วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ได้ข่าวดีมีหลานตา ทักษิณสงบ หลังน้องเอมท้อง

ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จารุพงศ์-จักรภพยังดิ้น มั่นคงประสาน‘บัวแก้ว’ ทำความเข้าใจนานาชาติ

“ประยุทธ์” พอใจคนในชาติเริ่มจูบปากปรองดองมากขึ้น ขันนอต กอ.รมน.เดินเครื่องศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ 4 มิ.ย. ตีกรอบทิศทางให้ชัด บ่น คสช.อ่อนประชาสัมพันธ์ สั่งตีปี๊บคลอด ก.ม.ตั้งสภาปฏิรูป ระดมฝ่ายความมั่นคง-กต. เคลียร์นานาชาติ ขอแรงส่วนราชการ-เอกชน-เอ็นจีโอช่วยกันกล่อม กอบกู้ภาพลักษณ์ประเทศ “สีหศักดิ์” ควงตัวแทนกองทัพเดินสายชี้แจงเวทีโลก สวนชาติมหาอำนาจต้องดูภาพรวมก่อนออกมาตรการต้านรัฐประหาร โวยออสซี่จี้ทบทวนตัดสัมพันธ์กองทัพไทย คสช.ใส่เกียร์ห้าปั่นผลงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เชิญ “ชัชชาติ” ถกสานต่อรถไฟรางคู่ แทงกั๊กยกเลิกรถไฟความเร็วสูง “ประจิน” ขีดเส้นภายใน มิ.ย.ปรับรื้อบอร์ดรัฐวิสาหกิจ “ทักษิณ” ซุ่มเงียบเลิกเคลื่อนไหวการเมือง รับข่าวดี “เอม-พิณทองทา”

ตั้งท้องหลานตาคนแรก

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชี้แจงโรดแม็ปการบริหารประเทศ สร้างความปรองดอง ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ท่ามกลางท่าทีจากนานาชาติกดดันให้เร่งคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนโดยเร็วนั้น

“บิ๊กตู่” พอใจคนไทยเริ่มปรองดอง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 7 กลุ่มงาน โดยมีสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานเลขาธิการสำนักงบประมาณกระทรวงการคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าร่วม โดยมีการประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังกองทัพภาคด้วย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงสถานการณ์ขณะนี้ว่า ทุกอย่างเริ่มไปในทิศทางที่ดี สิ่งที่หวังและอยากเห็นคือ ไม่อยากให้มีสีเสื้อ ไม่อยากให้ทุกฝ่ายทะเลาะกัน แต่คงต้องใช้เวลา เรื่องความปรองดองของคนในชาติขณะนี้ดีขึ้น แต่อยากให้ปรองดองมากกว่านี้ ส่วนการตั้งสภาปฏิรูปต้องอธิบายให้ทุกคนได้ทราบจะต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นจะกลับมาเริ่มทะเลาะกันอีก โดยต้องออกกฎหมายเพื่อผลักดันกันต่อไป ทั้งหมดคงมาอยู่ที่ทหารคงไม่ได้ ซึ่งวันนี้เรามีปัญหาเรื่องการประชาสัมพันธ์

บี้ กอ.รมน.เดินหน้าศูนย์ปรองดอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมด้วยว่า สำหรับการทำงานที่ได้แบ่งเป็น 7 ฝ่ายที่เน้นการปรับปรุงและการทำงานของส่วนราชการ ต่างๆโดยให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้ขับเคลื่อน เพื่อจะนำพาบ้านเมืองพัฒนาต่อไปได้ นอกจากนี้ยังได้กำชับการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป โดยให้กระทรวงมหาดไทยและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ช่วยกันขับเคลื่อน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแม่งานใหญ่ ซึ่งในวันที่ 4 มิ.ย. กอ.รมน.จะประชุมกำหนดทิศทางแนวทางการปรองดองและการจัดกิจกรรม

ระดมฝ่ายมั่นคง-กต.แจงนานาชาติ

จากนั้นเมื่อเวลา 13.30 น. ที่หอประชุมกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง พ.อ.วีระชน สุคนธปฏิภาค และ พ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ รองโฆษก คสช.ร่วมกันแถลงข่าว โดย พ.อ.วีรชน สุคนธปฎิภาค รองโฆษก คสช. กล่าวว่า การทำความเข้าใจกับต่างประเทศ หัวหน้า คสช.มอบหมายให้หน่วยงานด้านความมั่นคงไปประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจเพิ่มเติม อาจต้องใช้เวลา ซึ่งเสียงสะท้อนจากต่างประเทศเข้าใจและเห็นใจถึงเหตุผล เพียงแต่วิธีการปฏิบัติอาจไม่ถูกต้องในหลักการของต่างประเทศ ส่วนกรณีที่ต่างประเทศห้ามพลเมืองเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เรื่องการต่อต้านรัฐประหารในไทย ต่อจากนี้เราจะได้ยินตลอด จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลและหลักการของประเทศนั้นๆ หรือประเทศมหาอำนาจ เราทำได้เพียงการทำความเข้าใจชี้แจงเหตุผล และข้อเท็จจริงจนกว่าเขาจะเปลี่ยนท่าที

ขอภาคธุรกิจ-เอ็นจีโอช่วยอีกแรง

พ.อ.วีรชนกล่าวว่า จะเห็นการเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ ออกคำแถลงการณ์หรือเอกสารอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นค่านิยมของประเทศเหล่านั้น ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นกระแสกดดันจากภายนอกประเทศ หัวหน้า คสช.มอบหมายให้ทุกส่วนราชการที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศ ตั้งแต่สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม เอ็นจีโอ ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงการต่างประเทศเพียงอย่างเดียว จะให้ใช้เครือข่ายที่มีอยู่สร้างความเข้าใจ ชี้แจงเหตุผลที่ คสช.ต้องเข้ามาดูแลประเทศ อธิบายถึงความคืบหน้าการทำงานของ คสช.จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศดีขึ้นในสายตาของคนที่จับจ้องประเทศไทยอยู่ และประชาชนทุกคนจะต้องช่วยกัน หัวหน้า คสช.มีกำลังใจในการทำงาน เพราะได้รับความร่วมมือจากข้าราชการทุกภาคส่วน การทำงานเป็นไปตามเป้าหมาย

จ่อยกเลิกเคอร์ฟิวสมุย-ภูเก็ต

พ.อ.ณัฐวัฒน์กล่าวถึงกรณีที่ต่างชาติห้ามพลเมืองเข้ามาท่องเที่ยวในไทยว่า คสช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกับบริษัทท่องเที่ยวผ่านมัคคุเทศก์ ให้ประชาสัมพันธ์ว่า การรัฐประหารในประเทศไทยไม่ได้ส่งผลกระทบ นักท่องเที่ยวยังใช้ชีวิตได้ตามปกติสุข ส่วนกรณีการท่องเที่ยวขอให้ยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิว หัวหน้า คสช.มอบนโยบายไปแล้ว ให้กระทรวงการท่องเที่ยวไปพิจารณาพื้นที่ที่ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบ่งสีให้เสนอมา เพื่อประเมินสถานการณ์ผ่อนปรน หัวหน้า คสช.พูดขึ้นมาเองว่า จะให้ยกเลิกหรือปรับลดในพื้นที่ไม่ส่งผลกระทบ เช่น จ.ภูเก็ต และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ใส่เกียร์ห้าขับเคลื่อน ศก.

พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวว่า ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ หัวหน้า คสช. ให้ส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรับทราบแผนงบประมาณ ต้องการให้ทุกส่วนขับเคลื่อนและรับทราบถึงภาพกว้างเพื่อขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา ส่วน สศช.ได้เสนอแผนพัฒนาฯฉบับที่ 11 รวมถึงเรื่องเร่งด่วนความมั่นคง ซึ่งหัวหน้า คสช.มอบนโยบายเน้นย้ำให้สังคมไทยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เคารพกฎหมาย รวมถึงการเข้าถึงทรัพยากรอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และรับทราบผลสัมฤทธิ์แผนงานต่างๆ ทำให้แผนงานนั้นส่งผลให้ดัชนีความสุขของคนในชาติสูงขึ้น เราต้องการขับเคลื่อนประเทศอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ฝ่ายเศรษฐกิจได้สรุปแจ้งข้อจำกัดการใช้จ่ายงบฯปี 2557 อีก 2 สัปดาห์จะจัดทำแผนงบฯปี 57 เพื่อให้หัวหน้า คสช.อนุมัติต่อไป

เชิญ “ชัชชาติ” หารือลุยรถไฟรางคู่

พ.อ.ณัฐวัฒน์กล่าวถึง ส่วนโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท หัวหน้า คสช.ให้มีการดำเนินการในแนวทางเดียวกันกับกรณีกระทรวงศึกษาธิการ ให้ พิจารณาโครงการใดดีเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ประชาชนยอมรับ ผ่านการตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทุกหน่วยงานไม่มีข้อขัดแย้งให้เริ่มก่อน ส่วนรถไฟฟ้าความเร็วสูงให้ไปดูข้อดีข้อเสียทำแล้วคุ้มหรือไม่ แหล่งเงินทุนมาจากไหน อาจลงทุนร่วมกับเอกชน คาดว่าไม่น่าจะทันนำเสนอภายใน 2 สัปดาห์ แต่จะสานต่อรถไฟรางคู่แน่นอน ให้สำนักงบประมาณไปดูแหล่งเงินให้การรถไฟไปหาพื้นที่ จะดำเนินการในปีนี้ ศึกษาเส้นทางที่จะใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และการพัฒนาเพิ่มความเร็วระบบรถไฟไทย โดย คสช.จะเรียกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม มาพูดคุย

ส่งทหารขุดบ่อน้ำลดการทุจริต

พ.อ.ณัฐวัฒน์กล่าวว่า ส่วนการบริหารจัดการน้ำ จะหยิบยกรูปแบบการบริหารการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท มาเป็นบางส่วน โครงการเบี้ยหัวแตก เช่น การขุดบ่อน้ำหมู่บ้านจะนำมาพิจารณาการบริหารจัดการ หัวหน้า คสช.เน้นย้ำการบริหารจัดการน้ำที่เป็นแนวทางพระราชทานมาดำเนินการเช่น โครงการแก้มลิง การขุดลอกคูคลอง ให้ กรมชลประทานไปดูแล พร้อมให้ทหารเข้าไปทำเช่น โครงการขุดบ่อตามหมู่บ้านทั่วประเทศ 4 พันแห่ง แห่งละ 10 ล้านบาท ช่วยกักเก็บน้ำป้องกันน้ำท่วม โครงการไหนที่เร่งด่วนจะจัดแบ่งทหารเข้าไปทำ เพื่อลดการคอร์รัปชัน หน่วยงานใดไม่เข้าใจ ยกโทรศัพท์มาหาหัวหน้า คสช.ได้ตลอดเวลา เพราะท่านเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว

นอกจากนี้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.หัวหน้าฝ่ายกลุ่มงานสังคมจิตวิทยามอบหมายให้ พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้ากลุ่มงานสังคมจิตวิทยา เชิญผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ หารือโครงการเร่งด่วน เช่น การจัดซื้อแท็บเล็ต เงินกู้ยืมเงินศึกษา หรือ กยศ. ก่อนเสนอให้หัวหน้า คสช. พิจารณาใน 2 สัปดาห์

“ประจิน” กำหนดสเปกบอร์ด รสก.

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความชัดเจนนโยบายการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ของ 56 รัฐวิสาหกิจว่า ขณะนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นบอร์ดสำคัญๆไว้ 3 ประเด็นคือ 1.ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ 2.ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสาขาของกิจการนั้นๆ และ 3.ต้องมีความรู้ความสามารถของงานต่างๆ แต่ละหน่วยงานนั้นๆ คาดว่าจะสามารถสรุปแต่งตั้งบอร์ดรัฐวิสาหกิจได้ในเดือน มิ.ย.นี้

นายประสงค์ พูนธเนศ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจที่มีทั้งหมด 56 แห่ง ทยอยส่งแผนงบลงทุน และแผนการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้แก่ สคร.เกือบครบแล้ว สคร.มั่นใจว่าวันที่ 3 มิ.ย. จะนำส่งแผนดังกล่าวให้ คสช.ได้ ส่วนการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ (บอร์ด) ของรัฐวิสาหกิจ สคร.หารือกับ คสช.แล้วว่าให้เป็นไปตามกระบวนการตามขั้นตอน เช่น กรณีที่มีบอร์ดหรือผู้บริหารเกษียณอายุให้สรรหาตามปกติ ไม่ได้บีบบังคับให้ผู้บริหารหรือบอร์ดรัฐวิสาหกิจแห่งใดต้องลาออก

จี้ ก.แรงงานเร่งเบิกจ่ายงบฯ57

ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.วิลาศ อรุณศรี ที่ปรึกษา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เดินทางมายังกระทรวงแรงงาน เชิญปลัดกระทรวงและผู้บริหารทุกกรมมาหารือชี้แจงติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2557 นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า พล.อ.วิลาศแจ้งให้กรมต่างๆเร่งเบิกจ่ายงบฯปี 57 ที่ค้างอยู่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของหัวหน้า คสช.และจะมาติดตามการทำงานของกระทรวงแรงงานเป็นระยะ

“อดุลย์” ไหว้ศาลพระภูมิทำเนียบฯ

วันเดียวกัน เวลา 07.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายกิจการพิเศษ เข้าสักการะศาลพระภูมิประจำทำเนียบรัฐบาล ด้านหน้าตึกบัญชาการ จากนั้นเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปประชุมร่วมกับ คสช. ที่กองบัญชาการกองทัพบก ขณะที่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาล ทยอยเดินทางกลับเข้าทำงาน
ขณะที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า จะทำงานทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ตามคำสั่ง คสช.และในวันที่ 5 มิ.ย. จะเรียกประชุมส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล หารือจัดระเบียบและแนวทางการทำงาน ในส่วนของข้าราชการหลักคือทำให้ข้าราชการเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

มท.ปิดก๊อกไม่ย้ายเพิ่มซี 10

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้บริหารกระทรวง เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทยในวันกลับเข้าทำงานในกระทรวงเป็นวันแรก จากนั้นนายวิบูลย์ให้สัมภาษณ์ว่า ภารกิจหลัก 3 เรื่องคือ การทำงานร่วมกับ กอ.รมน.ภาค ช่วยลดความขัดแย้ง ปราบปรามกวาดล้างอาวุธสงคราม และสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทยจะไม่มีการโยกย้ายในระดับ 10 เพิ่มอีกจนกว่าจะถึงฤดูเกษียณอายุราชการ โดยยังมีตำแหน่งผู้บริหารที่จะเกษียณอายุในปีนี้อีก 20 ตำแหน่ง ส่วนตำแหน่งระดับ 9 ลงไปยังไม่มีนโยบายการปรับย้ายช่วงนี้ จะพิจารณาในคราวเดียวกับการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี จากนั้นเวลา 11.00 น. นายวิบูลย์กล่าวในการประชุมกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่า ขอให้ข้าราชการช่วยกันปฏิบัติ 4 เรื่องคือ โรดแม็ปของ คสช. การสร้างสันติสุข ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเต็มที่ ศูนย์ส่วนหน้าของกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานอย่างเข้มข้น เพื่อยุติความรุนแรงความขัดแย้ง ขอให้ ผวจ.ประสานกับทุกภาคส่วนให้การดำเนินการภายใต้นโยบายของ คสช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“วัชรพล” ย้าย “รณพงษ์” เข้ากรุ

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.ได้ลงนามคำสั่งที่ 268/2557 ลงวันที่ 2 มิ.ย. ให้ พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว รอง ผบช.ภ. 8 ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผบ.ตร.มอบหมายจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ให้ไปรายงานตัวที่ ศปก.ตร.ภายในวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 16.00 น. เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสนับสนุนภารกิจของ คสช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ และมีรายงานว่า พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 ได้มี คำสั่งให้ พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต มาประจำที่ บช.ภ.8 ให้ พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ รอง ผบช.ภ.8 รักษาการ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต

เด้งเพิ่มอีก ผบก.ภาค 3–4

พล.ต.ท.พิสันห์ จุลดิลก รรท.ผบช.ภ.3 มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี เข้ามาประจำที่ บช.ภ.3 ให้ พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว รอง ผบช.ภ.3 รักษาการ ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี ขณะที่ พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.ผบช.ภ.4 มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.ณรงค์วิทย์ พ่วงเภตรา ผบก.ภ.จ.ร้อยเอ็ด ไปประจำ บช.ภ.4 ให้ พล.ต.ต.เจริญมิตร ศรีวานิชย์ รอง ผบช.ภ.4 รักษาการ ผบก.ภ.จ.ร้อยเอ็ด

ปลัด กต.–กองทัพเร่งแจงชาวโลก

เมื่อเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการชี้แจงสถานการณ์ในประเทศไทยต่อนานาชาติว่า ล่าสุดนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยรอง ผบ.ทหารสูงสุด และรองปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเข้าร่วมประชุมแชงกรีลา ไดอะล็อก ที่สิงคโปร์ เวทีหารือด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยไทยใช้เวทีดังกล่าวชี้แจงอธิบายสถานการณ์ปัจจุบัน และความจำเป็นที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ โดยมีรัฐบาล 39 ประเทศ ประกาศท่าทีมีมาตรการตอบโต้ ขอให้ไทยกลับเข้าสู่ประชาธิปไตย โดยปลัดกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ท่าทีต่างๆต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาว อยากให้มองภาพรวมก่อนจะแสดงท่าทีต่อไทย อีกทั้งขณะนี้ คสช.ได้ผ่อนคลายมาตรการ รวมถึงได้แถลงโรดแม็ปการทำงาน 3 ขั้น ถือเป็นพัฒนาการตามลำดับแล้ว

บี้ออสซี่ทบทวนมาตรการตอบโต้

นายเสขกล่าวว่า ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้หารือทวิภาคีกับประเทศต่างๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี โดยไทยได้แสดงความไม่พอใจกับท่าทีของออสเตรเลียที่ประกาศลดการมีปฏิสัมพันธ์กับกองทัพไทย และไม่ให้ผู้นำเหล่าทัพเดินทางเข้าออสเตรเลีย พร้อมอธิบายขั้นตอนภายใต้โรดแม็ป เพื่อให้ไปพิจารณาทบทวนท่าทีและมาตรการตอบโต้ที่มีต่อไทย สำหรับคำกล่าวของรมว.กลาโหมสหรัฐฯ ที่มีรายงานระบุว่าได้พูดถึงประเทศไทยในระหว่างการกล่าวถ้อยแถลงว่าถดถอยจากประชาธิปไตย ขอชี้แจงว่าไม่ได้เจาะจงถึงประเทศไทย แต่พูดถึงความมั่นคงในภูมิภาค มีเพียงแค่สองบรรทัดที่ยืนยันท่าทีของสหรัฐฯ จึงเป็นข่าวคลาดเคลื่อน

ถกพม่ายันไม่กระทบอาเซียน

นายเสขกล่าวว่า นอกจากนี้ วันที่ 2 มิ.ย.นายสีหศักดิ์เดินทางไปเยือนประเทศเมียนมาร์ พบปะกับนายวันนา หม่องลวิน รมว.ต่างประเทศเมียนมาร์ ในฐานะประธานอาเซียน เพื่ออธิบายสถานะล่าสุดหลังการประกาศโรดแม็ปของไทย ให้อาเซียนเข้าใจสถานการณ์และข้อเท็จจริงในไทยเพิ่มขึ้น ยอมรับว่าประเทศอาเซียนแสดงความเป็นห่วงเพราะเห็นความสำคัญของไทย ที่เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของอาเซียน สถานการณ์ในไทยย่อมส่งผลกระทบในภูมิภาค แต่ไทยยืนยันว่าเราพร้อมมีบทบาทและดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกในต่างประเทศเช่นเดิม เชื่อว่าอาเซียนจะไม่มีการจัดประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์ในไทยเป็นการเฉพาะ เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและอาเซียนเองยังยึดมั่นในหลักไม่แทรกแซงภายในของประเทศสมาชิก

ตั้ง “ณัฐวัฒน์” รักษาการแทน “ปสันน์”

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงกรณีการเรียกนายปสันน์ เทพรักษ์ เอกอัครราชทูตประจำกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร กลับประเทศไทยว่า ขณะนี้นายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ อัครราชทูตซึ่งเป็นบุคคลที่มีความสามารถและเชื่อมือได้ จะปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนนายปสันน์ไปก่อน ยืนยันว่าสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ยังดำเนินงานไปเป็นปกติ ระหว่างนี้จะยังไม่มีการพิจารณาผู้ที่ไปทำหน้าที่แทน เนื่องจากยังไม่ถึงฤดูการปรับเปลี่ยนตำแหน่งราชการ ขอยืนยันเหตุผลการเรียกตัวนายปสันน์กลับประเทศครั้งนี้ พิจารณาถึงความเหมาะสม และไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-อังกฤษแต่อย่างใด

63 ปท.เตือนนักท่องเที่ยวมาไทย

นายเสขกล่าวว่า สำหรับสถานะประกาศเตือนการเดินทางเยือนไทยล่าสุด ขณะนี้มี 63 ประเทศ โดยมี 19 ประเทศประกาศให้หลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่จำเป็น ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้สรุปแผนการตามโรดแม็ป 3 ขั้น ที่ พล.อ.ประยุทธ์แถลง ส่งให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก เพื่อประกอบการชี้แจงแล้ว และจะดำเนินการควบคู่ไปกับการชี้แจงองค์กรระหว่างประเทศในไทย เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลและสถานะล่าสุด นอกจากนี้ยังต้องพูดคุยกับสื่อต่างประเทศเป็นระยะต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด 63 ประเทศที่ออกประกาศแจ้งเตือนการเดินทางมาประเทศไทย มีการเพิ่มและลดระดับของคำประกาศ ล่าสุดมีประเทศที่ออกประกาศแจ้งเตือนให้ใช้ความระมัดระวังการเดินทาง และติดตามสถานการณ์ ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม รวม 45 ประเทศ จากเดิม 43 ประเทศ เพิ่มประเทศบัลแกเรียที่เพิ่งออกประกาศแจ้งเตือน ส่วนประเทศที่ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาประเทศไทยหากไม่จำเป็น จากเดิมที่มี 19 ประเทศ ล่าสุดอิตาลี ลดระดับคำเตือนมาเป็นระดับหนึ่ง ให้ใช้ความระมัดระวังการเดินทางและติดตามสถานการณ์

ปธ.อาเซียนยันไม่ก้าวก่ายไทย

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 13.30 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.ต่างประเทศ เข้าพบหารือกับนายวันนะ หม่อง ลวิน รมว.ต่างประเทศพม่า ที่กระทรวงการต่างประเทศพม่า กรุงย่างกุ้ง ให้ข้อมูลพัฒนาการของสถานการณ์ทางการเมืองของไทยและแผนโรดแม็ป 3 ขั้นตอน โดย รมว.ต่างประเทศพม่า ได้แสดงความเข้าใจสถานการณ์ของไทย และเชื่อมั่นว่าไทยจะทำสำเร็จตามขั้นตอนและกำหนดเวลาที่วางไว้ พร้อมย้ำหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของอาเซียน ทั้งสองได้หารือความร่วมมือทวิภาคี โดยไทยยังมุ่งมั่นจะร่วมมือกับพม่าต่อไป ทั้งการเปิดจุดผ่านแดน การส่งเสริมการค้าชายแดน การพัฒนาความเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม โครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ซึ่ง รมว.ต่างประเทศพม่า ย้ำความพร้อมร่วมมือกับไทย โดยพม่ากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้จะเปิดสถานกงสุลใหญ่ จ.เชียงใหม่ ในอนาคตด้วย

พาต้าแฉ รปห.ทุบเที่ยวไทยทรุดหนัก

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์ ในออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 1 มิ.ย. ว่า นายมาร์ติน เคร็ก ประธานฝ่ายบริหารของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (พาต้า) เผยข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินในประเทศไทยซบหนัก หลังกองทัพไทยใช้วิธียึดอำนาจจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย 10% เปรียบเทียบในวันที่ 19 พ.ค. ข้อมูลตัวอย่างจากพาต้าพบว่ามียอดจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางเยือนไทยวันละราว 28,000 เที่ยว แต่เมื่อวันที่ 23 พ.ค. กลับมียอดยกเลิกการจองตั๋วเครื่องบินเฉลี่ยวันละ 5,000 เที่ยว นอกจากนี้ก่อนการเกิดรัฐประหารในไทย การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยก็คาดการณ์ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศในปี 2557 จะลดลงเป็นจำนวน 26.3 ล้านคน ซึ่งต่ำสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองไปกระทบความมั่นใจของนักท่องเที่ยว

ด้านผู้บริหารของกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเข้าร่วมประชุมสายการบินทั่วโลก ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เริ่มหวั่นวิตกเกี่ยวกับผลกระทบความไร้เสถียรภาพทางการเมืองของไทยและยูเครน

ขณะที่นายเคร็กมองว่าผลกระทบส่วนใหญ่เกิดจากการจองตั๋วระยะสั้นของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มักจองก่อนล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ แต่เจ้าของกิจการการท่องเที่ยว ซึ่งได้พูดคุยกับกองทัพไทยเรียกร้องให้ยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ

“อรรถวิชช์” จี้ลดราคาแก๊ส 1.25 บาท

วันเดียวกัน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ คสช.สั่งตรึงราคาแก๊สหุงต้มไว้ที่ กก.ละ 22.63 บาทว่า ถือเป็นนโยบายแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มาตรการที่ถูกต้องควรลดราคาแก๊สหุงต้มลงที่ 1.25 บาทต่อ กก. ไม่ใช่ตรึงราคาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการถ่ายถังข้ามกันจากภาคขนส่งมาภาคครัวเรือน เนื่องจากแก๊สภาคครัวเรือนสูงกว่าภาคขนส่งอยู่ กก. 1.25 บาท

ระยะยาวควรยกเลิกการลอยตัวพลังงานที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำมา ส่วนการปฏิรูปพลังงานไม่ใช่การเอา ปตท.กลับคืนมา ซึ่งต้องเสียเงินถึง 4 แสนล้านบาทเพื่อไปซื้อคืน แต่ควรยึดเอาระบบขนส่งน้ำมันทางท่อคืนมาทั้งระบบมาเป็นของรัฐ ซึ่งเคยมีมติ ครม.ออกมาแล้ว ข้อดีจะมีเอกชนมาแข่งขันเรื่องโรงแยกก๊าซ เพราะขณะนี้ถูกผูกขาดกำหนดราคาพลังงานทั้งน้ำมันและแก๊ส โดย ปตท. ทำให้กำไรมหาศาลและราคาแก๊สแพง อยากเห็นการทำรัฐประหารที่เข้ามาแก้ไขการปฏิรูปพลังงานให้สำเร็จ มั่นใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นคนดี แต่อย่าเชื่อข้าราชการกระทรวงพลังงานร้อยเปอร์เซ็นต์

“จารุพงศ์” ปลุก ปชช.ร่วมสู้เผด็จการ

เมื่อเวลา 10.30 น.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กโดยทำเป็นจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชน ระบุว่า เรียนท่านสมาชิกพรรค ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส.ทุกท่าน จากการที่ คสช.ได้ทำรัฐประหารนำประเทศไทยเข้าสู่ยุคมืดเป็นรัฐทหาร จนถูกประณามและต่อต้านจากประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและสังคมโลก ขอยืนหยัดไม่ยอมรับอำนาจที่มิได้มาจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ยังถือว่าพรรคเพื่อไทยดำรงอยู่โดยชอบธรรม ขอเรียกร้องต่อมวลสมาชิกผู้สนับสนุน ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยได้โปรดพิจารณาสนับสนุนและเข้าร่วมการต่อสู้กับประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย ที่ดำเนินการอย่างกล้าหาญและชาญฉลาดอยู่เวลานี้ ตามเงื่อนไขและความ เหมาะสมของแต่ละท่านด้วย โดยใช้หลักการ ใช้ปัญญา เหตุผล ความยุติธรรม เสมอภาค เสรีภาพ ประชาธิปไตย เคารพหลักการแห่งสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นพลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีอำนาจใด จะโค่นล้มสัจธรรมนี้ได้ ขอให้มวลสมาชิกพรรค ผู้สนับสนุน ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกท่านยึดมั่นในหลักการนี้ เพื่อนำประเทศหลุดพ้นอุ้งมือเผด็จการ ด้วยความเชื่อมั่นต่อพลังประชาธิปไตยของประชาชน

“เรืองไกร” ชงโชว์ทรัพย์สินนักการเมือง

ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารายงานตัวต่อ คสช.ตามคำสั่งฉบับที่ 42/2557 ว่า ไม่กังวล เมื่อเข้ารายงานตัวจะเสนอแนวคิดเรื่องสภาปรองดองและสภาปฏิรูป รวมทั้งการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมือง อาทิ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต้องได้รับการตรวจสอบทรัพย์สินทุกปี ก่อนเข้าทำหน้าที่ทุกคนควรแจงบัญชีทรัพย์สินย้อนหลัง 3 ปี โดยไม่ต้องมีโทษ ให้ประชาชนรู้มีที่มาที่ไปและตัดสินเอง หวังว่า คสช.คงจะเห็นชอบ อยากให้คณะ คสช. และที่ปรึกษา คสช.ทั้ง 10 คนเป็นต้นแบบการชี้แจงตรวจสอบทรัพย์สินด้วย จะส่งเอกสารเรื่องนี้ไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินของท่าน ส่วนโรดแม็ป คสช.ระยะเวลา 15 เดือน ถือว่าช้า แต่พอรับได้ หาก คสช.ถือครองอำนาจนานอาจเกิดปัญหาตามมา ขอแนะนำให้ คสช.ทำประชามติในการเขียนธรรมนูญใหม่ โดยไม่มีกฎอัยการศึกครอบอยู่ และ คสช.ควรตั้ง ครม.รักษาการ ตั้งนายกฯ ได้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์เป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว และเหมาะสมจะนั่งเป็นนายกฯเอง คงไม่มีทางเลือกอื่น

แกนนำ นปช.ฝากการบ้าน คสช.

ด้านนายพรศักดิ์ ศรีละมุล แกนนำ นปช. กล่าวว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ทำการรัฐประหาร และได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นหัวหน้า คสช.ขอให้ใช้โอกาสจัดระเบียบประเทศให้ดี ประชาชนเฝ้ามองท่านอยู่ เบื้องต้นต้องขอบคุณที่มีมาตรการเร่งด่วน จ่ายเงินชาวนา แต่อยากฝากเรื่องเศรษฐกิจ การลงทุน การศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางสังคม จะหยุดชะงักไม่ได้ สำคัญคือเรื่องความยุติธรรม ต้องทั่วถึงทุกวงการ ทุกภาคส่วน น่าแปลกใจว่า คสช.ไม่เคยพูดถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน อยากให้ตั้งคณะทำงานเป็นรูปธรรมมาจัดการตรงนี้ด้วย ขอร้อง คสช.ว่าอย่าปิดปากประชาชน ถึงเวลาหนึ่งแล้วอาจเป็นอันตรายขั้นสูงสุด เหมือนไปกั้นน้ำเอาไว้ ขนาดเขื่อนยังพัง ฉะนั้นต้องฟังเขา ต้องฟังเสียงวิจารณ์บ้างโดยเฉพาะจากนักวิชาการ
คาใจ “บิ๊กตู่” ปรองดองแต่ฟ้องหมิ่น

นายพรศักดิ์กล่าวว่า คสช.ต้องเร่งรีบจัดการสะสางทุกอย่างโดยเร็ว อย่าปล่อยเนิ่นนาน ถ้ายืนบนอำนาจยาวเกินไปจะอันตราย แค่ประกาศออกมาว่าใช้เวลา 18 เดือน คนก็ตกใจแล้ว อยากฝากถึงเรื่องการแต่งตั้ง สนช. อย่าลักลั่น คนเขารู้กันหมดใครเป็นใคร ต้องเอาทุกภาคส่วนจริงๆ ไม่ใช่ฝั่งใดฝั่งเดียว ทำแบบนั้น ตัวผู้นำจะขาดความสง่างาม เสียหายเอง ตนเห็นด้วยกับเรื่องปรองดอง เดินหน้าทำไปเลย แต่ไม่ต้องนิรโทษกรรม เพียงแต่ติดใจหน่อยว่าเมื่อจะปรองดองแล้ว ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ยังฟ้องหมิ่นประมาทตน ก่อนหน้านี้ตนถูกควบคุมตัวมาแล้ว 7 วัน น่าจะสมควรแก่เหตุ อย่างไรก็ตาม หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังคาใจอยู่ จะให้ไปพบ จะให้ไปขอโทษก็พร้อมจะไป

“ทักษิณ” สงบนิ่งรับข่าวดีมีหลานตา

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณมีท่าทีสงบนิ่งกว่าช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเพิ่งได้ทราบข่าวดีว่านางพิณทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือน้องเอมบุตรสาวกำลังตั้งครรภ์ได้ 1 เดือน จึงไม่อยากเคลื่อนไหวอะไร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อครอบครัว ทั้งนี้เพื่อนสนิทของเอม-พิณทองทา เปิดเผยว่า “เอม” กับสามีนักธุรกิจหนุ่ม “พงศ์-ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” พยายามมีลูกมาตลอดเวลาที่แต่งงานกันมาเกือบ 3 ปี โดยทั้งคู่ได้เข้ารับการปรึกษาแพทย์หลายแขนง ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนจีน เพราะอยากมีหลานให้คุณพ่อ “ทักษิณ” ได้ชื่นใจเร็วๆ

ทั้งนี้ทายาทสาวหมื่นล้าน “เอม-พิณทองทา ชินวัตร” ได้เข้าประตูวิวาห์ตามประเพณีไทยกับ นักธุรกิจหนุ่มอสังหาฯ “พงศ์-ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” เมื่อเช้าวันที่ 11 พ.ย.2554 ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า จากนั้นจึงจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสอย่างหรูหรา ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน วันที่ 12 ธ.ค.2554 ตามฤกษ์มงคลที่ได้จากสมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศฯ โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำหน้าที่แทน พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นกล่าวอวยพรให้กับคู่บ่าวสาวขอให้ทั้งสองคนรักกันนานๆ และมีหลานเร็วๆ ในงานดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณยังได้บันทึกวีทีอาร์ เพื่อนำมาเปิดอวยพรคู่บ่าวสาวด้วย โดยกล่าวว่า พ่อมีความสุขมากที่เห็นลูกแต่งงาน และอยากให้มีหลานไวๆ

“จักรภพ” แย้มตั้งองค์กรพลัดถิ่น

วันเดียวกัน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะ แคมโบเดีย เดลี ของกัมพูชา รายงานว่า นายจักรภพเพ็ญแข หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเผยที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่ามีแผนตั้งองค์กรพลัดถิ่นขึ้นมาต่อต้านคณะรัฐประหารในไทย โดยจะประกาศในเร็วๆนี้ แต่จะตั้งอยู่ในประเทศตะวันตกด้วยเหตุผลทางการทูตและอาจนำไปสู่การตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นต่อไป ขณะนี้กำลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากหลายประเทศในตะวันตก แต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้ คาดว่าตนจะได้เป็นเลขาธิการขององค์กรที่กำลังจะก่อตั้ง แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะไม่มีบทบาทโดยตรงและจะไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการในองค์กร ซึ่งจะเคลื่อนไหวทั้งทางการเมืองและการทูตรวมไปถึงประสานงานกับกลุ่มท้องถิ่น เพื่อพิสูจน์ว่ารัฐบาลทหารในไทย ไม่มีความชอบธรรมและไม่เป็นประชาธิปไตย อีกทั้งยังทำลายประเทศไทยกับประชาคมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

“เรืองไกร–ทนายเสื้อแดง” รายงานตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศคำสั่งฉบับที่ 42 และ 43 ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น.ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ รวม 10 คนนั้น ตลอดทั้งวันมีบุคคลที่มีรายชื่อเข้ามารายงานรวม 8 คน โดย น.ส.การิน ประจันทร์ เดินทางมารายงานตัวเป็นคนแรก จากนั้นนายคารม พลพรกลาง ทนายความ นปช. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย พ.ต.อ.นริศ แสวงจิตร ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายปฏิบัติการ 4 กอ.รมน. นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร อดีตผู้ช่วย รมต.มหาดไทย นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย นายจักรพันธุ์ ยมจินดา รองประธานกรรมการบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นายบัญญัติ เย็นใจเฉื่อย แกนนำชมรมรักประชาธิปไตยแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ทยอยเข้ารายงานตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารได้นำทั้งหมดไปควบคุมตัวแล้ว ส่วนนางหน่อย แดงเป้า และนายณรงค์ศักดิ์ พลายอร่าม ยังไม่ได้มารายงานตัว

ปล่อยอีก “ฐิติมา–เกรียงกมล”

ช่วงสาย มีบุคคลที่ได้รับการปล่อยตัวจากการถูกควบคุม อาทิ นางฐิติมา ฉายแสง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเกรียงกมล เลาหไพโรจน์ อดีตผู้นำนักศึกษา 14 ตุลาฯ สั่งห้าม ตร.คุยกับคนถูก คสช.เชิญค่ำวันเดียวกัน มีรายงานว่า พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และรอง หน.ศปก.ตร.มีหนังสือเวียนถึง ผบช.ทุกหน่วยและ ผบก.ในสังกัด ผบ.ตร.อ้างว่า ผบ.กกล.รส.มีวิทยุด่วนที่ กก 0481 (ยก)/1348 ลงวันที่ 30 พ.ค. ถึง ศปก.ตร.เพื่อเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของ คสช.ในการบริหารราชการแผ่นดิน การดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย รวมทั้งลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างคนภายในชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ห้ามมิให้กำลังพลทุกนายเข้าพบปะสังสรรค์ และร่วมกิจกรรมกับกลุ่มบุคคลที่ถูกเชิญตัวภายหลังที่ได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว ตลอดจนนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล และกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ในการปฏิบัติงานไม่ให้ถูกมองได้ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด รวมทั้งเพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น

3 มิ.ย. 2557 07:24 ไทยรัฐ