม่กำหนด เพราะต้องหารือกับครอบครัว และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ก่อน เนื่องจากนายสุเทพยังต้องการให้อยู่ช่วยงานอยู่

“สมบัติ” นัดรวมตัวชู 3 นิ้ว 8 มิ.ย.

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มต้านรัฐประหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวนัดหมายกลุ่มผู้เห็นต่างเตรียมรวมตัวอีกครั้งวันที่ 8 มิ.ย.นี้ โดยยังไม่มีการแจ้งสถานที่นัดแต่ระบุให้เตรียมนิ้วสามนิ้วมาด้วย นอกจากนี้ ยังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 11 เรื่อง......จดหมายถึงตำรวจไทย ใจความว่า รู้ว่าข้าราชการตำรวจขณะนี้เจ็บปวดขนาดไหน ถูกกระทำจากม็อบนกหวีดแล้วยังมาเจอกับทหารที่มาย้ายผู้บังคับบัญชาพวกคุณ สั่งให้คุณเข้าจับกุมประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยมือเปล่า กี่ครั้งแล้วที่เอาตำรวจมือเปล่าประจันหน้ากับมวลชน แล้วทหารถือปืนดันหลัง หากประชาชนทำผิดกฎหมาย ก็ควบคุมตัวพวกเขาเถอะครับ ผมไม่ว่า แต่หากประชาชนไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ขัดต่อคำสั่งของพวกกบฏยึดอำนาจซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่ทำผิดกฎหมายชัดเจน ท่านจะเลือกใคร ตำรวจอย่าทำร้ายประชาชนอีกเลย ทหารเขาทำร้ายพวกเรามากพอแล้ว หากคุณยังไม่สามารถพิทักษ์กฎหมายไว้ได้เพราะพวกทหารมีปืน ประชาชนมือเปล่าขอเป็นทัพหน้าต่อสู้กับพวกเขาเองอย่าแทงเราข้างหลัง

แกนนำแดงลำพูนรายงานตัว

ด้านความเคลื่อนไหวที่ต่างจังหวัด วันเดียวกัน ที่ จ.ลำพูน นายรันชัย มาละพิงค์ หรือดีเจรันริมปิง สถานีวิทยุชุมชนคนเมืองหละปูนรักประชาธิปไตย อ.เมืองลำพูน แกนนำคนเสื้อแดงในนามกลุ่มผู้รักประชาธิปไตย จ.ลำพูน กลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตยล้านนา (สปป.) ลำพูน ขอพบ พ.อ.บุญยืน อินกว่าง เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 7 เพื่อรายงานตัวและลงนามบันทึกข้อตกลง 6 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้ความร่วมมือกับกองพลทหารราบที่ 7 ภายใต้ประกาศ คสช. 2.จะไม่มีการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่ จ.ลำพูน 3.หากมีการเดินทางออกนอกพื้นที่จะต้องรายงานให้ทราบ 4.จะต้องไม่ให้ข่าวสารแก่ประชาชนที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย 5.จะปฏิบัติตามระเบียบประกาศของคณะ คสช. และ 6.รายงานข่าวที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเรียบร้อยในพื้นที่ จ.ลำพูน แก่คณะ คสช. ได้ทราบทุกครั้ง

กำนัน–ผญบ.ตรังหนุน คสช.

ที่หน้าศาลากลางจังหวัดตรัง นายสมชิต ท่าจีน กำนันตำบลนาโต๊ะหมิง อ.เมืองตรัง พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านใน จ.ตรัง เข้ายื่นหนังสื่อต่อนายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง เพื่อขอบคุณและให้กำลังใจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่สามารถขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ โดยนายสมชิต กล่าวว่า สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ตรัง ขอขอบคุณ คสช. ที่ออกมาเป็นผู้นำของประเทศในวันนี้ และอยากให้ดำรงสถาบันกำนันผู้ใหญ่บ้านเอาไว้ เพื่อจะได้ดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าการที่ คสช.ออกมาบริหารงานตอนนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทยทั่วประเทศได้แน่

กปปส.–นปช.โคราชจับมือสลายสี

ที่ จ.นครราชสีมา พล.ต.ไชยพร รัตนแพทย์ รองแม่ทัพน้อยที่ 2 หัวหน้าศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 กองทัพภาคที่ 2 ได้เชิญคู่ขัดแย้งทางการเมืองระหว่างแกนนำ กปปส.นครราชสีมากับแกนนำคนเสื้อแดง รวมทั้งอดีต ส.ส.นครราชสีมา มาจับมือกันต่อหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) ถนนราชดำเนิน อ.เมืองนครราชสีมา ฝ่าย กปปส.นำโดยนายจักริน เฉิดฉาย ประธาน กปปส.นครราชสีมา ส่วนฝ่ายคนเสื้อแดง มีนายอนุวัฒน์ ทินราช ประธาน นปช.ภาคอีสาน ขณะที่อดีต ส.ส.มีนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้งหมดได้จับมือสลายทุกกลุ่มทุกสีเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ต่อหน้าคุณย่าโม เพื่อขอให้บ้านเมืองสงบเกิดความสันติสุขของคนในชาติ

“ถวิล” เบิกความคดีฟ้อง “ธาริต”

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษกับพวก ร่วมเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน กระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษ กรณีเมื่อเดือน ก.ค.54-13 ธ.ค.55 ดีเอสไอสรุปสำนวนนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ในข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่ง ศอฉ.ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 53 โดยมีนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ขึ้นเบิกความว่า การใช้กำลังทหารเกิดจากผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง มีอาวุธสงคราม ทำลายสถานที่สำคัญหลายแห่ง กลุ่ม นปช.ที่เสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการกระทำของทหาร การประชุมของศอฉ.ไม่มีแผนยุทธการใช้พลแม่นปืนยิง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิทหารบก ไม่ทราบว่าเสียชีวิตจากฝีมือใคร โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากอื่นวันที่ 9 มิ.ย.

3 มิ.ย. 2557 07:39 3 มิ.ย. 2557 07:39 ไทยรัฐ